นายกฯ “อนุทิน” นั่ง ฮ. ควง ผบ.ตร.ดูจุดฝัง 5 ศพ หลังชุดสืบสวนตามจับ “ไอ้ป๋อง” เดนคุกอำมหิต พร้อมสมุนรวม 4 คน หิ้วไปขุดหาร่างเหยื่อ จุดแรกเป็นสุสานฝังพี่น้องรัสเซียใต้โคนมะม่วง หลังฆาตกรทมิฬอ้างเป็นตำรวจ ขอตรวจค้นจับมัดมือไพล่หลังจ่อยิงน้องชาย 2 นัด ดับคาที่ แล้วทำร้ายพี่สาวจนตาย นำศพยัดลงหลุม เดียวกัน ส่วนศพ 3 พ่อแม่และลูกสาวที่แก๊งคนร้ายอ้างขอตรวจยาเสพติด ก่อนจับล็อกกุญแจมือพาขึ้นรถกระบะของผู้ตายไปยิงหัวทิ้งทีละคน แล้วโยนลงไปฝังทับซ้อนกันในป่ามะพร้าวคนละฝั่งถนนอำพรางคดี แฉอาจมีเหยื่อโหดถูกฝังย่านเดียวกันอีก 2 ศพ อาจมีถึง 7 ศพ สั่งสอบขยายผลหาผู้ร่วมทำผิดเพิ่มจากเหตุฆาตกรรมสยองขวัญ น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี สัญชาติรัสเซีย และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี น้องชายถูกนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี อดีตเดนคุกและนายธงชัย หรือธง ศรีนิล อายุ 39 ปี ฆาตกรทมิฬฆ่าชิงทรัพย์ นำรถ จยย.ไปฝังทำลายหลักฐานในป่าช้าเก่าทุ่งหลวง หมู่ 9 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนศพเหยื่อสองพี่น้องนำไปฝังอำพรางในพื้นที่เขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุญาติเข้าแจ้งความ สภ.ห้วยใหญ่ ไล่ล่าคนร้ายที่แต่งกายคล้ายตำรวจตบตาเจ้าหน้าที่หลบหนีมุ่งหน้าไปชายแดนประเทศกัมพูชา ก่อนถูกชุดสืบสวนภาค 2 ตามตะครุบตัวได้ที่ริมถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เมื่อเย็นวันที่31ก.ค. พร้อมปืนและระเบิดสังหาร 1 ลูก นำตัวมาสอบสวนพบว่าผู้ต้องหายังร่วมกันฆ่าฝังดินพ่อแม่ลูกอีก 3ศพ ในพื้นที่ใกล้กับจุดฝังศพสองพี่น้องชาวรัสเซียหิ้ว “ไอ้ป๋อง–ไอ้ธง” ชี้สุสานฝังศพความคืบหน้าตั้งแต่ช่วงค่ำคืนวันที่ 31 ก.ค.ต่อเนื่องวันที่ 1 ส.ค. พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี นายอิสรา เจริญชาศรี รอง ผวจ.ชลบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไพรจิตต์ ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี และ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษภาค 2 ภ.จ.ชลบุรี และ สภ.ห้วยใหญ่คุมตัวนายฑณา หรือป๋อง และนายธงชัย หรือธงผู้ต้องหาไปชี้จุดฝังศพสองพี่น้องชาวรัสเซียบริเวณเนินเขามาบฟักทอง ใกล้วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อยู่ติดพื้นที่เขาชีจรรย์ ริมถนนมอเตอร์เวย์สายใหม่ (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) ฝั่งมุ่งหน้า จ.ระยอง กม.ที่ 139 หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรียัดเหยื่อรัสเซียลงหลุมเดียวกันระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหามาชี้จุดเกิดเหตุ มีชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก ต่างพากันตะโกนสาปแช่งฆาตรกรโหด ตำรวจต้องวางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา ก่อนพานายฑณาและนายธงชัย ไปชี้จุดฝังร่างเหยื่อพี่น้องชาวรัสเซียบนเนินเขาใต้โคนมะม่วง ห่างจากถนนมอเตอร์เวย์ประมาณ 300 เมตร มีกิ่งไม้และหญ้าแห้งปิดพรางสายตาไว้ ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาใช้จอบขุดลงไปประมาณ 1.5 เมตร พบร่างสองพี่น้องในสภาพขึ้นอืดถูกมัดมือไพล่หลังนอนทับสลับหัวสลับเท้ากันอยู่ในหลุมเดียวกัน น.ส.ไดอานา พี่สาว อยู่ล่าง นายโรมัน น้องชายอยู่ด้านบน ทั้งคู่สวมเสื้อผ้าครบทุกชิ้นและเป็นชุดเดียวกับวันที่หายตัวไป เมื่อนำร่างขึ้นจากหลุมฝังศพพบนายโรมันถูกยิงศีรษะ 1 นัด และหน้าท้อง 1 นัด ส่วน น.ส.ไดอานา มีแผลถูกทำร้ายตามร่างกายและใบหน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนนำร่างส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจอ้างเป็น ตร.–ยิงน้อง–ตื้บพี่สาวดับพล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 เปิดเผยหลังพบศพพี่น้องรัสเซียว่า จากการแยกสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทั้งคู่ให้การค่อนข้างจะตรงกัน เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จากการตรวจสอบสภาพศพสองพี่น้องชาวต่างชาติไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากถูกฝังดินไว้ ทำให้ร่างผู้ตายยังคงอยู่สภาพเดิมจนได้หลักฐานเพิ่มเติมหลายอย่าง ส่วนประเด็นการก่อเหตุผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าประสงค์จะชิงรถ จยย.ของผู้ตาย วันเกิดเหตุอ้างตัวเป็นตำรวจขอตรวจค้น ก่อนพาสองพี่น้องชาวรัสเซียไปที่จุดฝังร่าง จากนั้นนายป๋องใช้ปืนยิงนายโรมัน น้องชาย อ้างว่าต่อสู้ขัดขืน ส่วนนายธงเป็นคนทำร้าย น.ส.ไดอานา ก่อนที่นายป๋องทำร้ายซ้ำจนเสียชีวิต หลังเหยื่อสิ้นใจแล้วทั้งสองช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตไปฝัง ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนเหยื่อสาวแต่อย่างใดโหดอีกอุ้มฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ต้องหาสองคนให้การรับสารภาพด้วยว่า ยังร่วมกับพวกอีก 2 คน คือนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม อายุ 24 ปี และนายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ อายุ 25 ปี ฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก 3 ศพจากพื้นที่หมู่ 10 ต.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา นำร่างไปฝังดินในสวนมะพร้าวข้างมอเตอร์เวย์ อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ห่างจากจุดฝังสองพี่น้องชาวรัสเซียราว 400 เมตร ขณะนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามไล่ล่านายบอลกับนายฟลุ๊คมาดำเนินคดี และหลังจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุบริเวณหลุมฝังศพสองพี่น้องเสร็จเรียบร้อยแล้วจะคุมตัวนายป๋องและนายธงสองผู้ต้องหาคนสำคัญไปชี้จุดฝังพ่อแม่ลูกทันทีหมกศพทับซ้อนกันใกล้จุดแรกต่อมาเจ้าหน้าที่พานายป๋องกับนายธงลงจากเนินเขาเดินลอดใต้ถนนมอเตอร์เวย์ข้ามไปอีกฝั่งถนนเข้าไปในป่ามะพร้าว เมื่อไปถึงนายธงชัยที่รับเป็นคนขุดดินทำทีบอกว่าจำไม่ได้ว่าฝังเหยื่อพ่อแม่ลูกใต้ต้นมะพร้าวต้นไหน อ้างว่าฝังไว้นาน อีกทั้งมีต้นมะพร้าวเรียงกัน 4 ต้น ทำให้ไม่แน่ใจว่าต้นไหน เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขุดดินต้นมะพร้าวต้นแรกก่อน เนื่องจากเหตุเกิดร่วมเดือนแล้วรอบโคนมะพร้าวถูกฝนชะลางจนไม่เหลือร่องรอย แต่ไม่พบ จากนั้นขยับขุดต้นที่ 2 ปรากฏว่าหลังขุดลึกลงไปประมาณ 1.5 เมตร พบร่างศพแรกอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย เหลือเพียงเนื้อยุ่ยหุ้มกระดูกนอนทับซ้อนอีก 2 ร่างอยู่ในหลุมเดียวกันโคตรอำมหิต–จ่อยิงหัวเรียงตัวหน่วยกู้ภัยนำศพแรกขึ้นมาเป็นร่างของลูกสาว ถัดไปเป็นร่างของพ่อ สภาพมีกุญแจมือล็อกมือสองข้าง และร่างสุดท้ายอยู่ก้นหลุมเป็นแม่ มีเชือกมัดข้อมือสองข้าง ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรีนำเครื่องตรวจสอบโลหะสแกนร่างของผู้ตายทั้ง 3 ศพ พบลูกสาวมีลูกตะกั่วกระสุนปืนฝังบริเวณศีรษะ 2 เม็ด ส่วนพ่อกับแม่มีตะกั่วฝังศีรษะคนละ 1 เม็ด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าพ่อแม่ลูกถูกยิงถึงแก่ความตาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ให้ญาติดูสภาพศพทั้ง 3 ร่าง ยืนยันว่าเป็นศพพ่อแม่ลูกกันที่หายตัวไปอย่างลึกลับมานานร่วมเดือน ญาติต่างพากันร่ำไห้จนแทบเป็นลมล้มพับไป ทีมกู้ภัยต้องเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลญาติเผยพี่หายตัวตั้งแต่ 6 ก.