“แสวง” สั่ง ผอ.กกต.จว. กู้หน้า จัดคูหา-ติดประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ให้ครบ อย่าซ้ำรอย 1 ก.พ. แจงชงศาล ฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อหลายพรรค เลื่อนลำดับแทนได้ ไม่กระทบเลือกตั้ง สส.เขต อ้าง กกต.สอบหมดทุกข้อร้องเรียน มีคำร้องซื้อเสียงไม่ถึง 10% ชี้เบิกเงินสด 250 ล้าน คนถอนทำธุรกิจอื่นไม่เกี่ยวเลือกตั้ง รอสอบมีเหตุเกี่ยวเนื่องหรือไม่ “พท.-ภท.-ปชน.” ตะลุมบอนทึ้งเสียงภาคอีสาน “เชน” นำทัพสีแดงตั้งเวทีศรีสะเกษประชันค่าย ภท. ลั่นพร้อมตอบแทนบุญคุณพี่น้องที่ร่วมสู้มาด้วยกัน “หนู” ย้ำผลงานปิดด่านแช่แข็งเขมร โวให้เชื่อมือ ภท.พร้อมกว่าในอดีต ลุยงานได้ทันที ประเทศนี้ไม่มีเวลาให้ใครทดลองงาน “เท้ง” ไปอุดรฯย้ำนั่งนายกฯไม่เอา รมต.ค้ายาค้ามนุษย์ “ธนาธร” ปลุกสาวกกาส้ม ถล่มทลาย 20 ล้านเสียง ศาล รธน.ตีตก 2 คดี “อนุทิน” ใช้ถนนทำรันเวย์-ทำ MOA ค่ายสีส้มกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.พรรคต่างๆ 28 ราย เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งถูกจับตามองเป็นการสกัดกั้นบางพรรคการเมือง ขณะที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เป็นการเสนอถอนชื่อผู้ขาดคุณสมบัติสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อในหลายพรรค ซึ่งเลื่อนลำดับผู้อยู่ในบัญชีขึ้นมาแทนได้ ไม่กระทบต่อ สส.ระบบเขต“แสวง” สั่ง ผอ.กกต.จว.อย่าให้ซ้ำรอยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.พ.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ก.พ. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มไปยัง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด กำชับให้ดูแลกระบวนการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.ให้เรียบร้อย หลังเกิดข้อบกพร่องการติดประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.หน้าหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้า เสียหายกระทบภาพลักษณ์สำนักงาน กกต. กระทบสิทธิประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุช้ำขึ้นอีกในการเลือกตั้งทั่วไป ขอให้ตรวจสอบทุกหน่วยให้เรียบร้อย โดยเฉพาะการติดประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ทุกคนในหน่วยเลือกตั้งทุกเขต และให้รายงานยืนยันมา พร้อมการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ภายในวันและเวลาที่ด้านบริหารเลือกตั้ง (ดบล.) กำหนด สนง.แถลงข่าวความพร้อมเย็นวันที่ 7 ก.พ. จะแถลงว่าได้ติดรายชื่อผู้สมัครทุกคนทุกหน่วยในเขตเลือกตั้งเรียบร้อยก่อนวันเลือกตั้งมั่นใจไม่วุ่นวายเหมือน ลต.ล่วงหน้าต่อมาเวลา 13.30 น. นายแสวงให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.ว่า รูปแบบการเลือกตั้งเป็นคนละแบบกับการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ. ที่คนจาก 400 เขตไปรวมกันอยู่ที่เดียว และนำบัตรเลือกตั้งใส่ซองและจ่าหน้าซองด้วย แต่วันที่ 8 ก.พ.ไม่มีแล้ว แต่ละหน่วยมีผู้มาใช้สิทธิเฉลี่ย 500 คน บวกลบ ใน 100,00 หน่วยเลือกตั้ง มั่นใจจะไม่มีประเด็นเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ส่วนตัวไม่ได้เห็นเป็นประเด็นอะไร ความผิดพลาดตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.พ.พรรคประชาชน (ปชน.) มีหนังสือถามมา 2 เรื่องที่ จ.ชลบุรี ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคและการจ่าหน้าซองผิดพลาด ที่เป็นข่าวและกล่าวอ้างตรวจสอบแล้วให้เจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลจากรายงานบันทึกเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบ ไปดูสิ่งที่พรรค ปชน.เสนอมามีแจ้งที่ จ.ชลบุรี แค่ที่เดียว ส่วนประเด็นอื่นๆที่พรรคการเมืองหรือคนอื่นพูดขณะนี้ กำลังจะไปขอข้อมูลว่าเหตุเกิดขึ้นที่ใดบ้างแจงชงถอน 28 ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์นายแสวงกล่าวต่อว่า ส่วนที่ กกต.มีมติส่งศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.