ตอนที่ 3
“ปู่แก่แล้ว เห็นมั้ย...เป็นไม้ใกล้ฝั่งไปทุกที ปู่อยากจะมีเวลาเหลือมากกว่านี้ จะได้อยู่ดูลูกหลานเจริญเติบโต มีชีวิตที่ดีและมีความสุข ในขณะที่เจ้ายังเด็กนัก ยังมีเวลา อย่ามัวแต่เสียเวลากับเรื่องที่บั่นทอน มองไปข้างหน้าเถิด อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีใคร พ่อไม่อยู่กับเจ้า แต่ปู่อยู่ ปู่จะเป็นพ่อให้เจ้าเอง”
หลวงราชไมตรีลูบศีรษะหลานด้วยความรักและเอ็นดู กระต่ายสัมผัสได้ รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แต่ยังคงสงวนท่าทีอยู่บ้าง
ooooooo
บ่ายนั้นกระต่ายไปขอข้าวมุกดากินเพราะรำคาญคนในบ้านที่เอาแต่พูดถึงทรงกลดไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะสินีกับปัทมา ขนาดทิ้งระเบิดไว้ว่าเขามีเมียแล้ว ก็ยังไม่เลิกสนใจ
ทรงกลดกลับเข้ามาพร้อมพิมพ์ดีด พอรู้ว่ากระต่ายพูดจาให้ร้ายเอาไว้ก็ไม่ชอบใจ สั่งให้ไปแก้ข่าว ไม่เช่นนั้นจะไม่ให้กินข้าว กระต่ายงอนขึ้นมาทันที วิ่งออกไปคว้าจักรยานทั้งที่วันก่อนเขายกให้แต่เธอปฏิเสธ พอทรงกลดตามมาทักท้วง ก็พูดสวนตาใสว่าตอนนั้นไม่...แต่ตอนนี้อยากได้
“อ้อ...แล้วที่ให้เราไปพิสูจน์น่ะ ทำแล้วนะ อาเล็กไม่โกรธเรา คุณปู่ก็ดู...น่าจะไว้ใจได้ ส่วนคนอื่นๆเราว่าคงต้องดูอีกสักพัก ส่วนนายต้องดูยาวๆ ยาวมากกกกกก!!”
สาวน้อยลากเสียงแล้วส่งค้อนก่อนขี่จักรยานตัวปลิวออกไป สวนกับทรงกริชที่เพิ่งเข้ามาสมทบทรงกลดและมุกดา
“จะว่าไป ต่ายก็ดูเชื่อฟังคุณกลดนะ แต่ฟอร์มเยอะ” มุกดาพูดยิ้มๆ ทรงกลดถอนใจ ไม่รู้จะดีใจหรือแค้นใจกับเด็กนั่นดี ทรงกริชให้คิดเสียว่าทำบุญทำกุศลช่วยให้เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เป็นคน
“ผมก็คิดงั้นแหละพี่ ยอมรับเลยว่าสงสาร แต่ก็ไม่รู้จะอดทนได้นานแค่ไหน...หาเรื่องปวดหัวได้ทุกวัน”
“เด็กแสบเด็กซนเป็นเด็กฉลาดนะคะ รู้จักเอาตัวรอด ถ้าสอนดีๆ แกก็จะดี”
“ครับพี่ ผมจะพยายาม”
“ไม่ได้พยายามเพื่อจะจีบอาเขาเหรอ” ทรงกริชดักคอ
“ไม่แล้วพี่ รู้สึกอาย ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ลุยเองแล้วกัน”
“ไม่แน่นะ สักวันถ้าซื้อใจกระต่ายได้ นายอาจมีผู้ช่วยเป็นกามเทพโดยที่ไม่ต้องขอ...พยายามเข้า ก่อนจะเสียท่าให้กับคุณแม่กับเพริดพักตร์”
ทรงกลดฟังแล้วสะดุ้ง ขอร้องพี่ชายอย่าพูดถึงสองคนนั้น ได้ยินทีไรขนลุกทุกที
ooooooo
เวลาเดียวกันนั้นเพริดพักตร์กำลังจีบปากใส่ความเพ็ญลักษณ์ลูกสาวหลวงราชไมตรีว่านิสัยไม่ดี รุมทำร้ายเธอจนบอบช้ำทั้งกายใจ ที่สำคัญหล่อนคิดจะรวบหัวรวบหางทรงกลด
ทรงมณีไม่ชอบหลวงราชไมตรีเป็นทุน ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นเด็ดขาด สั่งชวนพิศเก็บกระเป๋าไปศรีราชาด้วยกันโดยเร็ว...
ตกเย็นกระต่ายปั่นจักรยานกลับไร่ ระหว่างทางเจอคณะหลานๆของหลวงราชไมตรีที่มาจากกรุงเทพฯ โดยอลงกตทำหน้าที่ขับรถพาน้องๆสามคนมา แต่พอรถติดหล่ม ทุกคนพุ่งเป้าให้อนิลลงไปเข็น
อนิลเป็นคนเดียวที่โดนอลงกต วิภาดา และมิรันตีกลั่นแกล้ง เด็กทั้งหมดเกิดจากลูกๆของหลวงราชไมตรีที่ไม่ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่ส่งหลานมาฝากเลี้ยง
กระต่ายเคยเห็นทั้งสี่คนที่บ้านราชไมตรี แต่ไม่ได้พูดคุยกัน...มาวันนี้เห็นความไม่ยุติธรรมของสามคนที่แกล้งอนิลอยู่คนเดียว พออนิลทำให้รถขึ้นจากหล่มได้ พวกเขากลับไม่รอ ปล่อยให้หาทางไปเอาเอง กระต่ายสงสารจึงให้อนิลซ้อนท้าย แต่เพราะเขาตัวใหญ่แถมยังขี่จักรยานไม่เป็น กระต่ายเลยต้องรับบทหนัก กว่าจะถึงบ้านก็ใกล้ค่ำ เลยเวลาอาหารเย็น
กัณหาเล่นงานกระต่ายอีกตามเคยว่าไม่มีมารยาททำให้ทุกคนหิ้วท้องรอ แต่กระต่ายสังเกตเห็นว่าหลายคนลงมือล่วงหน้าไปแล้ว จึงยอกย้อนว่า “เนี่ยนะรอ ก็เห็นอร่อยกันใหญ่”
กัณหาถลึงตาใส่และทำท่าจะเอาเรื่องกระต่าย หลวงราชไมตรีรีบปราม แล้วตั้งใจสอนกระต่ายว่าอยู่ร่วมกัน เวลาจะทำอะไรต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ จะเอาแต่สะดวกฝ่ายเดียวไม่ได้ กระต่ายทำท่าจะอธิบายเหตุผลที่มาช้า แต่เพ็ญลักษณ์ส่งสายตาปรามไม่ให้พูด










