เป้าจริงฮั้ว สว. ถนนทุกสายต่างรอลุ้นที่ กกต.จะลงมติ 229 คน คดี สว. แม้กระทั่งการอภิปรายงบประมาณปี 70 ก็เดินเกมเพื่อการนี้ ม็อบลงถนนไปที่สถานทูตอิสราเอลเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเพื่อรอวันที่ 14 ก.ย.69 ที่จะมีงานช้างนี่คือสถานการณ์การเมืองในความเป็นจริงเพื่อต้องการล้มรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี หัวขบวนระบอบสีน้ำเงินนอกจากม็อบที่นำโดย “สนธิ ลิ้มทองกุล” แล้ว พรรคประชาชนและไอลอว์ก็จะลงถนนด้วยในวันที่ 13 ก.ย.69เพื่อโหมโรงก่อนงานใหญ่แม้จะเห็นด้วยกับการลงถนน แต่งานนี้ต้องใช้แผนในสภาและนอกสภา เนื่องจากต้องสู้กับระบอบที่อาวุธครบมือเพื่อหวังให้ประชาชนร่วมมือด้วยโดยเฉพาะกดดัน กกต.ที่มีอำนาจชี้ขาดพูดง่ายๆว่าทุกฝ่ายต้องประสานกัน มิฉะนั้นเสร็จมันแน่!มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งในการพิจารณางบประมาณปี 70 ปรากฏว่ากระทรวงที่ถูกหั่นงบมากที่สุดคือกระทรวงมหาดไทยที่นายกรัฐมนตรีคุมเองมีเรื่องอื้อฉาวมากที่สุดมีปัญหามากที่สุดปรากฏว่ามีการจัดทำงบประมาณที่ใช้เงินจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นค่าอบรม การตั้งวิทยาลัยส่วนท้องถิ่นแข่งกับวิทยาลัยการปกครองนี่เป็นแค่หนังตัวอย่างปรากฏว่ามีฝ่ายค้านแม้กระทั่งฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเองยังไม่เห็นด้วยกับการจัดงบประมาณ เนื่องจากไม่เหมาะสมและบางอย่างก็ไม่เหมาะสมปรากฏการณ์นี้มันบ่งบอกว่าการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพปล่อยให้มีการใช้เงินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกเพื่อหวังเงินทอนอย่างโจ๋งครึ่ม!อย่างที่พูดกันว่าถ้าเจ้านายไม่ดีลูกน้องย่อมไม่ดีไปด้วยการที่ มท.1 ไม่ย้ายปลัดกระทรวงทั้งๆที่เกิดปัญหารอบด้านก็เป็นเพราะอยู่ในเครือข่ายเดียวกันก็เลยไม่แปลกที่ได้เห็นภาพปลัดกระทรวงไหว้เจ้ากระทรวงนี้อย่างนอบน้อมเป็นพิเศษแต่ทั้งหลายทั้งปวงปัญหาที่กระทรวงมหาดไทยนั้นเป็นประเด็นหนึ่งที่มีส่วนทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีตกต่ำลงอย่างมากและมันก็สะท้อนให้เห็นว่าบริหารมหาดไทยล้มเหลวแล้วบริหารประเทศมันจะดีได้อย่างไรประชาชนที่จะตัดสินใจลงถนนหรือไม่...ปัญหาที่มหาดไทยก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยก็คอยดูกันต่อไปว่า กกต.จะตัดสินใจอย่างไรเรื่อง สว.เพราะมันคือการชี้อนาคตทางการเมืองของประเทศหากผลออกมาทำให้ประชาชนพอใจก็พอทุเลาตรงกันข้ามหากผลออกมาทำให้ผู้มีอำนาจพอใจก็ยุ่งแน่...!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม