ก็รู้กันทั้งประเทศว่า รัฐบาลกำลังถังแตก ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ฉุกเฉิน 400,000 ล้านบาท มาประคับประคองเศรษฐกิจ แต่รัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ ทายาทการเมืองบ้านใหญ่บุรีรัมย์ กลับจะเอาเงิน 1,621 ล้านบาท ไปซื้อสิทธิ์ AI (ปัญญาประดิษฐ์) 5 ล้านสิทธิ์ มาให้ประชาชนทั่วไปใช้ฟรีโดยไม่จำกัดอายุหรือวุฒิการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี ตั้งชื่อโครงการว่า “ไทย–เอไอ พาสปอร์ต” (TH–AI Passport) ท่ามกลางเสียงค้านของผู้เชี่ยวชาญ AI และฝ่ายค้านมากมายว่าไม่คุ้มค่า เอาเงินมาละลายนํ้าในเวลา 1 ปี คนรุ่นใหม่คิดแบบนี้ได้ยังไงนอกจากจะใช้เงิน 1,621 ล้านบาทซื้อสิทธิ์ AI มาแจกใช้ฟรี 1 ปีแล้ว ยังมีการตั้งงบอีกราว 40 ล้านบาทเพื่อทำประชาสัมพันธ์ เพราะเกรงว่าจะมีผู้สนใจใช้ AI ระดับพรีเมียม 5 ล้านสิทธิ์ไม่มากพอ เพราะ ตอนที่ แจก Google AI Pro เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว นักศึกษากว่า 3 ล้านคน ทั่วประเทศสมัครใช้สิทธิ์กันแค่ 200,000 คนเศษเท่านั้น ไม่ถึง 10%สำนักข่าว “เน็กซ์นิวส์” เขาไปสืบค้นมาว่า ราคากลาง 1,650 ล้านบาท ที่กระทรวงดีอีใช้ประมูลนั้น ส่วนหนึ่งมาจากใบเสนอราคาของ 3 บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวโยงกับโปรเจกต์ “ระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคล” วงเงิน 5,413 ล้านบาท ของ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในยุค คุณศุภมาส อิศรภักดี จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรี เมื่อ คุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐมนตรีต่อ ก็ได้สั่งยกเลิกไปแล้ว เพราะมีข่าวไม่ชอบมาพากล และ “โครงการไทย–เอไอ พาสปอร์ต” ก็ ประมูลไปในราคา 1,621 ล้านบาท ตํ่ากว่าราคากลาง 29 ล้านบาท ตั้งราคากลางกันเก่งจริงคุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็คัดค้านโครงการนี้ ว่า รัฐบาลอธิบายว่า จะแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro 5 ล้านคนฟรี 1 ปี แต่ฟังก์ชันพื้นฐานส่วนใหญ่กลับเป็นฟังก์ชันที่ประชาชนเข้าถึงได้แบบฟรีอยู่แล้วโดยไม่ต้องซื้อ ศักยภาพของเวอร์ชันฟรีก็เก่งเกินพอสำหรับการแปลภาษา สรุปเอกสาร หรือใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากถึง 1,620 ล้านไปซื้อ สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ขาดคือ ทักษะความเข้าใจ หรือ AI Literacy ไม่ใช่การใช้ AI Proคุณกรณ์ ระบุว่า เอกสารประกวดราคาก็หลวมมาก ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สุด 1,500 ล้านบาท ระบุเพียงกว้างๆว่า เป็นค่า Token ของ AI โดยไม่บอกสัดส่วนแบรนด์ที่ชัดเจน ทำให้ตรวจสอบระบบหลังบ้านไม่ได้ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ รับรองการใช้งานพร้อมกัน 500,000 คนต่อชั่วโมง เมื่อคำนวณจริงกลับพบว่า รองรับได้เพียง 139 คนต่อวินาที สอดคล้องกับ คุณธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านสตาร์ตอัพไทย ผู้ก่อตั้ง StockRadars ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการงบประมาณพรรค ประชาชน ที่ระบุว่า TOR กระทรวงดีอีเขียนไว้ว่า 5 แสนคน/ชม.ความจริงวงการไอทีคิดหน่วยเป็นวินาทีไม่ใช่ชั่วโมง คำนวณเฉลี่ยแล้วใช้สิทธิ์ได้ 139 คน/วินาที แต่กระทรวงดีอีให้ถึง 5 ล้านสิทธิ์ ยิ่งฟังผู้เชี่ยวชาญไอทีวิเคราะห์ถึงโครงการนี้ ก็ยิ่งเห็นชัดเจนถึงความไม่โปร่งใสรศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระดับ แถวหน้าของไทย ก็โพสต์ให้ความเห็นว่า ถ้าเข้าไปดู TOR และสิ่งที่ จะพัฒนาขึ้น “มันคือ Feature ทั่วไปของเวอร์ชันฟรี” แต่มีจุดเด่น แค่เล่นโมเดลได้หลากหลาย แต่จำกัดที่จำนวน Token การ “ซื้อสิทธิ์ใช้ โมเดลผ่าน API” กับการ “ให้ผู้ใช้เข้าถึงแอป Pro จริง” เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เช่น ChatGPT คือแอป ส่วน GPT–5.5 คือโมเดลที่อยู่ในแอป TOR ดูจะต้องการอย่างหลัง แต่กลไกที่ทำได้จริงคืออย่างแรกดังนั้น AI APP ที่จะแจกคงไม่ใช่เวอร์ชัน Pro และ เทียบเท่าได้แค่ ChatBot เวอร์ชันฟรี ที่แจกกันทั่วไป แต่จุดเด่นคือเป็นแอปที่พัฒนาโดยคนไทยถ้า คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี จะทุ่มเงินกว่า 1,621 ล้านบาท ไปซื้อ “AI (ปัญญาประดิษฐ์)” ที่มีศักยภาพเท่ากับ “ChatBot แจกฟรีทั่วไป” ไปขอ “อาหนู” นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มาแจกก็ได้ ตอนนี้รัฐบาลกำลังแจกฟรี “นกกระซิบ AI ChatBot” ให้ กับพ่อค้าแม่ค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัสอยู่พอดี ของฟรีมีอยู่แล้ว ไม่ต้องเอาเงินหลวง 1,621 ล้านบาทไปซื้อของฟรีมาแจกให้เสียค่าโง่อีก เสียชื่อคนรุ่นใหม่กันหมด.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม