ตอนที่ 4
เอ๋ยงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้ยินเดียวบอกว่าจะขอพรจากปลาหมึกตัวนี้ “นี่ถามจริง...แค่อยากได้ปลาหมึกไปถ่ายรูปจริงๆเหรอ”
“จริงอ่ะดิ เอ๊ย! จริงสิ...คุณไม่รู้หรอกว่าเจ้าแม่ซีซ่าปลาหมึกสำคัญสำหรับฉันขนาดไหน”
“ขนาดนั้นเชียว”
“ใช่...คุณก็เหมือนกัน ไปอาบน้ำอาบท่าซะ”
เอ๋ยจำใจไปทั้งที่ยังงงๆ พออาบน้ำเสร็จออกมาเห็นเดียวนั่งกราบมาสคอตปลาหมึกราวกับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพอย่างสูงก็ยิ่งสงสัย
เดียวก้มกราบครั้งแล้วครั้งเล่าและพูดยาวเหยียด “ท่านเจ้าแม่หมึกซีซ่าเจ้าคะ ลูกช้าง...เอ๊ย! ไม่ใช่ ต้องลูกหมึกสิ ลูกหมึกขอกราบขอขมาท่านแม่หมึกซีซ่า ตอนนี้ลูกหมึกเชื่อโดยเต็มหัวใจแล้วว่าท่านแม่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ นอกจากจะกราบขอขมาท่านแม่แล้ว ลูกอยากจะขอพร ขออำนาจท่านแม่หมึกช่วยดลบันดาลให้ลูกหมึกน้อยๆคนนี้ได้กลับสู่ช่วงเวลาเมื่อสามปีที่แล้วด้วยนะเจ้าคะ ซ้าาา...ธุ”
เธอพนมมือจดหน้าผาก นัยน์ตาหลับพริ้มรอความมหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้น แต่ลืมตาทุกอย่างก็ยังปกติ นึกไปนึกมาบอกตัวเองว่าต้องใส่ชุดขาว จึงวิ่งไปที่ห้องอาม่าเพื่อจะยืมชุดมาใส่ แต่ห้องล็อกเลยต้องกลับมาห้องตัวเอง ระหว่างนี้อาม่าโทร.มาพอดี เดียวรับสายแล้ว บ่นอุบเรื่องห้องล็อก พาลด่าเอ๋ยด้วย
“เมื่อวานเดียวยังเข้าไปได้ ใช่แล้ว ต้องเป็นไอ้อาจังเอ๋ยแน่ๆ แล้วยังมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก เจ็บใจนัก”
“อาม่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอาจังเอ๋ยอีเป็นสามี ภรรยาต้องเคารพสามี”
“สามีที่นรกส่งมาน่ะสิคะ”
“สวรรค์ต่างหาก สวรรค์ส่งมาให้อาเดียว”
“งั้นเดียวขอคืนให้สวรรค์ไปค่ะ อาม่าคะ เดียวเจอเจ้าแม่ซีซ่าแล้ว นี่เดียวกำลังจะบูชาให้ถูกต้องตามพิธีสักหน่อย เดียวมั่นใจว่าคราวนี้เดียวต้องได้กลับไป 3 วันตามที่เคยขอแน่ๆ ไม่ใช่ล้ำมา 3 ปีแบบนี้ แค่นี้ก่อนนะคะอาม่า เดียวรักอาม่าค่ะ จุ๊บๆ อาม่าไม่ต้องรีบกลับก็ได้ค่ะ เพราะเดียวใกล้จะพาเรากลับไปในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี่แล้ว”
เดียวเร่งรีบว่องไว กลับมาในชุดขาวของตัวเองที่พอหาได้ แล้วภาวนาต่อหน้ามาสคอตปลาหมึก
“ลูกขอกราบขอขมาท่านแม่ที่ลูกได้กระทำการลบหลู่ท่านแม่โดยไม่ได้ตั้งใจ บัดนี้ลูกรู้สึกสำนึกผิดเป็นอย่างยิ่ง จึงขอกราบขอขมาท่านแม่ และขอให้ท่านแม่ช่วยพาลูกกลับไปสู่ที่ลูกมาด้วยเถิด...จริงสิ คราวที่แล้ว ลูกหมึกเข้านอน พอตื่นตอนเช้าถึงได้ถูกถีบส่งมาอยู่ในอนาคต เพราะฉะนั้นลูกหมึกคงต้องไปนอนก่อน แล้วถึงจะถูกถีบส่งกลับไปอย่างเดิม ลูกหมึกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เดียวพูดเองเออเอง ก้มกราบแล้วลุกขึ้นเดินเข้าบ้านอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม แต่ข่มตานอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับเสียที จนเอ๋ยที่นอนหันหลังให้รับรู้ถึงความกระสับกระส่าย หันมาลูบผมเธออย่างอ่อนโยน ความรักใคร่อ่อนโยนในกิริยานั้นทำให้เดียวต้องหลับตาลง น้ำตาปริ่มด้วยความตื้นตัน
“ถามหน่อยสิ...ตอนเราเจอกันครั้งแรกมันเป็นยังไง”
เอ๋ยบอกว่าเหมือนเทพนิยาย...แล้วขอถามเธอบ้างว่า “กราบไหว้ปลาหมึกทำไม”
“ไว้พรุ่งนี้คุณก็จะเห็นเอง...ว่าจะไม่มีวันเห็นฉันอีกต่อไปแล้ว” ท้ายประโยคเดียวพูดอุบอิบอยู่ในลำคอ...
ooooooo