ที่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่ถูก กกต.เสนอให้ถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ ต้องใช้เวลาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม ให้เขาได้ชี้แจง ทำให้เวลาเนิ่นนานมา และ กกต.เพิ่งมามีมติ แต่ผู้สมัครทั้งหมดนี้เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ มีอยู่หลายพรรคคละกันไป ถ้าหากศาลตัดสินไม่ทันวันที่ 8 ก.พ.ไม่ได้กระทบเหมือนแบบแบ่งเขต เพราะเลื่อนลำดับผู้ที่อยู่ในบัญชีขึ้นมาแทนได้อยู่แล้วร้องซื้อเสียงไม่ถึง 10% 250 ล. ไม่เกี่ยว ลต.ส่วนการโพสต์แจ้งเบาะแสการซื้อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ใครให้ข้อมูลความผิดพลาดของกกต.หรือใครให้ข้อมูลการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เราเรียกมาสอบสวนทั้งหมด จะเรียกมาสอบให้ได้ข้อมูลมาบริหารจัดการ เช่น นายซีเค เจิง ซีอีโอและผู้บริหารแพลตฟอร์ม Fastwork ระบุมีพรรคการเมืองซื้อเสียง พรรคการเมืองจะซื้อเสียงไม่ได้ ต้องดูว่าซื้อเสียงจริงหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมเหมือนกัน ถึงจะไม่ระบุพรรค เรามีหน้าที่ตรวจสอบอยู่ในขั้นตอนเรียกมาสอบสวน วันนี้มีคำร้องเข้ามา 90 เรื่อง มีการร้องการโพสต์ใส่ร้ายกว่า 80% แต่ซื้อเสียงไม่ถึง 10% ช่วงนี้ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งอีก 3-4 วัน เป็นช่วงเฝ้าระวัง ส่วนความคืบหน้าคดีการจับหัวคะแนนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตอนนี้ กกต.สุราษฎร์ เข้าไปทำงานเชิงรุกเพื่อดูว่าจัดเตรียมอะไรหรือไม่ เบื้องต้นตั้งสำนวนเป็นความปรากฏรายละเอียดต้องดูว่าปรากฏขึ้นมาอย่างไร ส่วนการเบิกเงิน 250 ล้าน เบื้องต้นผู้เบิกเงินทำธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ ก่อนไปกล่าวหาใคร ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วยเตือนพรรค “เต้” นโยบายส่อผิด ก.ม.นายแสวงกล่าวอีกว่า กรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ แคนดิเดตนายกฯหาเสียงชูนโยบายเปลี่ยนโลก เช่น จูราสิค พาร์ค ไดโนเสาร์มีชีวิต เที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง ซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฯลฯ พรรคทางเลือกใหม่ส่งมาให้ กกต.ตรวจสอบ หลังวันที่ 19 ม.ค. รวมอยู่ใน 32 นโยบาย คณะกรรมการ กกต.และสำนักงาน กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่านโยบายบางอย่างที่หาเสียงต่อสาธารณะอาจจะผิดกฎหมายหรือเป็นไปไม่ได้ จึงมีหนังสือถึงพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ไปตรวจสอบว่านโยบายใดบ้างเป็นการกระทำผิดกฎหมายคนศรีสะเกษเชียร์ “เชน” เอาให้ได้เด้อเมื่อเวลา 07.15 น. ที่ตลาดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่หาเสียงให้นายธเนศ เครือรัตน์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 โดยยังมุ่งมั่นเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าประชาชนที่มามอบพวงมาลัยปลาหวาน มอบดอกไม้ ขอจับมือ สวมกอดอวยพรขอให้ได้เป็น “นายกฯนะ เอาให้ได้เด้อ เชียร์ทั้งบ้านเลย” นายยศชนันพูดคุยเรื่องราคาสินค้าพืชผลการเกษตร ถ้าพรรค พท.มาเป็นรัฐบาลจะมาช่วยเรื่องราคาและหาตลาดใหม่ให้ ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ท่าทรายผู้ใหญ่เฮง บ้านดอนงูเหลือม อ.ราศีไศล นายยศชนัน พร้อมคณะขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายนฤชิต จารุรัชกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 9 เบอร์ 10 ที่ชิงพื้นที่กับนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.พรรค พท.ที่ย้ายไปพรรค ภท.แต่ทับซ้อนพื้นที่จนต้องไปลงพรรคกล้าธรรม (กธ.) บรรยากาศคึกคัก ไม่แพ้จุดอื่น ชาวบ้านพากันมอบพวงมาลัยทำจากดอกดาวเรือง หอมแดง กระเทียมและแตงกวาให้ นายยศชนันยังคงปราศรัยเน้นย้ำนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ อีกไม่กี่วันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในมิติใหม่เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอด วันนี้จิตวิญญาณยังเหมือนเดิม แม้จะโดนยุบกี่ครั้ง เพราะ พท.หัวใจคือประชาชน วันนี้การแข่งขันสูงจริงๆ ขอให้พี่น้องชาวราษีไศลช่วยเอานายนฤชิตเข้าสภาฯ ขอฝากพรรค พท.เบอร์ 9 เลือกทั้งคนทั้งพรรค“เต้น” จัดเมนูเด็ดเสิร์ฟผัดเผ็ดงูเห่าด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งพรรค พท.ปราศรัยตอนหนึ่งว่าเช้านี้ใครยังไม่ได้กินข้าวขอเสิร์ฟผัดเผ็ดงูเห่า จำได้หาเสียง สส.พรรคพท.เป็นผู้หญิง มาวันนี้ป้องกันตำแหน่งแชมป์ไม่ใช่คนเดิม พี่น้องบอก สส.คนนั้นจากพวกเราไปแล้วโดยไม่ต้องบังสุกุล ไม่ต้องไว้อาลัย ไม่ต้องกรวดน้ำ ทำได้อย่างเดียวกาพรรค พท.ทั้ง 2 ใบ ได้ยินว่าผู้สมัครแถวนี้หาเสียงให้พรรค พท.ด้วยทั้งที่อยู่พรรคอื่น บอกกาเบอร์ 9 ทั้ง 2 ใบ จะไปก็ไปแต่อย่ามาวิ่งราวทรัพย์กันอย่างนี้ พรรค พท.เบอร์ 9 บัตรสีชมพู บัตรสีเขียวให้กาเบอร์ 10 ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าตอนมาเขาเดินมา แต่ตอนไปเขาเลื้อยไป แล้วมาบอกพี่น้องให้กาเบอร์ 9 ทั้ง 2 ใบ รู้จักคนราษีไศลน้อยไปเขารู้ทันอ้อนขอยก 9 เขต พท.ทั้งแผ่นดินจากนั้นเวลา 10.45 น. ที่สนามซ้อมฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด นายยศชนันขึ้นเวทีหาเสียงช่วยผู้สมัครสส.ศรีสะเกษของพรรค นายยศชนันระบุว่า เป็นวันสุดท้ายที่จะขึ้นปราศรัยแต่ละจังหวัด นี่คือหมุดหมายมาพบพ่อแม่พี่น้องชาวศรีสะเกษ เพราะมีบุญคุณกับพรรค พท.มากราบคารวะถึงที่ เราต่อสู้มาด้วยกันเป็นเวลานาน ไม่ว่าวันนี้พรรค พท.จะเป็นอย่างไร จะล้มลงกี่ครั้ง หลายคนบอกว่าพวกเราหายไปแล้ว ความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้แต่วันนี้เราไม่ได้อยู่ ไม่ได้สู้เพียงลำพัง ขอศรีสะเกษทั้ง 9 เขตได้เลยหรือไม่ ส่งเสียงดังๆที่ศรีสะเกษพรรค พท.ทั้งแผ่นดิน ตนมาแบบจัดเต็มไฟกะพริบให้พ่อแม่พี่น้อง ยกเครื่องศรีสะเกษให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แผนบริหารจัดการน้ำพรรค พท.พร้อมแล้วเริ่มทำทันที อีกเรื่องด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย อำนาจอธิปไตยรักษาไว้ และสันติภาพของพ่อแม่พี่น้อง จะทำให้ดีที่สุดให้คนไทย ต้องไม่ใครมาเอาเปรียบ การใช้อำนาจรัฐผิดรูปแบบเป็นสิ่งที่ไม่ดี พรรค พท.ต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบด้วยรัฐบาลดิจิทัล เงินประชาชนต้องคืนสู่ประชาชน รัฐบาลดิจิทัลต้องไม่มีใต้โต๊ะเด็ดขาด ทั้งนี้เวทีปราศรัยจุดนี้ อยู่ห่างจากเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ภท.เพียง 2 กม.และการปราศรัยเริ่มขึ้นเวลาไล่เลี่ยกันให้คำมั่นคนสุรินทร์ทำให้ดีที่สุดต่อมาเวลา 14.00 น. นายยศชนันไปหาเสียงต่อที่ จ.สุรินทร์ ที่โรงสี ส.ชัยเจริญ ต.ปรือ แล้วไปที่โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม ช่วยผู้สมัคร สส.สุรินทร์ อาทิ นายชูชัย มุ่งเจริญพร เขต 2 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เขต 3 นายพรเทพ พูนศรีธนากูล เขต 4 และนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เขต 5 นายยศชนันปราศรัยว่า วันนี้เห็นคนที่ต่อสู้กันมา ทั้งคนเสื้อแดง สายเลือดพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน (พปช.) เลือดใหม่พรรค พท. ตนยืนหยัดต่อสู้ร่วมกับประชาชนมาทั้งชีวิต เพียงแต่ไม่ได้ออกหน้า วันนี้พร้อมเต็มที่จะเป็นนายกฯคนที่ 33 จากนั้นนายยศชนันและคณะไปหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด 2 ที่เป็นเวทีสุดท้ายปิดทริปทัวร์ 8 จังหวัดอีสาน ที่วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย และที่โรมเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย อ.สุวรรณภูมิ เน้นย้ำให้เลือกพรรค พท.ทั้ง 8 เขต จำเลขให้แม่น 1 เสียงอาจเปลี่ยนชีวิต และเปลี่ยนแปลงประเทศชาติ วันนี้ไม่มีเวลาแล้ว ขอเลือกพรรคพท.ทั้งคนทั้งพรรค“อนุทิน” ย้ำ ปชช.สั่งอย่าเปิดด่านขณะที่เวลา 11.00 น. ที่สนามกีฬากลางศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. ลงพื้นที่ช่วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร สส.เขต 1 นายศุภกิจ สีหาภาค ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 3 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 8 และ นายวิทวัส ไตรสรณกุล เขต 9 หาเสียง มีคนมาฟังปราศรัยเต็มพื้นที่ นายอนุทินปราศรัยตอนหนึ่งว่า ถ้าคนที่มาฟังการปราศรัยแล้วกลับไปกาผู้สมัครของพรรค ภท.ทั้งหมดไม่ต้องหาเสียงแล้ว เตรียมตัวเข้าสภาฯได้เลย เพราะมากันเยอะมาก ตอนมีสงครามเป็นห่วงศรีสะเกษที่สุดมาหลายครั้ง ดูวิธีอพยพประชาชนและวิธีจัดการ เป็นนายกฯแป๊บเดียว สิ่งที่เราศูนย์เสียไปกลับมาหมด สิ่งที่ได้เป็นฉันทานุมัติจากคนไทยทั้งประเทศคือห้ามเปิดด่าน ถือเป็นคำสั่งประชาชน เรื่องเปิดด่านเลิกคิดได้เลย ตั้งแต่ปิดด่านมาข้าว มันสำปะหลัง หอมแดง มะม่วงและอ้อยราคาขึ้น แล้วจะเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก เคยไปถามหลายพื้นที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าปิดด่านจะปรบมือให้ ถ้าเปิดด่านจะตบตีนให้เป็นความชัดเจนขออย่ากังวลให้เชื่อมือไม่มีเวลาให้ทดลองงานนายอนุทินกล่าวว่า “ผมมาอยู่ตรงนี้ตลอด พวกเรามีความรู้สึกเหมือนกันคือ ความรู้สึกแค้น ทำไมคนของเราถูกรังแก วันที่ 8 ก.พ.พ่อแม่พี่น้องคิดได้หรือยังจะให้ใครเข้าไปเป็นนายกฯ เบอร์ 37 ใช่หรือไม่ เพราะพรรค ภท.พรรคเดียวที่เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้อะไรไปแน่นอน ถ้าเป็นพรรคอื่นอาจเปิดด่าน คืนดินแดน เจรจาอะไรมากมาย หน้าที่ตนมาบอกแค่ว่าอยากให้เป็นอย่างนี้อยู่ ไม่ต้องการให้มีการเจรจาใดๆ ยังไม่ต้องการให้เปิดด่าน ให้อนุทินเป็นนายกฯใช่หรือไม่ ขอให้เลือกเบอร์ 37 และเลือกผู้สมัครพรรค ภท.ไปทำงานด้วย ชายแดนขอให้มั่นใจวันนี้ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายอีก ถ้าเชื่อมือพรรค ภท. เชื่อมือผมให้เป็นนายกฯป้องกันดินแดนจากกัมพูชา ขอให้เลือกอนุทินไปเป็นนายกฯอีกครั้ง ประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน ไปลองพรรคนั้นพรรคนี้ ประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของใคร ตัดสินใจผิดแค่ 1 วินาทีอนาคตประเทศเปลี่ยน ภท.เข้ามา 2 เดือนกว่า ตัดสินใจถูกอธิปไตยอยู่ครบ ได้กลับบ้านตรงเวลา การเยียวยาตรงทั้งหมด เลือก ภท.ประเทศไทยหมดความเสี่ยงโอ่พร้อมกว่าอดีตลุยงานได้ทันทีจากนั้นเวลา 13.00 น. นายอนุทินไปหาเสียงต่อที่ อ.ปรางค์กู่ ต่อด้วย อ.ขุขันธ์ และที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ทุกเวทีมีคนมารอรังฟังปราศรัยเต็มพื้นที่ นายอนุทินย้ำพรรค ภท.เป็นพรรคที่กัมพูชากลัว เพราะเข้าใจปัญหาชายแดนอย่างดี ไม่เคยตั้งคำถามว่ามีทหารไว้ทำไม มีแต่บอกว่าเชื่อมั่นในฝีมือทหารสนับสนุนทหารเต็มที่ ถ้าเราได้รับชัยชนะงานทุกอย่างจะต่อเนื่องเลย ไม่ต้องไปรอตั้งรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า พรรค พท.เปิดเวทีปราศรัย จ.ศรีสะเกษเช่นกัน อย่าไปเทียบคนอื่น อาจเป็นเหตุบังเอิญเหลือเวลาไม่กี่วันและศรีสะเกษมี สส. 9 คน พรรค ภท.ไม่เคยคิดวัดพลังกับใคร เรานำเสนอนโยบายขอคะแนนเสียง ไม่ไปข้องแวะพรรคคู่แข่ง ถ้าเรามีเสียงมากพอเชื่อใจได้เลย ภท.วันนี้ไม่เหมือนในอดีต เรามีบุคลากรที่พร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ การศึกษาประสบการณ์ที่ทำงานได้เลยไม่ต้องทดลองงาน หรือไปขอให้ใครลองใช้ดู ประเทศไทยไม่ใช่สนามทดลองงานยังไม่ได้คุย “ศักดิ์ดา” ปมคลิปเสียงนายอนุทินยังกล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น-ลงสำหรับอากาศยานของบริษัทเอกชนว่า ต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่อำนวยความยุติธรรม เพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีคนมายื่นเรื่องนี้ด้วย ส่วนที่พรรค พท.จะฟ้องนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย กรณีคลิปเสียง ยังไม่ได้พูดคุยกับนายศักดิ์ดาเรื่องนี้ จะเดินทางไปที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน แต่ได้พูดคุยกันวันปฐมนิเทศ ผู้สมัคร สส.พรรคชัดเจนแล้วเรื่องสิ่งที่พึงกระทำและห้ามกระทำ ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบพื้นที่ตัวเอง พบกันอีกทีในสภาฯ ได้พูดกันชัดเจนแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าต้องไปพูดอะไรกันอีก ดังนั้นส่วนที่บุคคลต้องรับผิดชอบ ไม่มีส่วนใดที่พรรคต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบ ขอให้ทุกคนโชคดี และส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไรคนอุดรฯเอ็นดูจับแก้ม–กอด “เท้ง”ที่ จ.อุดรธานี คาราวานหาเสียงของพรรค ปชน.สายภาคอีสาน “นายฮ้อยทมิฬ” มาถึง จ.อุดรธานี ตั้งแต่ช่วงเช้า มีแกนนำ เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. นำทีมผู้สมัคร สส.อุดรธานี ร่วมคาราวานหาเสียงตามเส้นทาง อาทิ อ.บ้านผือ อ.เพ็ญ อ.บ้านดุง อ.หนองหาน อ.เมือง มีประชาชนตอบรับอย่างอบอุ่นคึกคัก ต่อมาช่วงเที่ยงที่ อ.หนองวัวซอ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. มาสมทบพบปะชาวบ้านที่มาต้อนรับบางคนนำส้ม นำขนมมามอบให้ บางคนเข้ามาสวมกอดจับแก้ม พร้อมเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า คาราวานพรรค ปชน.ไปจังหวัดไหนมีคนไปร่วมอุ่นหนาฝาคั่ง จ.อุดรธานีเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ มาเขต 8 ต้องขอบคุณชาวหนองวัวซอ เลือกตั้งนายกฯ อบจ.เราชนะเลือกตั้งอำเภอนี้ด้วยย้ำนั่งนายกฯ ไม่เอา รมต.ค้ายาค้ามนุษย์นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เหลืออีก 4 วันอยากเชิญชวนทุกคนตัดสินใจให้เด็ดขาด กาพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ เพื่อออกจากการเมืองแบบเดิมๆ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน เราต้องการจำนวน สส.อีกเยอะ โดยเฉพาะ สส.เขตที่ต้องไปโหวตให้ตนเป็นนายกฯ อยากเชิญชวนประชาชนสร้างอนาคตใหม่ไปด้วยกัน หลักการของพรรค ปชน.ไม่ได้ไปนั่งคุยกันว่าจะไปจับกับมือกับสีใด สีแดงหรือสีน้ำเงิน เป้าหมายเราตั้งรัฐบาลประชาชน เราต้องได้ตำแหน่งนายกฯ ที่มีเสียงในสภาฯมากพอ ไม่ว่าใครมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราต้องกำกับทิศทางพรรคร่วมฯได้จริง ไม่ส่งคนมีประวัติค้ายา ค้ามนุษย์ ประวัติไม่ดีมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้าในอนาคตมีประวัติไม่ดี นายกฯ สั่งเปลี่ยนได้ มีอำนาจต่อรองทางการเมืองเพราะนายกฯมีอำนาจยุบสภาฯ คงไม่ไปโต้ตอบว่าตกลงเราจะจับมือกับสีไหนหรือไม่ เป้าใหญ่เราคือการหาทางออกของประเทศ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน“ธนาธร” ปลุกกาส้มให้ถึง 20 ล้านเสียงวันเดียวกัน คาราวานรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งของพรรค ปชน.เดินทางต่อเนื่อง เป็นวันที่ 6 สายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. พร้อม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. และผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรค ปชน.ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้า นายธนาธรย้ำกว่า 8 ก.พ.นี้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนได้หรือไม่ ประเทศไทยจะไปทิศทางไหน ยืนอยู่ที่เดิมกับอดีตหรือพร้อมเปิดรับอนาคตอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนทุกคน ขอฝากพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ รอบนี้ปันใจไม่ได้อีกแล้ว หากบ้านท่านกาให้เรายกบ้าน ขอให้ท่านช่วยหาให้อีก 10 เสียง ให้เราไปถึง 20 ล้านเสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชนน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แม้มีคนบอกว่าจะมาทวงคืนชลบุรีไม่ว่าจะบ้านใหญ่หรือบ้านใหม่ แต่เชื่อว่าคนชลบุรีไม่มีเจ้าของ และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง หากประชาชนไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาท่านไม่ได้ ขอให้ครั้งนี้กาพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบคนแก่เชียร์ “ช่อ” หนุน ปชน.ชนะให้ทะลุขณะที่สายอีสานใต้ “คมแฝก” นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. ไปที่ จ.อำนาจเจริญ ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.พร้อมเปิดปราศรัยย่อย แนะนำนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า เช่น เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทภายในปี 69 อุดหนุนงบฯพัฒนาศูนย์เลี้ยงเด็กและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีประชาชนสนใจรับฟังนโยบายและขอถ่ายภาพด้วยคึกคัก ด้านสายภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” ไป จ.ราชบุรี นำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคและ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน. ระหว่างทางมีผู้สูงอายุเข้ามาทักทายด้วยความตื่นเต้นดีใจ บอกเอาใจช่วย ทำให้เต็มที่ ครั้งนี้พรรค ปชน.ชนะแน่นอน ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ขณะที่คณะของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.ไปที่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.พร้อมคาราวานหาเสียงพรรค ปชน.สายภาคอีสาน “นายฮ้อยทมิฬ”“ไอติม” ชวนกาประชามติสะสาง กกต.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ว่า ตกใจที่เมื่อเช้านายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวีว่า หากประชาชนไม่มั่นใจในกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง ไม่ควรได้ยินจากผู้บริหารมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งหากเราอยากเห็นการทำงานของ กกต.ที่ดีขึ้น ยิ่งต้องกาเห็นชอบเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากประชาชน มีช่องทางให้ตรวจสอบ โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. จนมีคำว่า “อย่ามาแหวง” เป็นความโกรธของประชาชน ที่อยากเห็นการปฏิรูปการทำงาน กกต.ครั้งใหญ่ ที่มายึดโยงประชาชน มีส่วนร่วมตรวจสอบ วันที่ 8 ก.พ.ขอให้ไปกาเห็นชอบเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนมติ กกต.มติส่งศาลฎีกาถอดถอน 28 ผู้สมัคร สส. และหัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบด้วย ยังไม่เห็นทั้ง 28 รายชื่อ เชื่อว่าทีมกฎหมายพรรคพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ปชป.ปล่อยคลิป “กาฟ้า 2 ใบ”วันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ปล่อยคลิปวิดีโอสั้น 12 วินาทีทางโซเชียลมีเดีย เน้นความสนุกสนานและเข้าถึงทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นภาพนายอภิสิทธิ์ยืนโค้งคำนับ ถือ “กาน้ำสีฟ้า 2 ใบ” มีคำว่า “พรรค” และ “เขต” สื่อถึงการกาทั้งพรรคและ สส.เขตทั้ง 2 ใบ จากนั้นนายอภิสิทธิ์นำใบไม้ขึ้นมาทำท่าเป็นเครื่องหมายกากบาทย้ำว่ากาสองใบ ขณะที่เวลา 07.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม.ร่วมลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 (คลองเตย-วัฒนา) ประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การกลับมาเขตวัฒนาและเขตคลองเตยเหมือนกลับมาบ้าน เป็นเขตเลือกตั้งเก่าที่เคยผูกพันและได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องมาตลอด ครั้งนี้พรรคนำคนรุ่นใหม่นายพงศกรมาสานต่อเจตนารมณ์รับใช้ประชาชน“มาร์ค” ยันนโยบาย ปชป.ไม่สร้างหนี้นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือ (TDRI) วิเคราะห์งบฯ นโยบายพรรคการเมืองใช้งบฯ สูงว่า เทียบกับพรรคใหญ่อื่นๆ เช่น พรรค ปชน.ตัวเลขงบฯไม่ต่างกันมากนัก นโยบายพรรค ปชน.บางอย่างอาจงบฯสูงกว่าด้วยซ้ำ นโยบายพรรค ปชป.เสนอเป็นงบฯผูกพันต่อเนื่อง 4 ปี หลายโครงการต่อยอดจากงบฯเดิม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไม่ใช่สร้างภาระหนี้ใหม่ทั้งหมด คำนวณฐานรายได้และการจัดเก็บภาษีอย่างรอบคอบ ให้มั่นใจว่าทุกนโยบายจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ กกต.เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัคร สส.ให้ศาลวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ เป็นเรื่องปกติทางกฎหมาย ไม่ส่งผลกระทบภาพรวมการเลือกตั้ง กรณีพบผู้สมัคร สส.อุดรธานีขาดคุณสมบัติ เคยมีคำพิพากษาปี 50 กรณีนี้ซับซ้อนเพราะเคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้วทั้งปี 62 และ 66 ขณะนั้นทั้งข้อมูลพรรคและระบบตรวจสอบของกกต.ไม่ปรากฏประวัติความผิด เพิ่งตรวจพบครั้งนี้ โดย กกต. พรรคพยายามอย่างถึงที่สุดตรวจสอบแล้ว และชี้แจงแนวทางทำงานให้ กกต.ทราบอย่างละเอียดล่วงหน้า ไม่ได้มาชี้แจงภายหลัง“ตุ๋ย” จองกฐินสอบยกแผงซื้อไฟแพงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ประกาศจุดยืนชัดเจนเดินหน้าตรวจสอบโครงการจัดซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หากได้กลับมาดำรงตำแหน่งหลังพบความผิดปกติการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หลังตนพ้นตำแหน่ง รมว.พลังงานว่า ราคากระโดดสูงขึ้นจนน่าสงสัยไปอยู่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย สูงกว่าเกณฑ์เดิมมาก สวนทางต้นทุนผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ปัจจุบันที่มีแต่จะถูกลง ตลอด 2 ปีที่เป็น รมว.พลังงาน ไม่เคยเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าใหม่ ต้องมาบริหารจัดการโครงการเก่าค้างท่อจากรัฐบาลชุดก่อน ประมูลไปแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปราคา จึงชะลอเซ็นสัญญาไว้ เพราะปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศยังล้นเกินความจำเป็นสว.บี้เร่งพิสูจน์คลิปเสียงฉาวที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว.แถลงกรณี “คลิปเสียงกล่าวอ้างเบื้องสูงและกล่าวอ้างอำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง” ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิสูจน์คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงใคร มีใครอยู่ในคลิปเสียงบ้าง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นคลิปเสียงจริงหรือไม่ ขอให้เร่งดำเนินการ 5 ข้อ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปเสียงด้วยเทคโนโลยีพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ 2.ตรวจสอบคลิปเสียงว่ามีบุคคลใดบ้าง 3.ตรวจสอบแหล่งที่มาจากที่ใด บุคคลใดเป็นผู้ผลิต 4.เชิญผู้เกี่ยวข้องในคลิปเสียงทุกฝ่ายมาให้ข้อมูลจริงจัง 5.ตรวจสอบกลางโยกย้ายหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียง ฝากถึงหน่วยงานภาครัฐต้องเป็นกลางทางการเมือง ทำงานภายใต้กฎหมาย หลักคุณธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมเหน็บ กกต.ผิดพลาดสุจริตหรือแอบแฝงด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.แถลงว่า การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ. กกต.ผิดพลาดล้มเหลว ไม่แน่ใจผิดพลาดโดยสุจริตหรือมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ ทั้งเขียนรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองผิด ติดประกาศผู้สมัครไม่เรียงตามหมายเลขประจำตัว ชื่อผู้สมัครหายจากบอร์ดหน้าหน่วยเลือกตั้ง อ้างผู้สมัครถูกตัดสิทธิไปแล้วทั้งที่ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ ไม่ใช่ความผิดพลาดทางธุรการแต่ปฏิบัติงานผิดพลาด วันที่ 8 ก.พ.คาดว่าจะเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจพิจารณาบัตรดี บัตรเสีย ขอให้ กกต.ใช้มาตรฐานเจตจำนงของประชาชนเป็นหลักพิจารณา ขอให้ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์นับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งใช้กล้องถ่ายบันทึกไว้เป็นหลักฐานกรณีเกิดปัญหา ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวน ให้ประชาชนทำประชามติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย หากจำนวนผู้ทำประชามติน้อยกว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจะชี้วัดว่า กกต.ล้มเหลวจัดการเลือกตั้งศาล รธน.ตีตก “หนู” ใช้ถนนทำรันเวย์วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่นายนิยม นพรัตน์ ยื่นขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเป็น รมว.มหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ในทางราชการ เพื่ออนุญาตให้มีการใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น-ลงสำหรับอากาศยาน เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) มาตรา 219 และมาตรา 235 ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องลักษณะเดียวกันมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง 90/2568 ลงวันที่ 27 ส.ค.68 และคำสั่งที่ 98/2568 ลงวันที่ 17 ก.ย.68 ไม่รับคำร้องไว้ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพราะคำร้องไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของผู้ถูกร้องอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในฐานะ ประชาชนเท่านั้น และคำร้องครั้งนี้ไม่ปรากฏสาระ สำคัญเพิ่มเติมจากคำร้องเดิมที่ไม่รับไว้ จึงไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามมาตรา 46 วรรคสาม ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213ไม่รับคำร้อง MOA “ณัฐพงษ์–อนุทิน”ศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่พันเอก รัฐเขต แจ้งจำรัส ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กล่าวอ้างว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ย.68 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOA (Memorandum of Agreement) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 มาตรา 144 มาตรา 164 และมาตรา 185 เป็นการประพฤติมิชอบและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาฯ ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 และไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ข้อกล่าวอ้างเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้น และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องได้“เรืองไกร” ร้องเพิกถอนทำประชามติเวลา 08.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยื่นฟ้อง กกต.เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการทำประชามติวันที่ 8 ก.พ. และสั่งให้ กกต. ส่งเรื่องการจัดทำประชามติคืนให้รัฐสภา เพื่อแก้ไขมติให้ถูกต้องตรงกับคำบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 โดยผ่านคณะรัฐมนตรีรวมทั้งมีคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยมีคำสั่งให้ กกต.ระงับการจัดทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.ไว้ทั้งหมดทั่วประเทศป.ป.ช.ฟันอดีต สส.เล่นไพ่ในสภาฯผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีเล่นการพนันภายในห้องทำงาน สส. อาคารรัฐสภา จากการไต่สวนพยาน 2 ราย ให้การสอดคล้องกัน พยาน 1 รายระบุว่าเดินเข้ามาที่ห้องทำงาน เปิดประตูเข้ามาพบนายชัยทิพย์กับพวกรวม 4 คน นั่งล้อมวงบนโต๊ะ ในมือมีไพ่และมีชิปวางอยู่บนโต๊ะในช่วงเวลาราชการ พยานอีกคนระบุว่าเคยเจอนายชัยทิพย์กับพวกเล่นไพ่ในห้องนี้ ขณะที่นายชัยทิพย์ยอมรับร่วมเล่นไพ่จริง แต่อ้างไม่ได้พนันเอาทรัพย์สินกัน ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าไม่รักษากฎหมายและศีลธรรมอันดี การเล่นไพ่ในห้องทำงาน สส.ในสถานที่และเวลาราชการ ไม่รักษาเกียรติภูมิประเทศและ สส. ไม่เคารพสถานที่ เสื่อมเสียตำแหน่ง สส. แม้นายชัยทิพย์อ้างว่าลาออกจาก สส.เมื่อวันที่ 2 มี.ค.66 ทำให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลงไม่อยู่ในมาตรฐานจริยธรรมที่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบ แต่ขณะเกิดเหตุนายชัยทิพย์เป็น สส. ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายชัยทิพย์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่