ค.ญาติเหยื่อ 3 ศพที่เดินทางมาดูที่ฝังศพ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังจากพี่สาว พี่เขยและหลานสาวหายไปตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ครอบครัวพยายามตามหา คิดว่าออกไปทำธุระหรือไม่สามารถติดต่อได้ชั่วคราว แต่ติดต่อไม่ได้เลย วันที่ 7 ก.ค.ตัดสินใจเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เวลาผ่านไปหลายวันไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ก็รู้สึกผิดปกติ เพราะข้าวของที่บ้าน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์และทรัพย์สินต่างๆยังอยู่ครบ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้น ญาติช่วยกันเดินค้นหารอบบ้านและในป่าหลังบ้านก็ไม่พบเบาะแสอะไร กระทั่งกลับเข้ามาที่บ้านพี่สาวอีกรอบ จู่ๆรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ หายไป ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจมากสุดคาใจแจ้งตำรวจ-คดีไม่คืบ“ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ครอบครัวยังนำอาหารไปให้สุนัขที่บ้าน พร้อมโทรศัพท์หาพี่สาว หลาน และพี่เขยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเคยขอให้ตำรวจตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า กระทั่งทราบข่าวคดีสองพี่น้องชาวรัสเซียแล้วยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 คนถูกนำมาฝังอยู่ใกล้กัน รีบมาดูให้แน่ใจ สุดท้ายก็เป็นครอบครัวของพี่สาวจริงๆ หากไม่มีการสืบสวนคดีสองพี่น้องชาวรัสเซียจนนำไปสู่การจับผู้ต้องหา ครอบครัวอาจไม่มีวันทราบชะตากรรมของพี่สาว หลาน และพี่เขย ที่ผ่านมาพยายามทำทุกวิถีทาง ทั้งแจ้งความ ประสานตำรวจ ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ แต่ก็ทำได้แค่นั้น เพราะอำนาจต่างๆเป็นของเจ้าหน้าที่” ญาติเหยื่อพ่อแม่ลูกกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยจับเพิ่ม 2 สมุนร่วมทีมสังหารมีรายงานว่าชุดสืบสวนติดตามจับกุมนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค และนายอัษฎางค์ หรือบอล ที่ร่วมกันฆ่าฝังพ่อแม่ลูกจากการสอบสวนพบว่าวันเกิดเหตุนายป๋อง เป็นหัวโจก นำนายธงและลูกสมุนรวม 4 คนเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว อ้างตัวเป็นตำรวจขอเข้าไปตรวจสอบยาเสพติด ขณะนั้นสองผัวเมียอยู่ในบ้าน คนร้ายใช้กุญแจมือล็อกผัว อายุ 53 ปี และใช้เชือกมัดเมีย อายุ 50 ปี ขณะเกิดเหตุลูกสาววัย 18 ปี กลับจากทำงานร้านสะดวกซื้อเข้าบ้านพอดี กลุ่มคนร้ายเข้าล็อกตัว จากนั้นพาสามพ่อแม่ลูกนั่งรถกระบะเชฟโรเล็ตของผู้ตายเข้าไปยังป่ามะพร้าว นายธงเป็นคนขุดหลุมใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนคนอื่นคุมตัวเหยื่อไว้สงสัยข่มขืนก่อนลงมือลั่นไกหลังจากขุดหลุมเสร็จคนร้ายลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม เริ่มจากนายป๋องเป็นคนยิงขมับแม่เป็นศพแรก ให้นายบอลยิงหัวพ่อเป็นศพที่สอง และนายฟลุ๊คยิงศีรษะลูกสาว 2 นัด แล้วช่วยกันผลักร่างทั้งหมดลงไปในหลุมฝังอำพราง เสร็จแล้วขับรถกระบะผู้ตายกลับมาจอดที่บ้านเหยื่อแล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังย้อนกลับไปขโมยรถ จยย.ที่บ้านผู้ตายไปขาย ผ่านไปไม่ถึงเดือนก็ยังไปก่อเหตุฆ่าชิงรถ จยย.สองพี่น้องชาวรัสเซีย นำศพไปฝังบริเวณใกล้กัน ทั้งนี้ ตามแนวทางสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะลงมือข่มขืนเหยื่อสาวที่ถูกฆ่ายกครัว 3 ศพ ตำรวจอยู่ระหว่างส่งไปชันสูตรพลิกศพยืนยันอีกครั้งฝังเสร็จนำกระบะไปจอดคืนจากนั้น พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภาค 2 เปิดเผยอีกครั้งว่า คดีฆ่าพ่อแม่ลูกกลุ่มผู้ต้องหาประสงค์ต่อทรัพย์ทำทีแสดงตัวเป็นตำรวจเข้าไปก่อเหตุ ก่อนนำตัวผู้ตาย 3 คน ขึ้นรถกระบะของผู้ตายแล้วพาไปที่ป่ามะพร้าวและลงมือยิงทีละคน หลังก่อเหตุขับรถกระบะกลับไปจอดที่บ้านผู้ตายเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุการสังหารอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ตายกับผู้ก่อเหตุไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อีกทั้งระหว่างตำรวจนำตัวมาชี้จุด ผู้ต้องหาไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดหรือรู้สึกสะทกสะท้านใดๆ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ซ่อนเร้นอำพรางศพ, แอบอ้าง หรือแสดงตนให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน แต่ละข้อหามีอัตราโทษค่อนข้างหนัก นอกจากนี้ อยากฝากถึงประชาชน หากมีบุคคลไปอ้างตัวเป็นตำรวจ ทำในสิ่งไม่ดีให้รีบโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือคุมตัวฝากขังส่งเข้าคุกยกแก๊งต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 1 ส.ค.พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ คุมตัวนายฑณา หรือป๋อง นายธงชัย หรือธง นายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค และนายอัษฎางค์ หรือบอล ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยานายป๋องมีสีหน้าเคร่งเครียดและก้มหน้าตลอดเวลา ส่วนนายธงร้องไห้โฮและกล่าวขอโทษอ้างว่าโดนนายป๋องบังคับให้ทำ พนักงานสอบสวนคัดค้านประกันตัว ก่อนที่ศาลส่งตัวทั้งหมดเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ระหว่างนั้นมีป้านายป๋อง หัวโจกฆาตกรที่เป็นผู้เลี้ยงดูนายป๋องตั้งแต่วัยเด็กนำอาหารและน้ำดื่มมาเยี่ยมหลานชาย ก่อนเปิดเผยว่า แม้ยังรักหลานในฐานะคนในครอบครัว แต่ไม่อาจยอมรับการกระทำที่เกิดขึ้นของหลานชายได้ หากศาลพิพากษาลงโทษก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม และจะไม่ยื่นประกันตัว เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ อีกทั้งกังวลว่าหากได้รับการปล่อยตัวอาจก่อเหตุซ้ำแฉประวัติหัวโจกเป็นนิ้วตำรวจมีรายงานว่า ประวัตินายป๋อง หัวโจกแก๊งอำมหิตอุ้มฆ่าฝัง 5 ศพเคยทำงานให้กับตำรวจ เป็นสายข่าวรับใช้ มีพฤติกรรมพัวพันยาเสพติด ชอบทำตัวกร่าง มักคล้องบัตรที่มีสัญลักษณ์ตำรวจไปข่มขู่ชาวบ้าน เคยก่อคดีมาอย่างโชกโชน หนึ่งในเหยื่อเคยโดนล่วงละเมิดทางเพศและกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่งวันที่ 13 ต.ค.2561 ถูกจับยาบ้าและอาวุธปืน ติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดระยอง เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 หรือไม่ถึง 2 เดือน หลังออกจากคุกยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่และเดินสายทวงหนี้เก่ายาเสพติด ใครไม่มีจ่ายก็จะตามล่าและชวนมาเป็นสมุนพาไปก่อเหตุ อีกทั้งเวลาออกล่าเหยื่อมักแต่งกายคล้ายตำรวจหรือแอบอ้างเป็นตำรวจย่ามใจแบ็กดี-ก่อเหตุซ้ำเย้ย ก.ม.ที่ผ่านมามีญาติผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อหลายรายเข้าแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ส่วนใหญ่คดีไม่คืบ ทำให้นายป๋องกับพวกย่ามใจก่อคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่ถึงเดือนฆ่าฝังดินเหยื่อถึง 5 ศพ เป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ทั้งสองคดีกลุ่มผู้ต้องหาทำทีเป็นตำรวจเข้าไปก่อเหตุเพื่อหวังชิงทรัพย์ ในรายของครอบครัวพ่อแม่ลูก นายป๋องข่มขู่อ้างว่าผู้ตายลักลอบค้ายาเสพติด ทั้งที่ผัวเมียขายแคบหมู ส่วนลูกสาวทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เมื่อปล้นทรัพย์สินไม่ได้ก็อุ้มขึ้นรถกระบะเหยื่อพาไปสังหารฝังดินอำพรางนายกฯนั่ง ฮ. ตรวจจุดฝัง 5 ศพเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และว่าที่ ผบ.ตร. นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปลงจอดที่สนามเฮลิคอปเตอร์วิหารเซียน ต.ห้วยใหญ่ เพื่อติดตามคดีฆ่าฝัง 5 ศพ จากนั้นเดินทางไปดูจุดฝังร่าง 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และจุดฝังศพ 3 พ่อแม่ลูก นายอนุทินเปิดเผยว่า รัฐบาลจะไม่สนับสนุนการลดโทษแก่ผู้กระทำผิดในคดีอุกอาจที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยว กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยและตรวจตราพื้นที่ ป้องกันเหตุซ้ำอีก และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ขอโทษนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของผู้ก่ออาชญากรรมเฉพาะรายไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกำชับให้ตำรวจทำสำนวนรัดกุม“กำชับให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีอย่างรัดกุม เพื่อให้ศาลใช้ประกอบการพิจารณาลงโทษได้อย่างครบถ้วน ส่วนกระแสสังคมที่เรียกร้องต้องการให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กระทำความผิดนั้น ประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย แต่การลงโทษเป็นอำนาจการพิจารณาของศาล รัฐบาลมีหน้าที่ดำเนินคดีผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมายและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคม” นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่าผู้ต้องหาหลักคดีนี้เพิ่งพ้นโทษไม่นานและกลับมาก่อเหตุร้ายแรง เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการทบทวนระบบติดตามผู้พ้นโทษ และนำประวัติการกระทำผิดซ้ำมาใช้ประกอบสำนวน เพื่อให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์และไม่มีเหตุบรรเทาโทษโดยไม่เหมาะสมจี้ขยายผลหาคนร่วมทำผิดเพิ่มจากนั้นเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไป สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าด้านคดี ภายหลังประชุม นายอนุทินเปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ค่อนข้างชัดเจนถึงบทบาทของนายป๋องและนายธง ผู้ต้องหาหลักในคดี รวมถึงบุคคลที่อาจมีส่วนให้การสนับสนุนอีกหลายราย อยู่ระหว่างขยายผลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งสาวไปถึงความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธปืน บุคคลที่ช่วยเหลือระหว่างหลบหนี รวมถึงกลุ่มคนที่ผู้ต้องหาเคยรู้จักหรือเคยต้องโทษร่วมกัน เพื่อพิสูจน์ว่ามีลักษณะเป็นเครือข่ายกระทำผิดหรือไม่ ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติการณ์โหดเหี้ยม ต้องตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายหรือคดีอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่พบคนโอนเงินให้ขณะหลบหนีส่วนข้อกังวลของญาติผู้ตาย 3 ศพที่แจ้งหายไปก่อนหน้านี้มีความล่าช้านั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตำรวจยืนยันว่ามีการติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพบความเชื่อมโยงจากคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย ทั้งการใช้ยานพาหนะ บุคคลในเครือข่าย และข้อมูลจากการสอบสวน จนนำไปสู่การพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ตำรวจยังพบว่าระหว่างหลบหนีผู้ต้องหาขอความช่วยเหลือจากกลุ่มคนรู้จักเดิมให้โอนเงินผ่านบัญชีบุคคลอื่น ก่อนนำเงินสดมามอบให้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีบัญชีธนาคารของตนเอง ข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำไปขยายผลถึงผู้สนับสนุนและบุคคลที่อาจช่วยเหลือในการหลบหนีสั่งสอบคนหายหาเหยื่อรายอื่นด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พฤติการณ์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนนำผู้เสียชีวิตไปยังจุดเปลี่ยวและฝังอำพรางศพ ทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ได้มีเพียง 2 คดีนี้ จึงสั่งให้ตรวจสอบคดีบุคคลสูญหายในพื้นที่ทั้งช่วงก่อนผู้ต้องหาถูกจำคุกและหลังพ้นโทษออกมา คดีแยกเป็นผู้ต้องหาหลักคดีฆ่าสองพี่น้องรัสเซีย 2 คน และคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ รวม 5 คน ขณะที่คนใกล้ชิดและผู้ให้ความช่วยเหลืออยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อแยกบทบาทว่าเป็นเพียงพยาน หรือร่วมก่อเหตุ เหตุการณ์นี้เบื้องต้นเชื่อว่าแรงจูงใจเริ่มจากต้องการโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและพาผู้เสียชีวิตไปยังจุดก่อเหตุตรวจสารคัดหลั่งหารอยข่มขืนผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศนั้น จากการสอบสวนและตรวจสภาพร่างกายภายนอกเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่ามีการกระทำชำเรา ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ของสถาบันนิติเวชวิทยา กำชับให้ตรวจอย่างละเอียดทั้งเสื้อผ้า สารคัดหลั่ง อาวุธ วัตถุพยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกชนิด เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและไม่ให้เกิดช่องว่างในสำนวน รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติด้านจิตเวชของผู้ต้องหาหลัก รวมถึงที่มาของอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ กำลังขยายผลว่าได้มาจากใคร ซื้อในราคาเท่าใด และมีผู้เกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธหรือไม่เบิกตัว “ไอ้ฟลุ๊ค” สอบหาศพที่ 7ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เบิกตัวนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม จากเรือนจำมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อคลายประเด็นสงสัยเกี่ยวกับเหยื่อฆาตกรรมที่นายป๋อง ผู้ต้องหาหัวโจกกับพวก หลังมีกระแสข่าวอาจมีมากกว่า 5 ศพ นอกเหนือจากรายของสองพี่น้องรัสเซียและพ่อแม่ลูก คาดว่าน่าจะมีอีก 2 รายถูกฆ่าฝังดินบริเวณดังกล่าวรวมเป็น 7 ศพ หลังจากนายฟลุ๊คให้การไม่สอดคล้องกับนายป๋องเกี่ยวกับจุดฝังศพเหยื่อ เพื่อพิสูจน์ความจริงว่ายังมีเหยื่อรายอื่นถูกฆ่าฝังดินอีกหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่