ตอนที่ 7
เกศสุรางค์อ่อนใจเดินกลับมานั่งข้างขุนศรีวิสารวาจา แล้วกล่าวยิ้มๆกับจันทร์วาดว่าให้ช่วยกันเชียร์ จันทร์วาดทำหน้าไม่เข้าใจ จึงอธิบายใหม่ คือการให้กำลังใจ แล้วหันไปถามท่านขุนว่าทำไมไม่ลงแข่งด้วย เขาตอบเคลิ้มไปด้วยว่า
“คนละกรมกัน พวกแข่งเรือเป็นขุนนางกรมเมือง ข้าสังกัดกรมคลัง ทำได้แค่เชียร์อยู่นี่”
เกศสุรางค์หัวเราะ “อ๋อ...เก็ตแล้วค่ะ ว่าเชียร์อย่างเดียว”
จันทร์วาดมองด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง เกศสุรางค์นึกได้ถามถึงป้อมท่าคั่น ท่านขุนชี้ไปที่ปะรำพิธี หญิงสาวชะเง้ออย่างตื่นเต้นเพราะเป็นที่นั่งของขุนหลวงนารายณ์ ท่านขุนบอก
“ขุนหลวงไม่เสด็จ มีแต่สมุหนายกกับสมุหพระ กลาโหม กับขุนนางจตุสดมภ์”
เกศสุรางค์ตาโตอยากเห็น ท่านขุนทำตาดุปราม เธอร้องว่า “เอ้า...ได้ยินมาตั้งนานแล้วว่ามีเวียง วัง คลัง นา เป็นจตุสดมภ์ไงคะ”
ขุนศรีวิสารวาจาอธิบายเสียเอง “มีขุนเมืองตำแหน่งพระนครบาลเมือง ขุนวังตำแหน่งพระธรรมา–ธิกรณ์ ขุนนาตำแหน่งเกษตร ขุนคลังตำแหน่งโกษาธิบดี สี่คนเป็นจตุสดมภ์ นอกจากนั้นมีเจ้าจอมหม่อมห้ามจากในวังมาดูแข่งเรือด้วย”
พอพิธีกรประกาศให้เรือทุกลำเตรียมตัว ในมือถือผ้าแดงผืนย่อม คนพายเรือที่แข่งต่างเตรียม พร้อม เกศสุรางค์ชะเง้อมองอย่างตื่นเต้น...พิธีกรลดผ้าในมือลง เรือทุกลำพุ่งออกทันที เสียงโห่ร้องของชาวบ้านดังขึ้น เด็กๆกระโดดโลดเต้น เกศสุรางค์นำทีมบ่าวร้องเชียร์ดังลั่น
“ขุนเรืองสู้ๆ หลวงศรียศสู้ตาย หลวงสรศักดิ์ไว้ลาย เรือขุนนางสู้ๆ”
ขุนศรีวิสารวาจาชำเลืองมองขำๆ บ่าวร้องเชียร์เสียงดังขึ้นๆ ปริกทำหน้าเหยียดๆ ไม่นานก็เริ่มสนุกคล้อยตาม ร้องไปด้วย...สุดท้ายเรือขุนนางเป็นฝ่ายชนะ เกศสุรางค์ทำท่ากำมือกระตุกเข้าหาตัวด้วยความดีใจ พลันก้าวพลาดเซจะล้ม ท่านขุนปราดเข้าคว้าเอว เธอสบตาอึ้ง
“หากรู้ว่าออเจ้าตื่นเต้นอย่างนี้ ข้าคงลงไปแข่งด้วยแล้วหนา” ท่านขุนกระซิบข้างหู
เกศสุรางค์ใจสั่นวาบหวิวทำหน้าไม่ถูก จันทร์วาดเห็นท่าทีเต็มตาสะเทือนใจอย่างมาก
ค่ำนั้นพระจันทร์เต็มดวง มีการก่อกองทรายที่วัดพระราม เกศสุรางค์ยังวาบหวิวใจไม่หายจากที่โดนขุนศรีวิสารวาจาโอบเอวกระซิบข้างหู...พอเงยหน้าเห็นสายตาจันทร์วาดจึงส่งยิ้มให้แต่นางเมินหน้าหนีก็แปลกใจว่าเป็นอะไร
ปริกนั่งจ้องมองอยากรู้ว่าการะเกดจะปั้นอะไรดีกว่าปีก่อน ที่เหมือนเด็กห้าขวบปั้นหรือไม่ เกศสุรางค์ เคืองจะแสดงฝีมือให้เห็น...ขุนศรีวิสารวาจาเข้ามาถามว่าจะปั้นเป็นรูปอะไร ไม่ทันตอบ ขุนเรืองเดินมากับหลวงศรียศ พอออกหลวงเห็นหน้าการะเกดก็บอกกับขุนเรืองว่าใช่คนที่ตนเจอที่ตลาดบ้านจีนจริงๆ ขุนเรืองพูดยิ้มๆ
“เรื่องที่ท่านเล่าถึงนางมิได้ทำให้ข้าแปลกใจเลย ถ้าเป็นนางผู้นี้”
“เหตุใดฤา”
“ข้ามิพักต้องบอกท่านหรอก ต่อไปท่านจะรู้เอง” ว่าแล้วขุนเรืองเข้ามาขอร่วมปั้น
เกศสุรางค์ดีใจพลั้งปากเรียกไอ้เรืองแต่ขุนเรืองไม่ทันได้ยิน กลับบอกว่าได้ยินนางเรียกตอนแข่งเรือ จึงชนะ หญิงสาวให้ความดีความชอบแก่พวกบ่าวด้วย ขุนศรีวิสารวาจามองอย่างเคืองๆ จงใจส่งเสียงดังว่าปั้นเสร็จแล้วพร้อมเอาธงปักบนยอดเจดีย์ที่ปั้น










