ฝ่าฝนเข้าพรรษามาเปิดเวทีพระ ซึ่งองค์แรกคือ พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ ๑ ใน ๔ พิมพ์นิยมมาตรฐาน “วัดระฆังฯ” ที่แยกเล่นเป็นพิมพ์ย่อยอีก ๓-๔ แบบ เรียกชื่อพิมพ์เฉพาะกลุ่ม เช่น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ชะลูด พิมพ์ต้อ ตามรายละเอียดที่แตกต่างองค์นี้ของ เสี่ยหนุ่ม โรงเหล็ก (บางแค) เป็น พิมพ์ใหญ่ นิยมสุด สภาพสวยแชมป์ ฟอร์มทรงเอกลักษณ์ บนกว้าง ล่างแคบ พิมพ์พระล่ำสันสมบูรณ์ เส้นครอบแก้วติดเต็มแบบ “หวายผ่า” ผิวเนื้อสีนวลตา พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังฯ ของหนุ่ม โรงเหล็ก (บางแค)ผิวพระไม่มีรอยสัมผัสใช้ เพราะมีริ้วรอย “เนื้อรัก” ที่หลงเหลือจากการหลุด ลอกหลายจุด บอกให้รู้ว่าลงรักรักษาเนื้อพระมาแต่เดิม—สำคัญสุด เป็น “พระหน้าใหม่” ที่ส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นกัน ราคาตามสภาพ ปัจจุบันอยู่ที่หลักล้านกลางๆตามมาด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุเก่า วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ สภาพสมบูรณ์ สวยเดิม มีการลงรักรักษาองค์พระเหมือนกัน แต่ด้านหน้ามีการลอกออก จึงเปิดเห็นพิมพ์พระ ที่คมชัด เส้นศิลป์ติดเต็ม พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุเก่า วัดใหม่อมตรส ของช้าง ท่าดินแดง.แต่การลอกรัก คงจะหนักมือไปหน่อย ทำให้ผิวเนื้อบางจุด หลุดล่อน หย่อนงามไปนิด แต่ก็เป็นพระแท้ ดูง่าย ราคาตามสภาพนี้ประมาณหลักแสนปลาย-ล้านต้นๆ—เจ้าขององค์นี้ไม่ใช่ใคร เสี่ยช้าง ท่าดินแดง ที่แฟนคลับสนามนี้คุ้นชื่อต่อไปเป็น พระปิดตา พิมพ์ใหญ่ (หลังแบบ) เนื้อผงคลุกรักเคลือบรัก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี “ราชันพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก” เลื่องลือในอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ ด้านเมตตามหาลาภ เด่นสุดด้านเมตตามหาเสน่ห์ จนกล่าวกันว่า ใช้บูชาจะมีเสน่ห์ จีบสาวสำเร็จ จนมีคนได้เป็น “พญาเทครัว” มาก็มาก—แต่อายุยืนหรือไม่ ไม่ชัวร์ ถ้าบริหารไม่ดี รักพี่รักน้องไม่เท่ากัน พระปิดตาพิมพ์ใหญ่ หลังแบบ เนื้อผงคลุก รักลงรักปิดทอง หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ของ อิทธิ ชวลิตธำรง.