ปวด เจ็บ ล้า กล้ามเนื้อ กระดูก ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องไปหาหมอนวด ไม่ก็กินยาแก้ปวด ซึ่งบางครั้งก็กลัวว่าจะกัดกระเพาะบ้าง มีผลต่อตับบ้าง และบางครั้งรักษาแล้วก็ไม่หาย แค่คลายความปวดได้ระยะหนึ่ง หรือบางทีก็กลับมาเป็นอีก หรือบางครั้ง เมื่อแพทย์รักษาเรียบร้อยก็มักจะบอกให้เราไปพบนักกายภาพบำบัด เลยทำให้สงสัยว่ากายภาพบำบัดคืออะไร และช่วยรักษา หรือบำบัดอาการเจ็บป่วย ปวด เจ็บ ล้า กล้ามเนื้อ กระดูกได้จริงหรือ มนัสวี สามสี นักกายภาพบำบัดเชี่ยวชาญ บอกว่า คนทั่วไปมักไม่เข้าใจการรักษาด้วยกายภาพบำบัด แต่จริงๆแล้วการรักษาด้วยกายภาพบำบัด เป็นการปรับสรีระโครงสร้างร่างกายให้กลับเข้าสู่สมดุล เป็นการปรับเข้าสู่ตำแหน่งและหน้าที่ที่เหมาะสม“ผมคิดว่าการรักษาด้วยกายภาพบำบัด เป็นการรักษาที่ตรงจุดและไม่ใช้ยา โดยใช้หลักการและกระบวนการทางฟิสิกส์ร่วมกับความรู้ทางด้านกายวิภาคศาสตร์” มนัสวีบอก พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลักๆของกายภาพบำบัดหลักๆคือ วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของร่างกายก่อน เพราะคนที่มีปัญหาส่วนใหญ่ คือ อวัยวะต่างๆเคลื่อนไหวไม่เหมาะสม ไม่สมดุล จึงทำให้มีปัญหาเจ็บป่วยขึ้น แล้วกายภาพรักษาอะไรได้บ้าง นักกายภาพบำบัดเชี่ยวชาญบอกว่า จริงๆแล้ว โดยหลักการกายภาพบำบัดตอบโจทย์การรักษาใน 4 ระบบ คือ ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบหัวใจและปอด และกายภาพบำบัดในเด็กมนัสวีบอกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บบริเวณกระดูก กล้ามเนื้อเอ็นกล้ามเนื้อ และข้อต่อ ซึ่งกลุ่มนี้บอกเลยว่า กลุ่มออฟฟิศ ซินโดรมมากที่สุด ตามด้วยการบาดเจ็บทางกีฬา เช่น ข้อเท้าแพลง เอ็นไขว้เข่าอักเสบ หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น กระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด กล้ามเนื้ออักเสบ ข้อเสื่อม “คนไข้มาหาเราส่วนใหญ่ไม่หนีอาการเหล่านี้ และเมื่อบำบัดไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะดีขึ้น บางคนมา ครั้งเดียว พอจัดการเคลื่อนไหวร่างกายให้สมดุลก็ดีขึ้นเลย มาแค่ครั้งเดียว แต่บางคนอาจต้องมา 2-3 ครั้งถึงจะดีขึ้น” นักกายภาพบำบัดเชี่ยวชาญบอกอีกกลุ่มที่มารักษาด้วยกายภาพบำบัด คือ พวกที่มีอาการของระบบประสาทมาก่อนและต้องการการฟื้นฟู ที่ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้คนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต มากขึ้น บางคนมาด้วยอาการแขนขาอ่อนแรง จากเส้นเลือดสมองตีบ แตก ตัน ซึ่งมนัสวีบอกว่า กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาในการบำบัดระยะหนึ่งทีเดียว สุดท้าย มนัสวีบอกว่า หัวใจสำคัญของกายภาพบอกเลยว่า ไม่ใช่ยาเทวดา ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือการจัดระบบร่างกายที่ไม่สมดุลให้เข้าสู่ความสมดุลโดยเฉพาะการเคลื่อนไหว แต่ถ้ากระดูกหัก อันนี้ต้องผ่าตัด จะทำกายภาพไม่ได้ กินยาก็ไม่หาย แต่ผ่าตัดแล้ว ร่างกายไม่สมดุลก็มาจัดระบบ นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้คนใช้ยาน้อยลง และหันมาดูแลร่างกายมากขึ้น เพราะคนเราถ้าให้ป้องกันก่อนมักจะเสียดายเงิน ไม่ให้เวลา จะมาหาหมอหรือพบคนที่จะบำบัดต่อเมื่อทนไม่ได้แล้ว ซึ่งบางทีก็อาจจะสายเกินไป.