ตอนที่ 4
เอ๋ยนึกว่ารถเสีย แต่พอถามก็ไม่ใช่ ทำให้สงสัยจนต้องซักไซ้ต่อไปอีก แต่เดียวเริ่มรำคาญ ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ จนกระทั่งเอ๋ยถามซอกแซกว่าเพื่อนที่มาส่งคงรวยมากเพราะใช้รถหรู เธอหมดความอดทนเดินหนีขึ้นข้างบนทันที
เดียวเข้าห้องอาม่าแต่ไม่เจอตัว มีกระดาษเขียนข้อความไว้ว่าวันนี้วันพระอาม่าต้องไปปฏิบัติธรรมกับเพื่อนๆ เดียวเป็นห่วงคว้าโทรศัพท์มาโทร.หาท่านแต่ปลายสายเงียบสนิท
ขณะเดียวกันเอ๋ยอยู่ข้างล่าง กำลังโทร.หาแบมเพราะอยากรู้ว่าเพื่อนที่มาส่งเดียวคือใคร แบมบอกชื่อชาลี เป็นคนที่ตนขอร้องให้เดียวช่วยไปประสานงานแทน เอ๋ยเลยไม่ติดใจอะไรอีก จนกระทั่งได้มาเห็นหนังสือเล่มนั้นที่เดียวโปรดปรานและหวงนักหวงหนา นอนอ่านทั้งคืนจนตื่นสาย เอ๋ยก็อดคิดระแวงขึ้นมาอีกไม่ได้ถึงเจ้าของหนังสือที่ชื่อชาลี
เช้าขึ้นเอ๋ยขับรถไปส่งเดียวที่ออฟฟิศแล้วเจอยิ้มตรงหน้าตึก ยิ้มจงใจเข้ามาป่วนโดยพูดจาหวานจ๋อยกับเอ๋ย แต่เดียวไม่ได้หึงหวงสักนิด แถมยังพูดดีกับยิ้มแล้วเข้าตึกพร้อมกันจนทุกคนแปลกใจ นึกว่าสองคนเซ็นสัญญาสงบศึกกันแล้ว
สายอีกหน่อย เดียวรับสายแปลกๆที่โทร.เข้ามา พอได้ยินเสียงอาม่าก็แปลกใจระคนดีใจ บอกว่าเมื่อคืนตนโทร.หาแต่อาม่าไม่รับ
“ก็อาม่ากำลังปฏิบัติธรรมอยู่...อาม่าเขียนบอกไว้แล้วไง”
“แล้วอาม่าจะกลับเมื่อไหร่คะ”
“ก็คงอีกหลายวัน”
“ทำไมนานจัง อาม่าไปปฏิบัติธรรมที่ไหนคะ”
“ไกลน่ะ บอกไปเดียวก็ไม่รู้จัก อาเดียวทำอะไรอยู่ทำไมรับสายช้า”
“เดียวไม่รู้จักเบอร์นี่คะ ก็เลยจะไม่รับ อาม่าใช้โทรศัพท์เพื่อนเหรอคะ”
“ประมาณนั้น ที่อาม่าโทร.มาก็เพื่อจะบอกว่าอีกหลายวันอาม่าถึงจะกลับ”
“กลับวันนี้ไม่ได้เหรอคะ”
“ยังไม่ได้ อาเดียวต้องทำตัวดีๆอย่าหาเรื่องทะเลาะกับอาจังเอ๋ยนะ”
“เดียวไม่สัญญาหรอก”
มีเสียงแปลกๆเหมือนมีสัญญาณแทรก เดียวเรียกอาม่าหลายคำแต่เสียงทางโน้นเงียบไปเหมือนสัญญาณโดนตัด เธอพยายามโทร.อีกแต่สัญญาณไม่มีจึงปิดโทรศัพท์อย่างเซ็งๆ
ooooooo
เอ๋ยไปสอนหนังสือแล้วได้เบาะแสใหม่ของร้านซีแซ่บเว่อร์จากเบญจโดยบังเอิญ พ่อของเบญจเคยเป็นหุ้นส่วนร้านนี้แต่ร้านเจ๊งไปแล้ว
“แล้วไอ้ตัวมาสคอตปลาหมึกหน้าร้านล่ะ”
“ผมเป็นคนเก็บเอาไว้เองครับ”
“ขอบใจมากเบญจ ครูไม่รู้จะขอบใจเธอยังไง”
“อาจารย์จะตามหาไปทำไมครับ”
“ไม่ใช่ครูหรอก” ตอบแล้วเอ๋ยนึกถึงภรรยาสุดที่รักอย่างสุขใจ










