ตอนที่ 3
เช้าขึ้นกระต่ายทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วรู้สึกเสียฟอร์มที่ร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าทรงกลด เธอลุกจากเตียงมาเยี่ยมๆมองๆชายหนุ่มที่กำลังพิมพ์วิทยานิพนธ์ พอเขาหันมาเห็น เธอรีบวางมาดผู้ใหญ่ พูดแก้เก้อว่า
“เมื่อคืนเครียดไปหน่อย ได้ยินอะไรก็ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจนะ”
“นี่อย่ามาพูดมาก เหม็นขี้ฟันน่า ไปแปรงฟันเลยไป”
ทรงกลดชี้ไปตรงระเบียงที่มีโอ่งน้ำ แก้ว และแปรงสีฟัน กระต่ายเสียความมั่นใจรีบเดินไปแปรงฟันอย่างเร็ว ทรงกลดลุกตามมาบอกว่าเมื่อคืนอาเล็กมาตาม เขารู้แล้วว่าเธออยู่ที่นี่
“แล้วอาเล็กโกรธรึเปล่า”
“เขาเป็นห่วงมากกว่า...และก็รู้สึกผิดที่ตบหน้าเรา เพราะโกรธจนลืมตัว ถ้าเป็นฉัน...ฉันก็คงทำเหมือนคุณเล็ก เพราะฉันจะเสียใจและผิดหวังมาก ถ้าคนที่ฉันรักบอกว่าเกลียดฉัน แล้วยังบอกว่าเกลียดพ่อตัวเองอีก...เกลียดคนที่ให้กำเนิด เลี้ยงดู ให้ความรัก...เรียกอกตัญญู เรียกทร...”
“พอเถอะ” กระต่ายแทรกขึ้นหน้าสลด เริ่มรู้สึกผิด “เราไม่ได้หมายความอย่างที่พูด...ก็เราเสียใจ เราผิดหวังที่ไม่มีใครบอกอะไรเราเรื่องพ่อ”
“ไม่มีใครอยากปิดเธอเรื่องนี้ แต่จะบอกเมื่อถึงเวลา ทุกคนต่างก็เสียใจ ไม่มีใครอยากทำร้ายคนในครอบครัวหรอก กลับไปก็ขอโทษอาเล็กซะ”
“เรา...ไม่กล้า”
“โปรดฟังอีกครั้ง...ไม่มีใครอยากทำร้ายคนในครอบครัว และมีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่จะให้อภัยเราได้เสมอ แม้ว่าเราจะทำผิดมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์คำพูดของฉันด้วยตัวเอง”
กระต่ายนิ่งไปอย่างคิดหนัก...เวลาเดียวกันนั้นเพ็ญลักษณ์กำลังชะเง้อคอรอยคอยการกลับมาของหลานสาว ปัทมากับสินีซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตอนเพ็ญลักษณ์ตบหน้ากระต่ายเมื่อคืน เดินเข้ามาถามน้องสาวคนเล็กว่าปรับความเข้าใจกับหลานหรือยัง
เพ็ญลักษณ์อึกอัก ไม่กล้าบอกว่ากระต่ายไม่ได้กลับบ้าน สินีเดาทันทีว่าอาการแบบนี้แสดงว่ายังไม่เข้าใจกัน
“แล้วนี่ยังไม่ตื่นเหรอ...เดี๋ยวพี่จะช่วยคุยให้”
“ยังค่ะ เล็กยังไม่ไปปลุก เพราะเมื่อคืนกว่าจะพาตัวกลับมาได้ กว่าจะนอน และก็เห็นว่าแกคงอยากจะอยู่คนเดียวก่อน”
“อืม...มีอะไรให้พวกพี่ช่วยก็บอก”
“อย่าให้คุณพ่อรู้ก็แล้วกันค่ะว่าต่ายกำลังเสียใจเรื่องนี้มาก”
“พี่กัณหาคนเดียวเลยเชียว ทำให้เป็นเรื่องจนได้” ขาดคำของสินี กัณหาเดินปรี่เข้ามากรีดเสียงใส่น้องๆ
“ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ถึงฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป เด็กนั่นมันก็อาละวาดฟาดงวงฟาดงาอยู่ดี เพราะฉะนั้นอย่ามากล่าวหาว่าเป็นความผิดของฉัน ถ้าจะโทษก็ไปโทษคุณพี่วิสุทธิ์โน่น ที่เป็นคนผิดตั้งแต่ต้น”
หลวงราชไมตรีได้ยินทุกคำ เดินมาปรามลูกสาวอย่าเถียงเรื่องใครผิดใครถูก เราต้องเดินไปข้างหน้า อย่าเสียเวลากับสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว ให้เวลากระต่ายสักหน่อย ให้มันได้ปรับใจปรับตัว ถ้ามันพร้อม มันก็ออกมาเอง
เพ็ญลักษณ์ สินี และปัทมาพยักหน้าเห็นด้วย มีพียงกัณหาที่ลอยหน้าลอยตาไม่ตอบรับ
“พ่อกินอาหารเช้าตรงนี้นะ อยากรับลม”
เพ็ญลักษณ์ตกใจเพราะกลัวพ่อจะรู้เห็นว่ากระต่ายไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน แต่ไม่กล้าขัดความประสงค์ จะไปบอกเพียรให้จัดสำรับมาตรงนี้
ooooooo
ที่กระท่อมท้ายไร่ กระต่ายยังอยู่กับทรงกลด ในมือถือแปรงสีฟันค้างเมื่อคิดว่าต้องกลับไปขอโทษอาเล็ก เพื่อพิสูจน์คำพูดของเขาที่บอกว่าอาเล็กและทุกคนในครอบครัวให้อภัยเราได้เสมอ
“เอาเป็นว่าเราสองคนสงบศึกกันแล้วนะ”
กระต่ายตอบสวนทันควันว่ายัง ทรงกลดร้องขึ้นอย่างเหนื่อยใจ
“เอ๊า...นี่ถือว่าจูบปากกันแล้วนะ”
“จูบปากอะไร”
“ฉันรู้เรื่องเธอหมดแล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และที่สำคัญถือว่าสนิทกันมากด้วยนะ ถึงขนาดใช้แปรงสีฟันร่วมกันด้วย”
“หา??!!” สาวน้อยอุทานเสียงหลง ก้มลงมองแปรงสีฟันในมือทรงกลดเดินไปหยิบแปรงสีฟันอันใหม่เอี่ยมที่วางไว้ให้ “ฉันให้เธอใช้อันนี้ ไม่ใช่อันนั้น นั่นมันของฉัน”
“แล้วทำไมไม่บอก”
“แล้วทำไมไม่รู้จักดู มีเซ้นส์มั้ย เซ้นส์น่ะ”










