ความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประชุมพิจารณาลงมติชี้ขาดในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ว่าจะส่งคำร้องให้ศาลฎีกา เพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา 229 คนหรือไม่ ที่ประกอบไปด้วยแกนนำพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี สส. สว. และ เครือข่ายนักการเมืองที่ร่วมขบวนการฮั้วท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักทางการเมืองและสังคมที่คุกรุ่นมากขึ้นจากที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.กลุ่มไอลอว์ รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ดาหน้าออกมาเปิดโปงข้อมูล ข้อพิรุธ ความไม่โปร่งใสในการเลือก สว.อย่างเข้มข้น ในช่วงโค้งสุดท้ายล่าสุดนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศนัดรวมพลประชาชนเดินขบวน จากสำนักงานไอลอว์ ไปที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม แยกปทุมวัน รวมระยะทาง 11 กิโลเมตร ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ เพื่อส่งเสียงมวลชน กดดัน กกต.ให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย ส่งสัญญาณเตือนว่า จะจับตาการทำงานของ กกต.อย่างใกล้ชิด หาก กกต.มีมติเป่าคดีฮั้ว สว. ดำเนินการผู้ต้องหาบางส่วน ตัดตอนคดีผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ไม่อุ้มชูความยุติธรรม เครือข่ายภาคประชาชนพร้อมพิจารณาการเคลื่อนไหวชุมนุมต่อไปคดีฮั้วเลือก สว.จึงถูกยกระดับจากเรื่องสำนวนกฎหมาย กลายเป็นเกมด้านมวลชนบนท้องถนนแบบเต็มตัว เพื่อคานอำนาจกลไกการตรวจสอบขององค์กรอิสระ ที่อาจจะตัดตอนคดี เพื่ออุ้มพวกพ้อง จึงใช้ม็อบเป็นเครื่องมือ สร้างความกดดัน และตึงเครียด ให้การประชุมชี้ขาดของ กกต. ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ อย่างมหาศาลการตั้งท่าขยับของมวลชนสีส้ม และสีเหลือง กลายเป็นการตั้งป้อมล้อม กกต.ให้คำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมาย รับฟังกระแสสังคม ขณะที่ฝ่ายพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พฤติกรรมปลุกม็อบเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมขององค์กรอิสระ และทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้ยอมจำนนต่อการกดดันของกระแสสังคมการชี้ขาดคดีฮั้วเลือก สว.ของ กกต.ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และบรรทัดฐานทางการเมืองไทย ไม่ใช่แค่การตัดสินความผิดผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ที่มีผลต่อการกำหนดทิศทางการเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเดิมพันสำคัญ ที่ควบคุมอารมณ์คนบนท้องถนนจากม็อบทั้ง 2 ขั้วที่รอกดดันอยู่.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม