ตอนที่ 7
เกศสุรางค์รู้สึกผิดที่ทำให้ผินกับแย้มโดนหวายไปด้วย ผินเจ็บหนักกว่าแย้มซึ่งโดนแค่ปลายหวาย ทั้งสองยังมีแก่ใจห่วงใยว่าเธอเจ็บแค่ไหน
“โคตรแสบเลยพี่” เกศสุรางค์เพิ่งรู้รสของการโดนเฆี่ยนด้วยหวาย
“คอยไพลนะเจ้าคะ เดี๋ยวไพลฝนทาจะเย็นลงเจ้าค่ะ คลายแสบ” ผินกล่าวอย่างห่วงใย
ขุนศรีวิสารวาจาลงมือฝนไพลเองอย่างตั้งใจ แล้วมาเคาะประตูเรียกผินกับแย้ม พอประตูเปิดออก ท่านขุนสบตาการะเกดอย่างห่วงใยและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แม่การะเกดหากทุเลาแล้วเข้าไปกราบขออภัยคุณแม่ด้วยหนา ท่านเองก็คงเสียใจไม่น้อย หากท่านทำไปก็เพราะหวังดีในตัวออเจ้า ของในถุงแดงนี่ข้าซื้อมาฝากออเจ้า เห็นหยิบวางๆอยู่หลายครา...หายเจ็บเถอะนะออเจ้า”
เกศสุรางค์น้ำตาซึม ผินรับหม้อที่มีลูกประคบมาวาง มีไพลฝนละเอียดวางอยู่บนฝาหม้อ และส่งถุงกำมะหยี่สีแดงให้ เกศสุรางค์รับมาเปิดดู เห็นเป็นสังวาลพลอยสีแดงเรียงเม็ดสวยงาม ก็รับรู้ถึงเยื่อใยที่ผูกพันหัวใจของผู้ให้มาด้วย
วันต่อมา ขุนศรีวิสารวาจานั่งอ่านหนังสือที่หอกลาง แต่สายตาคอยเหลือบมองไปที่ห้องการะเกด ออกญาโหราธิบดีเห็นท่าทีลูกชายก็รู้ทัน...จ้อยคลานเข่าเข้ามาบอกว่าเตรียมเรือพร้อมแล้ว ท่านขุนกลับเอ็ดที่มาเร่ง จ้อยหน้าเจื่อนเพราะท่านขุนสั่งไว้ว่าวันนี้จะรีบไป
ท่านขุนนึกได้จึงลุกขึ้น ผู้เป็นพ่อแอบขำ พอดีเห็นผินออกมาจากห้อง ออกญาถามถึงอาการของการะเกด
ผินเรียนว่าได้ไข้สูง ขุนศรีวิสารวาจากำลังลงบันไดหันขวับมาอย่างเร็วจนจ้อยกระโดดหลบเกือบไม่ทัน จำปาซึ่งนั่งอยู่ด้วยแม้จะขุ่นเคืองแต่พอได้ยินที่ผินบอกก็สั่งปริก
“เอ็งไปดูแม่หญิงการะเกด ได้ไข้ขึ้นมาคงระบมเพราะพิษหวายนั่นแหละหนา”
“โอ๊ย แม่นายท่านเจ้าขา จะห่วงแม่หญิงไยกันเจ้าคะ เดี๋ยวก็หายเจ้าค่ะ แม่หญิงร้ายกาจโรคภัยไข้เจ็บยังแพ้เจ้าค่ะ”
ท่านขุนได้ยินไม่พอใจอย่างมาก เสียงเข้มใส่ปริก “นังปริก เอ็งได้ไข้เมื่อใดไม่ต้องกินยา เพราะโรคร้ายก็แพ้เอ็งพอกัน”
ปริกตัวลีบติดกระดาน จิกกับจวงแอบหัวเราะ ท่านขุนหันไปย้ำจิกกับจวงให้เป็นพยานคำสั่งตน แล้วเรียกผินให้ตามไปเอายา สายตาท่านขุนมีแววอาทรอย่างมาก ออกญากระซิบจำปา
“แม่จำปาฝึกสอนการบ้านงานเรือนให้แม่การะเกดไม่เสียเปล่าแล้วกระมัง”
“โอ๊ย! ข้าล่ะอยากให้เสียเปล่าจริงๆเจ้าค่ะ”...
ปริกพยักพเยิดเห็นด้วยกับคำของจำปา
“แม่จำปาเป็นแม่ อยากให้ลูกชายเป็นสุขฤาไม่”
“ท่านทำไมถามข้าเช่นนั้นเจ้าคะ ข้าฤาจะไม่อยาก...อยากเจ้าค่ะ แต่ไม่ใช่กับนางคนนี้ข้าก็จักมีสุขไปด้วย แต่ถ้าใช่...ข้าก็...” จำปาทอดเสียงอ่อนใจ
“เขาเป็นคู่กัน เขามีบุพเพสันนิวาสร่วมกัน ข้าไม่ต้องดูดวงชะตาของเขาข้าก็รู้ แม้ว่าข้าจะมิค่อยอยู่ในเรือน ไยคนที่อยู่เรือนทั้งวันจึงมิเห็นในข้อนี้”
จวงซึ่งก้มหน้าอยู่ตอบเบาๆว่าเห็นอยู่ จิกก็รับว่าเห็น ออกญาเหน็บ เหตุใดคุณหญิงกับบ่าวคนสำคัญจึงมิรู้ ปริกแทบแทรกแผ่นดินหนี ออกญาสรุปว่ารู้กันทั่ว แล้วย้ำกับปริกระวังตัวไว้ให้ดี จำปานั่งนิ่งคอแข็ง ปริกสะท้านวาบออกตัว
“บ่าวโดนแม่หญิงกระทำมามากกว่าใคร บ่าวสมควรแล้วที่จะระวังแม่หญิง”
“เอ็งไม่มีลูกนัยน์ตามองฤาว่าแม่หญิงไม่เหมือนเดิม” ออกญาเสียงดังขึ้น
“บ่าวก็ยังไม่ไว้ใจเจ้าค่ะ” ปริกลูบแก้มที่เคยโดนตบอย่างไม่มีวันลืม
ออกญาสวนถ้าเช่นนั้นก็รอให้ถูกไล่พ้นเรือน
ปริกย้ำ ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่าแม่หญิงไม่เปลี่ยน จำปาสำทับอีกคน ถ้านางไล่ใครแม้แต่คนเดียว นางคือการะเกดคนเดิมและตนก็จะเกลียดนางตลอดไป
แม้ว่านางเป็นลูกสะใภ้ก็ตาม ออกญาถอนใจยาวหันไปถามความเห็นของจิกกับจวง ทั้งสองตอบอย่างกลัวๆว่า เห็นการะเกดเปลี่ยนไปจริงแต่ยังไม่ไว้ใจ
“เฮ้อ...พ่อเดชเอ๊ย...” ออกญาโหราธิบดีหนักใจแทนลูกชาย










