ตอนที่ 7
เกศสุรางค์ได้ทีจะหนีขึ้นเรือน แต่ท่านขุนเข้าขวางหน้าและไล่ผินกับแย้มให้ขึ้นเรือนไปก่อน เธอยิ้มล้ออย่างรู้ทันว่าคงจะถามว่าตนเป็นใครอีก ท่านขุนว่า ไม่อยากรู้แล้ว เมื่อถึงเวลาคงรู้เอง หญิงสาวไหว้ขอบคุณที่ไม่บังคับ ท่านขุนไม่เข้าใจคำว่าขอบคุณ เพราะอยุธยาใช้คำว่าขอบใจ ถ้ากับผู้ใหญ่จะพนมมือแล้วพูดว่า ข้าไหว้... แต่ตนไม่ได้ทำอะไรไม่ต้องไหว้ตน เธอยิ้มเก้อขยับตัวจะเดินไป ท่านขุนเรียกไว้แล้วสบตากล่าวนัยน์ตายิ้ม
“หางตาข้ามิเคยแลใคร เพราะข้ามีไว้สำหรับคนผู้เดียว...ที่ข้ายังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร”
เกศสุรางค์อึ้งพึมพำ “อีกแล้วนะ อีตาขุนนี่ชอบพูดแบบเนี้ยเรื่อยเลย ไม่รู้เหรอว่าใจมันสั่น”
ooooooo
วันต่อมาที่โบสถ์เซนต์เปาโล มะลิ ฟานิกและเออร์ซูล่าผู้เป็นแม่มาสวดมนต์ สังฆราชปัลลูจึงถามเรื่องของหลวงสุรสาคร มะลิตอบความในใจ
“ข้าแสดงกิริยาให้ท่านออกหลวงรู้เป็นเบื้องต้นแล้ว ข้าหวังว่าท่านออกหลวงจะเข้าใจ”
“ออเจ้าไม่มีหัวใจให้เขาเลย...เช่นนั้นฤา” มะลิรับคำ “ออเจ้ารักผู้อื่นอยู่ฤา”
“เจ้าค่ะ แต่เขามิได้รักข้าตอบ” ดวงตามะลิเศร้าลง
สังฆราชปัลลูนึกถึงที่หลวงสุรสาครเคยบอกไว้ว่ามะลิมีคนรักในใจ แต่ตนรักนางจริงจนหมดใจ แม้ว่านางจะไม่รักตน ก็ขอสาบานว่าจะไม่รักใครนอกจากนาง... ท่านจึงกล่าวกับมะลิ
“ผู้ชายคนนี้หลวงสุรสาครรักเจ้าอย่างแท้จริง หาไม่แล้วเขาคงไม่เปลี่ยนมาเป็นคาทอลิกเหมือนอย่างเจ้าหรอก...เปลี่ยนศาสนาคือเปลี่ยนชีวิตนะแม่ เขายอมเปลี่ยนชีวิตเขาเพื่อเจ้า ชายที่เจ้ารักใคร่หามีใจให้เจ้าไม่ ตัวเจ้าจะยอมมีทุกข์ไปตลอดชีวิตฤา”...
มะลิกลับออกมาสีหน้าเศร้าครุ่นคิด พอสบตาแม่ก็โผกอดและบอกว่า ตนตัดสินใจแล้ว...
ไม่กี่วันผ่านไป ขุนศรีวิสารวาจามาขออนุญาตจำปาพาการะเกดไปงานแต่งงานเพื่อนของนาง จำปาปรายตามองทำนองมีเพื่อนกับเขาด้วยหรือ แล้วเตือนลูกชาย
“นางชอบหาเรื่องหาราวเข้าตัว ไปที่ใดๆก็ตามนางจักทำให้อับอายขายหน้า ยิ่งเป็นงานที่มีพิธีรีตอง นางจะไปทำให้งานเขาเสียหาย”
เกศสุรางค์รู้ชะตากรรมก้มหน้าจะกลับเข้าห้อง แต่แล้วจำปาอนุญาตออกมา เธอหมุนตัวขวับคลานเข่าเข้ามาหาด้วยความดีใจ จำปาย้ำให้ท่านขุนดูแลกันให้ดี ปริกหมั่นไส้เปรยว่าทำหน้าทะเล้นเกินแม่หญิงผู้ดี จำปาหันมาปราม
หลังจากนั้น ผินกับแย้มขัดสีฉวีวรรณให้อย่างหนักทุกวัน จนเกศสุรางค์ต้องบ่นว่าแค่ไปงานไม่ได้แต่งเอง...
พอถึงวันงาน ผินกับแย้มประโคมเครื่องประดับจนเต็มตัวเกศสุรางค์ เธอทำหน้าเหยหาว่าเหมือนลิเก จึงถอดทุกอย่างออกแล้วหยิบสังวาลพลอยแดงที่ขุนศรีวิสารวาจาซื้อให้มาใส่เพียงเส้นเดียว ผินกับแย้มแย้งว่าแค่นี้ไม่ได้ แต่เธอไม่ฟังเดินออกจากห้อง
พอจำปาเห็นก็เอ็ดผินกับแย้มทำไมปล่อยให้นายตัวเองตัวเปล่าเล่าเปลือย แล้วสั่งให้เกศสุรางค์ถอดสังวาลพลอยเม็ดเท่าขี้ตาแมวออก เธอไม่ยอมบอกว่าท่านขุนเป็นคนซื้อให้ จำปาชะงักงันหันมาสบตาลูกชาย พูดอะไรไม่ออกอีก ปริกเสนอให้ประโคมเครื่องประดับกลบสังวาล แต่เกศสุรางค์ก็ไม่ยอมอีก จะสวมแค่สังวาลของท่านขุนเพียงเส้นเดียว ท่านขุนแอบยิ้มปลื้มในใจ
ooooooo
แขกที่มาร่วมงานแต่งงานของมะลิกับหลวงสุรสาครที่โบสถ์เซนต์เปาโล มีทั้งเป็นคนแขก ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส โปรตุเกส และมิชชันนารีชายหญิง รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และคุณหญิงคุณนายของแต่ละท่าน ฟานิกกับเออร์ซูล่ายืนรับแขก
ขุนศรีวิสารวาจาเดินเคียงคู่กับการะเกดเข้ามา เจอขุนเรืองและหลวงศรียศ ทั้งสองแย่งกันชมการะเกดจนขุนศรีวิสารวาจาหน้าบึ้ง...ออกญาโกษาธิบดีนั่งเสลี่ยงแปดคนหาม พระวิสุทธสุนทรนั่งเสลี่ยงสี่คนหาม มีทนายหน้าหอถือหีบหมากทองเดินตาม แม่เลื่อนภรรยาพระวิสุทธสุนทรและขุนสุวรรณลูกชาย เดินร่วมกับคุณหญิงนิ่มและจันทร์วาด ผู้คนไหว้ทักทายอย่างเคารพ










