สมาชิก

บุพเพสันนิวาส

ตอนที่ 9

ท่านขุนว่าเกศสุรางค์พูดจาวิปลาส เธอบ่นอุบที่ว่าตนบ้า ท่านขุนตัดบทถามนั่งทำกระไรไยมิหลับนอน เธอสวนทันทีว่ารอเขาแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ พลันได้กลิ่นควันไฟก็ยิ่งฉงน จี้ถามเขาไปทำกระไรมา ท่านขุนเอ็ดที่สอดรู้สอดเห็นแล้วไล่กลับเข้าห้อง หญิงสาวถอนใจ

“คุณพี่ปลอดภัยกลับมาข้าก็โล่งอก ห่วงแค่คุณพี่เป็นอะไร คุณลุงคุณป้าจะเสียใจก็เท่านั้น ข้าไปนอนก็ได้...” เกศสุรางค์พูดจบหันกลับจะขึ้นเรือน

ท่านขุนคว้ามือไว้ดวงตาจับจ้องหน้านวล “ประเดี๋ยว ก่อน นี่ออเจ้าห่วงข้ากระนั้นฤา”

เกศสุรางค์จะดึงมือออกบอกงอนๆว่าไม่ได้เป็นห่วงเขา แต่เป็นห่วงคุณลุงคุณป้า แล้วอ้างจะเข้านอนพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นใส่บาตร ท่านขุนไม่ปล่อยเพราะเห็นว่ารอได้ตั้งนาน หญิงสาวเห็นสายตานุ่มนวลบาดใจที่มองมาก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ บิดแขนออกเดินหนีกลับเรือน ท่านขุนตามติด เธอนึกได้หันกลับมาเกือบชน ยั้งตัวแทบไม่ทัน

“อูย...เกือบแล้วไหมล่ะ คุณพี่...ข้าจะเตือนคุณพี่นะเจ้าคะว่าข้าไม่ใช่คนนอกนะเจ้าคะ”

“คนนอก?” ขุนศรีวิสารวาจางง

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ใช่คนนอกข้าเป็นคนใน คุณพี่จะทำ ลับๆล่อๆอย่างนี้ไม่ได้ จะเล่าอะไรก็เล่ามา...ไม่รู้เรื่องหรือคะ” เกศสุรางค์บ่นเมื่อเห็นหน้าท่านขุนเหวอ

“จะรู้ได้ยังไร ออเจ้าพูดให้ข้ารู้เรื่องสิ”

“แล้วก็จะรู้เองเจ้าค่ะว่าจะตัดข้าหลุดวงโคจรไม่ได้ ...ตัดไม่ได้” เกศสุรางค์ย้ำก่อนจะวิ่งไป ท่านขุนยืนงง ไม่เข้าใจทั้งที่ใจยังเต้นแรง...เกศสุรางค์กลับเข้าห้องเอาสมุดมาจดบันทึกไปคิดไปว่า...ออกญาโกษาธิบดีตายมาแล้วสองเดือน คนที่น่าสงสัยว่า...จะมีส่วนทำให้ท่านตายคือ คอนสแตนติน ฟอลคอน...แล้วเงยหน้าครุ่นคิดว่าจริงหรือไม่ ทำอย่างไรจะรู้ความจริง

“เฮ้อ...ขนาดอยู่ตรงนี้ยังไม่รู้ แล้วที่นักประวัติศาสตร์เขียนออกมาเยอะแยะ มีความจริงแค่ไหนหว่า...เอ้อ!” เกศสุรางค์เสียงดังขึ้นมาว่าพรุ่งนี้ต้องถามให้รู้เรื่อง

ผินกับแย้มซึ่งนั่งมองนายด้วยสายตารักใคร่ สะดุ้งสุดตัววี้ดว้ายเบาๆ...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ขุนศรีวิสารวาจานั่งสนทนาหัวเราะเสียงดังกับขุนเรืองและหลวงสรศักดิ์ เกศสุรางค์เดินหน้าขรึมเข้ามา ทั้งสามค่อยๆเงียบลง เธออดใจไม่ไหวถามว่าดีใจเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม

ขุนเรืองตบเข่าดังฉาด “โดนเข้าแล้วปะไร! ขุนศรีวิสารวาจา ออเจ้าทำอย่างไรจึงถูกแม่การะเกดจับได้ หือ...ออเจ้ารู้เรื่องคลังสินค้าอังกฤษด้วยฤาแม่การะเกด”

“คลังสินค้าอังกฤษ อ๋อ ก็พอรู้บ้างเจ้าค่ะ เกี่ยวกับฟืนไฟหรือไม่เจ้าคะ”

ขุนศรีวิศาลวาจาตวัดสายตามองอย่างรู้ทันว่าซ้อมค้าง หลวงสรศักดิ์แปลกใจที่เธอรู้เรื่องคลังสินค้าอังกฤษถูกเผา หญิงสาวกล่าวยิ้มๆว่า

“ก็คุณพี่ขุนนี่แหละค่ะไปเผา” สามหนุ่มอ้าปากค้าง “เอ๊า...ก็ตัวคุณพี่น่ะเหม็นควันไฟทั้งตัว” สามหนุ่มถอนใจหมดปัญญาจะเถียง หลวงสรศักดิ์ตัดบท

“ขุนศรี...ชี้แจงแก่แม่หญิงการะเกดไปแล้วกัน ข้าน่ะหมดปัญญาจะเถียงนางแล้ว”

ขุนศรีวิสารวาจามองการะเกดด้วยสายตาลึกซึ้ง ขุนเรืองแกล้งกระแอมบอกตนรอฟังอยู่ “เรื่องราวเป็นดังนี้นะออเจ้า” ขุนศรีวิสารวาจาเล่าเรื่องทั้งหมดและให้เหตุผล “ฝรั่งชาวอังกฤษสองคนจะถูกกล่าวหาว่าเผาหลักฐานที่พวกมันสองคนโกง แลคนโกงอย่างมันคงไม่เว้นที่จะซัดทอดไอ้ฝรั่งก็องสตังซ์แน่นอน บริษัทอังกฤษต้องทูลประท้วงต่อขุนหลวง เมื่อความผิดถึงพระกรรณขุนหลวงแล้ว คอยดูน้ำหน้ามันแล้วกัน”

กาลเป็นดั่งที่ท่านขุนคาด เมื่อผู้แทนบริษัทมาตรวจสอบและจะเอาผิดเบอร์นาบีกับไวท์ ทั้งสองหน้าซีดหมดหนทางแก้ตัว สารภาพว่าฟอลคอนร่วมมือด้วย...สายมารายงานแก่ขุนเรือง เขารีบมาส่งข่าวขุนศรีวิสารวาจาที่เรือน แต่เจอเกศสุรางค์ก่อนเธอซักถามทันทีแล้วพึมพำเบาๆ

“อย่างที่เราคิดจริงๆ จากนี้ไปอีกเป็นร้อยปีก็ไม่เปลี่ยนแปลง...ทฤษฎีการเอาตัวรอด”

บุพเพสันนิวาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด