ตอนที่ 8
“คุณออกมาปกป้องลูกสาวคุณเหมือนแม่เสือปกป้องลูกเสือเลย...แบบนี้นี่เองคดีถึงไม่ไปไหน”
เยี่ยมยุทธอดแขวะไม่ได้เพราะปักใจว่าเปรมจิตเกี่ยวข้องกับคดีพ่อแม่
“คดีอะไรพวกเราไม่รู้เรื่อง”
“ทำผิดแล้วปกปิด...ท่าทางจะเป็นงานถนัดของคุณเลยนะเนี่ย ทำมากี่ครั้งแล้วล่ะ...ความผิดบาปของคุณถึงจะเล็ดลอดเงื้อมมือกฎหมาย แต่มันต้องทิ้งซากอยู่ในใจคุณบ้างล่ะ...ใช่ไหม”
เปรมจิตเสียวสันหลังวาบตามประสาคนมีชนัก ติดหลังแต่แสร้งทำไขสือ
“คุณกำลังหมายถึงอะไร”
“วันนี้ไม่มีโอกาส แต่วันหน้าซากสกปรกพวกนี้มันอาจจะลอยขึ้นมาเอง ถึงตอนนั้นแค่มีคนคุ้ยเขี่ยมันนิดเดียวมันก็อาจจะระเบิดได้...ระวังตัวด้วยนะครับ”
“เพ้อเจ้อ...พูดอะไรไม่รู้เรื่อง! ออกไปได้แล้ว”
เยี่ยมยุทธยักไหล่ไม่สะทกสะท้านกับคำขับไล่ของเปรมจิต เปิดฉากพูดจุดประสงค์ที่มาหาปิ่นมุก
“เอาเป็นว่าตอนนี้ผมอยากลืมอดีต อยากเริ่มต้นใหม่ ผมทำผิดกับคุณปิ่นมุกและผมละอายใจที่จะคบเธอต่อ”
ปิ่นมุกกรี๊ดลั่นเมื่อถูกผู้ชายบอกเลิก เปรมจิตไม่อยากให้ลูกโมโหขาดสติเลยโพล่งขัด
“ช่างมัน...ปิ่น เลิกก็เลิกไม่เห็นต้องไปแคร์ แล้วงานที่ธนาคารจะเอาไง”
“ก็ต้องลาออกครับ ผมขอลาออก”
“ฮึ...ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อลูกคนใช้ เฮอะ...หลงเข้าใจว่ามีสมอง ที่แท้ก็ข้างถนนเหมือนนังดาวเหนือนั่นแหละ”
“ท่านจะด่าผมยังไงก็ได้ ผมต้องการมาบอกแค่นี้”
พูดจบก็ผละไป ปิ่นมุกมองตามด้วยแววตาเคียดแค้นก่อนอารมณ์ด้านมืดจะครอบงำถลาไปขึ้นรถเหยียบคันเร่งเพื่อชนเยี่ยมยุทธ เปลวกับธนูที่มาเป็นเพื่อนเยี่ยมยุทธวิ่งหนีกระเจิงคนละทิศทางกว่าจะจบเรื่องวุ่นวาย สามหนุ่มถึงกับถอนใจโล่งอกที่เกือบเอาชีวิตมาทิ้งเพราะผู้หญิงคลั่งรักคนนึง!
เยี่ยมยุทธจะเอาเรื่องปิ่นมุกที่เกือบฆ่าเขาตาย
เปลวเห็นท่าทางไฮโซสาวแล้วเข้าใจได้พยายามกล่อมไม่ให้มีเรื่อง ส่วนเปรมจิตไม่ได้สนใจใครนอกจากลูกสาวคนเดียว
“ปิ่น...ทำอะไรทำไมไม่คิดถึงใจแม่บ้าง ถ้าแกเป็นอะไรไปแม่จะอยู่ยังไง”
“หนูไม่เป็นอะไร หนูแค่อยากให้เขารู้ว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูอีก เพราะหนูฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ!”
เปรมจิตไล่ให้ทุกคนแยกย้าย ส่วนตัวเองปลอบลูกสาวให้หายคลั่ง “ฟังแม่ให้ดีๆนะ คนพวกนั้นมันคนชั้นต่ำแต่แกไม่ใช่...แกเป็นลูกสาวแม่ เป็นเจ้าของธนาคาร แกมีงานมีหน้ามีตาในสังคม แกต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้”
“นั่นแหละยากที่สุดเลย หนูจะผ่านไปได้ยังไง”
“กลับไปใช้ชีวิตปกติ กลับไปทำงาน แกจำได้ไหมว่าแกเป็นไอดอลของสาวยุคนี้ สวยเริ่ดเชิดรวย แกต้องทำให้พวกนั้นมันเห็นว่าเรามีค่า ว่าเราไม่แคร์มัน...เข้าใจไหมลูก!”
ooooooo