จัดเป็นพระปิดตายอดนิยมอันดับ ๑ ในชุดเบญจภาคี ที่มีพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ฉะเชิงเทรา พระปิดตา หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน กรุงเทพฯ พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี ในชุดองค์นี้ ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง ที่เพิ่งได้มาแบบ ปาฏิหาริย์ เพราะหามานาน แต่ไม่เจอองค์ที่ชอบ จึงมีแต่พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก แต่ก็แชมป์แต่ พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ ยังหาไม่ได้ ทั้งที่มีชื่อเป็น “นักช็อป” เบอร์ต้นมานานนับสิบปี กวาดพระเครื่ององค์ดังเข้ารังไว้ครบ ขาดแต่ หลวงพ่อแก้ว ที่เจ้าตัวบอกตั้งงบไว้เป็นร้อยล้าน แต่หามาตลอดไม่เจอจนมีธุระต้องไปพัทยา แวะไปบ้านเก่าของตระกูล เห็นตู้หนังสือนึกอยากอ่าน เปิดเลือกดูได้เล่มหนา ออกแรงดึงจึงได้พบปาฏิหาริย์พระองค์นี้ หลุดออกมากับหนังสือ เห็นแว้บแรกก็ตื่นเต้น พอนั่งดูจริงจังก็เชื่อว่าเป็น หลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่หลังแบบเพื่อให้ชัวร์จึงถ่ายภาพ แชร์รูปให้ผู้รู้ที่คุ้นเคยพิจารณา ทุกคนก็ยืนยันว่าใช่ และสวยสู้แชมป์ได้ แถมเป็นพระยุคแรกที่หลวงพ่อสร้างแจกกับมือ เรียกกันว่ารุ่น “แลกซุง” ซึ่งมีจุดพิจารณาที่รูปทรงเป็นแบบ เต็มพิมพ์ ไม่ตัดขอบชิดองค์ แบบพระที่สร้างออกคราวหาทุนสร้างพระอุโบสถกับลักษณะเศียรพระ ด้านหลังที่เป็นทรงกลมรี แบบ “ไข่ขวาง” ที่มีน้อย หาพบยากมาก ทุกคนจึงแนะนำ ย้ำว่าอย่าให้ใครหยิบจับง่ายๆ และให้รีบทำตลับ โดยให้ช่างจับองค์พระเท่าที่จำเป็นอย่างระวังสุดๆ เกรงผิวเนื้อจะมีริ้วรอย เสียราคา ซึ่งประเมินเทียบองค์แชมป์หลักร้อยล้านต่อไปเป็น พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา พิษณุโลก หมวดพิมพ์เล็ก ที่ในอดีตมีค่าเป็นพระ “น้ำจิ้ม” แจกแถม เวลานักนิยมพระฯซื้อ- ขายพระพิมพ์ใหญ่ๆก็มักจะมีการขอแถมพระพิมพ์เล็กไปให้ลูกเมียย่ายาย พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก วัดนางพญา ของแจ๊ค สามพราน.สมัยก่อน ผู้หญิงไม่นิยมใช้พระเครื่องคล้องคอ จึงมักนำใส่ตลับขี้ผึ้ง ใช้สีปาก เวลาเจรจาเชื่อว่ามีอานุภาพทำให้มีเมตตา คุยง่าย ซื้อขายคล่อง พระที่พบในระยะต่อมาจึงมักมี เนื้อฉ่ำ พิมพ์พระลบเลือน น้อยองค์จะมีสวยสมบูรณ์ พิมพ์ชัด เนื้อจัด ผิวเดิมๆ แท้ดูง่ายอย่างองค์นี้ ของ เสี่ยแจ๊ค สามพราน ที่ปัจจุบันราคาหลักแสนต่อด้วย พระชัยวัฒน์ ฐานบัว ร.ศ.๑๑๘ พระพุฒาจารย์ (มา อินทสโร) วัดจักรวรรดิ กรุงเทพฯ พระเถระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย วิชาพุทธาคมเข้มขลัง จึงมีศิษย์มากมาย ในยุคปลายสมัย ร.๓-ร.๖ท่านเป็นลูกพ่อค้าคนไทยเชื้อสายจีน (สำเพ็ง) เป็นเด็กตัวใหญ่ ใจใหญ่ใจดี มีเมตตา แบบใจนักเลง ชาวบ้านเพื่อนพ้องถูกอันธพาลรังแก ก็ช่วยเหลือคุ้มครอง พระชัยวัฒน์ ฐานบัว ร.ศ.๑๑๘ พระพุฒาจารย์ (มา) วัดจักรวรรดิ ของอิทธิ ชวลิตธำรง.พอไปบวชที่วัดจักรวรรดิ นิสัยเปลี่ยนเป็นสงบเยือกเย็น สนใจศึกษาพระธรรมวินัยวิปัสสนากรรมฐาน ออกธุดงค์ วัตรปฏิบัติธรรม เรียนวิชาวิชาพุทธาคมกับพระเกจิ และนำกลับมาใช้ช่วยเหลือศิษย์ ซึ่งพบอานุภาพเลื่องลือทั้งบู๊-บุ๋น ต่อมาได้รับสถาปนาเป็น “พระพุฒาจารย์” ซึ่งคนยกย่องเป็น “ท่านเจ้ามา” ก็จัดสร้าง พระชัยวัฒน์ ตามตำรับวิชาที่ได้รับสืบทอดมาจาก สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ด้วย เนื้อนวโลหะ เต็มสูตร ทำให้มีชื่อเสียง เช่น พระชัยฯ ล้มลุก, พระชัยฯ ร.ศ.๑๑๘ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง ที่เพิ่งได้มาแบบซื้อยกลอตล่าสุด--เพราะถูกใจที่พระสภาพสมบูรณ์ สวยแชมป์ เดิมๆ หาองค์สู้ได้ยากท้ายสนาม เป็น เหรียญหล่อพระพุทธ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาทสร้างแบบ หล่อโบราณ เนื้อโลหะผสม รูปทรงสี่เหลี่ยม ขนาดเล็ก ด้านหน้าเป็นองค์พระพุทธนั่งปางสมาธิ เหนือฐานสูง มีเส้นซุ้ม ศิลป์สมัยรัตนฯ --เห็นปุ๊บรู้เลยเป็น พระหลวงปู่ศุข เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ประภามณฑลข้างรัศมี หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ของนฤดล ศรีเดช.มีรายละเอียดแตกต่าง แยกพิมพ์เป็นพิมพ์ตัดชิด พิมพ์ประภามณฑลข้างยันต์ พิมพ์ประภามณฑลข้างรัศมี มีทั้งเนื้อ โลหะผสม ตะกั่ว ทองแดง แบบองค์นี้ของ เสี่ยนฤดล ศรีเดช ซึ่งเป็นเนื้อยอดนิยม พบน้อย ยิ่งสภาพสมบูรณ์ สวยแชมป์ เดิมๆ เต็มร้อยแบบนี้ ฟังว่าราคาขึ้นหลักล้านแล้วมาถึงเรื่องปิดท้ายสบายๆของชาวพระ ซึ่งก็มักเกิดในวงพูดคุยของบรรดานักนิยมพระฯที่มาเล่าสู่กันฟังคราวนี้ขาประจำที่ชุมนุมในร้านกาแฟบนศูนย์พระใหญ่ ก็มีเรื่องคุยถึงความสวยของ พระกำแพงซุ้มกอ ที่เพิ่งซื้อ-ขาย โดยดูภาพออนไลน์ และออกความเห็นว่า พระหลักยอดนิยม องค์งามเลิศราคาหลักสิบล้าน แบบนี้น่าจะมีชื่อฉายาประจำองค์ แบบเรียกปุ๊บ รู้ปั๊บ อย่างพระสมเด็จฯองค์ “น้ำหมาก” ที่มีข่าวก็มีเสียง “หนับหนุน” ว่า เขามักตั้งชื่อตามเอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นในองค์พระ อีกคนก็ว่า งั้นองค์นี้นอกจากองค์พระสภาพสมบูรณ์ สวยเยี่ยม สีเนื้อก็ดูนุ่มนวล นัวเนียนตา คล้ายกาแฟใส่นม จะตั้งชื่อว่าอะไรดีพอมีคนออกความเห็นคนอื่นๆก็นั่งอึ้ง คิดว่าจะดีเหรอที่จะเรียกว่าองค์ “ลาเต้” เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม