ตอนที่ 3
กระต่ายรีบวางแปรงแล้วบ้วนปาก แกะแปรงสีฟันอันใหม่มาจัดการแปรงซ้ำอย่างเร็ว ทรงกลดกลั้นขำแทบไม่ไหว
“ต่อไปนี้เราเป็นพันธมิตรกันได้หรือยัง”
“ฟังเรื่องเราแค่นี้อย่าคิดว่าจะซื้อใจเราได้ เรายังไม่ไว้ใจนาย เรายังคิดว่านายยังใช้เราเป็นสะพานข้ามไปหาอาเล็ก...ขี้ขลาด”
“ฉันอยากสอนหนังสือให้เธอจริงๆ และสัญญาว่าจะไม่ใช้เธอเป็นสะพานเด็ดขาด เรื่องของคุณเล็กฉันจะพึ่งตัวเอง”
“จริงเหรอ”
“ก็ดูกันไป อยากรู้ว่าจริงมั้ย...ก็เหมือนกัน ต้องพิสูจน์”
“ได้...เราจะดูนายต่อไป นายต้องทำตัวดีๆ ให้เราเชื่อใจว่านายดีจริง ถ้านายดีจริง บางทีเราอาจจะช่วยนายเรื่องอาเล็ก”
“เฮ้ย...จริงเหรอ” ชายหนุ่มตาวาวด้วยความดีใจ
“คนอย่างเรา คำไหนคำนั้น แลกกัน ความจริงใจแลกกับความเชื่อใจ”
“เยี่ยมมาก ขอบใจมากไอ้น้อง...ไป ฉันไปส่ง”
“นี่อยากไปส่งเราจริงๆ หรือทำดีหวังผล”
“เอ๊าไอ้นี่ สับสนอะไรเนี่ย บอกให้เขาใช้ความจริงใจแลกความเชื่อใจ พอจะทำก็ระแวง เอาไงวะ”
“ให้ไปส่งก็ได้”
“เออ เปิดใจหน่อย บอกเลยนะว่าเธอเชื่อใจไม่ผิดคนหรอก ฉันน่ะนอกจากจะหล่อแล้วจิตใจยังขาวสะอาด”
กระต่ายทำท่าจะอ้วก รีบเดินหนีออกมาหน้าบ้าน ทรงกลดยิ้มอารมณ์ดี ขอยืมจักรยานคนงานไปส่งกระต่าย แต่ระหว่างทางสองคนยังต่อปากต่อคำเรื่อยไป
“มีแปรงสีฟันร่วมสาบานแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้จักรยานคันนี้เอาไว้ใช้ เวลามาเรียนจะได้ปั่นมา”
“ไม่เอา”
“เฮ้ย...จริงใจนะเนี่ย”
“ให้เรา นายก็ไม่มีจักรยานใช้สิ”
“นี่มีน้ำใจคิดถึงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ”
กระต่ายหมั่นไส้แกล้งโยกตัวไปมาจนจักรยานเซ แต่ทรงกลดยังประคองรถไว้ได้ จากนั้นแกล้งปั่นส่ายไปมาน่าหวาดเสียวจะล้ม กระต่ายเกาะเอวเขาแน่น พลางร้องโวยวายไปตลอดทาง
ooooooo
ก่อนถึงบ้าน ทรงกลดถามกระต่ายว่ายังอยากซื้อตั๋วเครื่องบินไปหาพ่ออีกไหม สาวน้อยบอกว่าเลิกคิดเรื่องนั้นแล้ว เพราะจะรอพ่อมารับตามสัญญา...
เมื่อหลานซ้อนท้ายจักรยานทรงกลดมาถึงหน้าบ้าน เพื่อความสมจริงเพ็ญลักษณ์ต้องหาทางทำให้พ่อและพี่สาวเชื่อว่าเมื่อคืนกระต่ายนอนที่บ้าน แต่เพิ่งออกไปเรียนพิเศษกับทรงกลดในตอนเช้า
หลวงราชไมตรีคุ้นหน้าทรงกลด พอรู้ว่าเคยเจอกัน บนรถไฟและเขาเป็นลูกชายคนเล็กของทรงมณีก็ไม่ค่อยชอบใจ แต่เอาความดีที่เขาเป็นครูสอนพิเศษให้กระต่ายมาหักลบค่อยรู้สึกดีขึ้น ขณะที่สินีกับปัทมาต่างพากันชื่นชมและสนใจว่าที่ด็อกเตอร์หนุ่มทายาทมหาเศรษฐีคนนี้ กัณหารู้สึกหมั่นไส้น้องๆ และมองออกว่าทรงกลดน่าจะชอบพอเพ็ญลักษณ์
กระต่ายรำคาญท่าทีสินีที่สนใจใคร่รู้รายละเอียดของทรงกลดจนออกนอกหน้า เลยโกหกว่าเขามีเมียอยู่ที่ไร่หนึ่งคน...ถือโอกาสกลั่นแกล้งทรงกลดไปด้วย
หลวงราชไมตรีพอใจกับคำพูดคำจามีหางเสียงของกระต่าย แสดงว่าเพ็ญลักษณ์อบรมสั่งสอนหลานได้ดี ส่วนเรื่องพ่อที่ทิ้งไปนั้น ดูท่าทางกระต่ายก็ทำใจได้มากขึ้นแล้ว บอกปู่ว่าตอนแรกเสียใจและโกรธ แต่ตอนนี้หายแล้ว
“ดีแล้วล่ะ จำคำที่ปู่บอกได้ไหม ตอนที่เจ้ามาอ่านหนังสือให้ปู่ฟัง เรื่องที่เราไม่มีพ่อไม่มีแม่”
กระต่ายจำได้แม่นว่าปู่สอนว่า อย่าอายที่เกิดมาไม่มีพ่อแม่พร้อมหน้าอย่างคนอื่นเขา แต่จงอายถ้าเราทำตัวไม่ดีให้เป็นที่ครหา...แต่ยามนี้กลับทำไขสือ บ่ายเบี่ยงว่าปู่สอนหลายอย่างตนจำไม่ไหว
หลวงราชไมตรีรู้ทัน หัวเราะหึๆ ถามว่าแน่ใจหรือ แต่หลานสาวนิ่งเงียบไม่ตอบ
“เอาเถอะ จำไม่ได้ก็จำไม่ได้ ที่ปู่เรียกมาเพราะอยากจะบอกอะไรเจ้าอีกอย่าง...อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆระหว่างที่รอพ่อมารับ...อย่าทำให้ปู่อิจฉา”
“คุณปู่จะมาอิจฉาต่ายทำไม”










