สมาชิก

บุพเพสันนิวาส

ตอนที่ 9

วันต่อมาสายมารายงานที่เรือนออกญาโหราธิบดี ขุนศรีวิสารวาจา ขุนเรือง และหลวงสรศักดิ์ ฟังแล้วช่วยกันวิเคราะห์ว่า เหตุใดขุนหลวงถึงไม่ให้เข้าเฝ้า ช่างผิดสังเกตนักเพราะเรื่องใดที่เกี่ยวกับการค้าแล้ว ขุนหลวงท่านจะใส่พระทัยทุกเรื่อง หลวงสรศักดิ์ คาดการณ์อย่างขุ่นเคือง

“จะมีอะไรก็ไอ้ก็องสตังซ์มันทูลห้ามน่ะสิ ทรงเชื่อมันเสียด้วย ชั่วจริง เลยไม่ทรงรู้ว่าไอ้พวกนี้โกงยังไร อย่างนี้พ่อข้าคงขุ่นใจนัก ออกจากที่นี่ ข้าจะไปบอกท่าน”

เกศสุรางค์แอบฟัง รีบแล่นมานั่งตรงหน้าออกญาโหราธิบดี เรียกท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน จำปา

มองอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดู รู้ว่าคงมีเรื่องอยากรู้อีก จึงดักคอว่า ความรู้มากมายอยู่แล้ว จะรู้เพิ่มไปถึงไหน หญิงสาวยิ้มหวาน

“แหมคุณป้าเจ้าขา รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชานะเจ้าคะ”

“เจ้าบทเจ้ากลอนเสียด้วย ไปจำใครมารึ อย่างเจ้ามิคิดเองแน่”

“แน่เจ้าค่ะ”

“แน่ยังไร?”

“จำเขามาสิเจ้าคะ”

“นั่นปะไร” ปริกโพล่งขึ้น จำปาหันมาปราม เธอยังเถียง “ข้าเจ้าไม่พูดผิดนะเจ้าคะ”

“ผิดที่ผสมโรง” จำปาเอ็ด ทำให้ปริกจ๋อยลง

ออกญาตัดบทถามการะเกดอยากรู้เรื่องใด เธอรีบบอกว่าเรื่องการค้าของอยุธยา จำปาแทรกว่าไม่ใช่เรื่องของผู้หญิง ออกญายกมือปรามจำปา แล้วให้การะเกดถามมา

“อยากรู้ว่าเราน่ะค้าขายกับหลายเมืองใช่ไหมเจ้าคะ ขายอะไรมั่งเจ้าคะ”

“อยุธยานี่เป็นศูนย์กลางการค้าทีเดียวนะออเจ้าเห็นหรือไม่ ซื้อขายคึกคัก เรือสินค้ามากมายเต็มแม่น้ำ” แล้วออกญาก็ร่ายว่าค้าขายหลายอย่าง หนังสัตว์เป็นที่หนึ่ง

เกศสุรางค์แทรกถามว่าเอามาจากที่ไหน จำปาตอบแทนว่าต้องเอาจากในป่า เกศสุรางค์ทึ่งเห็นจริง ช่วงนี้ในป่าคงมีสัตว์มากไม่เหมือนปัจจุบัน ออกญาจ้องมองว่ารำพึงอะไร...จำปาหาว่าเธอพูดจาประหลาดแล้วเปลี่ยนเรื่องชวนไปวัดด้วยกัน เกศสุรางค์กลับปฏิเสธทั้งที่ทุกครั้งต้องร้องตาม จำปาจึงลุกออกไปพร้อมปริก ออกญาหันมาถามว่าที่ที่มาไม่มีป่าเลยหรือ

“เคยมีเจ้าค่ะ แต่ถูกพวกคนเห็นแก่ตัวตัดทำลายจนเกือบหมดเจ้าค่ะ”

“ไม่เคยได้ยินว่าป่าเมืองสองแควถูกตัดทำลาย คนเราจะตัดทำลายป่าเพื่อสิ่งใด ในป่ามีทั้งต้นไม้ มีทั้งสัตว์ป่า มีทั้งแม่น้ำลำธาร เหตุใดคนเมืองสองแควจะทำลายป่า”

เกศสุรางค์นิ่งอึ้ง รู้สึกคิดถึงบ้านน้ำตาหยด ออกญาเห็นแล้วสงสารปลอบว่า ถ้าคิดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้วทำอะไรไม่ได้ จะหมกมุ่นกับการนั้นเพื่อประโยชน์อะไร คิดถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นสำคัญดีกว่า หญิงสาวก้มกราบที่เข่า ออกญาลูบหัวอย่างอ่อนโยน แล้วเล่าต่อว่าอยุธยาค้าขายหนังกวาง หนังวัวควาย หนังกระเบน เกศสุรางค์ตาโตไม่เคยได้ยิน

“หนังปลากระเบนนี่แหละออเจ้า นอกนั้นขายไม้ฝาง ไม้กฤษณา ดีบุก งาช้างและยังขายช้างด้วย” หญิงสาวยิ่งตกใจที่ขายช้างกันเป็นตัวๆ ออกญาเห็นแล้วขำไม่หยุด

จำปา ปริกและบ่าวที่กำลังขนของไปวัดได้ยินหันไปมอง จำปาเปรยว่าคงต้องตบแต่งให้สิ้นเรื่อง จักได้เป็นแม่บ้านแม่เรือนเสียที ด้านขุนศรีวิสารวาจากับเพื่อนๆที่นั่งคุยกันอยู่ หันมองพร้อมกับขำ ทำไมการะเกดต้องตื่นเต้นเรื่องขายช้างปานนั้น

เกศสุรางค์ยังซักถามออกญาโหราธิบดีว่า ทำไมราษฎรถึงไม่ขายสินค้าเอง ทำไมต้องขายให้พระคลัง แล้วขุนหลวงก็ขายให้ต่างชาติในราคาสูง เรียกว่าซื้อถูกขายแพง ออกญาอธิบายว่าไม่แปลกอย่างใดเพราะราษฎรก็มิได้ลงทุน ลงแต่แรงเข้าไปหาของในป่า ใครขยันหามากก็รวย

“เขาน่าจะขายได้แพงกว่าถ้าขายให้ฝรั่งโดยตรง” เกศสุรางค์ยังสงสัย

ออกญามองอย่างตรึกตรองก่อนจะกล่าวว่า ทุกอย่างที่อยู่ในอาณาเขตของแผ่นดินนี้เป็นของพระเจ้าแผ่นดิน...เกศสุรางค์ฟังแล้วหมดถ้อยคำที่จะเถียง

ooooooo

บุพเพสันนิวาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด