“ห่มผ้าหลวงปู่ทวด” ณ ลานอุทยานองค์หลวงปู่ทวด วัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา กทม. จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี...เป็นพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเสริมสิริมงคล โดยมักจัดร่วมกับพิธีเปิดดวงเศรษฐีและการเขียนชื่อจารึกบนผ้ามงคลถวายรายละเอียดพิธีกรรม ผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมเขียนชื่อลงบนผ้ามงคลเพื่อนำไปถวายและห่มองค์หลวงปู่ทวด พร้อมด้วยพิธีเสริมมงคลเจิมมือเปิดดวงเศรษฐีเพื่อรับโชคลาภและความสำเร็จในการเข้าร่วมแทบจะไม่ต้องจัดเตรียมสิ่งของขนาดใหญ่ไปเอง เนื่องจากทางวัดมีการจัดเตรียมเครื่องมงคลหลักไว้รองรับสาธุชนอยู่แล้ว ถ้าทำได้ก็เพียงพกปากกาเคมีแบบแห้งไว (สีดำหรือน้ำเงิน) สำหรับใช้เขียนชื่อ-นามสกุล และคำอธิษฐานลงบนผืนผ้าห่มหลวงปู่ทวดแม้ทางวัดจะมีบริการ แต่อาจไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่มีสาธุชนหนาแน่น ถัดมา...ชุดเปลี่ยนสำหรับอาบน้ำมนต์ เนื่องจากในงานมักมีพิธีอาบน้ำมนต์เสริมสิริมงคล ควรเตรียมเสื้อผ้า ขนหนู และถุงใส่เสื้อผ้าเปียกแยกต่างหาก ถ้าอยากร่วมทำบุญซื้อผ้าห่มหลวงปู่ทวด ดอกไม้ธูปเทียน หรือร่วมบุญเปิดดวงเศรษฐีก็ทำได้ตามกำลังศรัทธาการแต่งกาย ก็ควรสวมชุดสุภาพ สีขาวหรือสีอ่อน เพื่อความเหมาะสมและให้เกียรติสถานที่ ศาสนสถาน ที่สำคัญคือ...ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สงบ และระลึกถึงคุณความดีของหลวงปู่ทวดอยู่เสมอ เพื่อให้การจารึกชื่อและส่งดวงชะตามีพลังแห่งความศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมบทสวดบูชา “หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” นิยมสวดเพื่อความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วยคาถาบูชาหลวงปู่ทวด (สวด 3, 9 หรือ 108 จบ ตามกำลังศรัทธา)...“นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” คำแปล... ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อเจ้าประคุณสมเด็จหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ที่ได้เข้ามาสถิตอยู่ในใจของข้าพเจ้า หลังสวดคาถาบูชา ให้ตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงคุณความดีของ หลวงปู่ทวด และขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัยในการเดินทาง“หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” หรือ “สมเด็จเจ้าพะโคะ” เป็นพระมหาเถระที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเรื่องราวของท่านหลอมรวมระหว่างประวัติศาสตร์กับปาฏิหาริย์ จนเกิดเป็นพลังศรัทธาที่ฝังรากลึกในใจคนไทยมากว่า 400 ปีตำนานและเรื่องเล่าอัศจรรย์ “งูบองหลาคายดวงแก้ว” เมื่อครั้งท่านยังเป็นทารกนอนอยู่ในเปล ได้มีงูจงอาง (ภาคใต้เรียกว่างูบองหลา) มาเลื้อยพันรอบเปล แต่ไม่ได้ทำร้าย กลับคาย “ดวงแก้ววิเศษ” ไว้ให้บนอก ซึ่งกลายเป็นนิมิตหมายแห่งบุญบารมีตั้งแต่เยาว์วัยเหยียบน้ำทะเลจืด...ตำนานที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นระหว่างที่ท่านนั่งเรือสำเภาไปกรุงศรีอยุธยา เรือเจอพายุและขาดแคลนน้ำดื่ม ลูกเรือต่างโทษว่าเป็นเพราะท่าน หลวงปู่ทวดจึงนำเท้าซ้ายจุ่มลงในทะเล น้ำบริเวณนั้นกลับกลายเป็นน้ำจืดสนิทให้ทุกคนได้ดื่มกิน ตำนานพื้นบ้านเมื่อครั้งไขปริศนาธรรมกอบกู้กรุงศรี ท่านได้ใช้สติปัญญาและความแตกฉานในพระธรรม ช่วยแปลและต่อเมล็ดทองคำอักษรธรรมจำนวน 84,000 เมล็ด จากพราหมณ์ชาวลังกาได้สำเร็จ ทำให้กรุงศรีอยุธยาไม่ตกเป็นเมืองขึ้น และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากกษัตริย์สำคัญคือ...มิติความเชื่อและพุทธคุณ แคล้วคลาดปลอดภัย “ไม่มีตายโหง” โดยมีความเชื่อในหมู่เซียนพระและผู้บูชาว่า ผู้ที่พกพาวัตถุมงคลหรือสวดคาถาหลวงปู่ทวด จะแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุร้ายแรงทางรถและเรืออย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งเมตตามหานิยมและค้าขาย...บารมีของพระโพธิสัตว์ของท่านช่วยดลบันดาลให้ผู้ทำมาหากินสุจริตได้รับความเอ็นดู มีโชคลาภ และเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานตอกย้ำความเชื่อและความศรัทธาในการร่วมพิธีห่มผ้าหลวงปู่ทวด เกิดจากพลังความเคารพศรัทธาต่อองค์พระมหาโพธิสัตว์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้พึ่งบุญและผู้ศรัทธามักมีความเชื่อร่วมกันในหลายด้าน มิติความเชื่อและอานิสงส์ของการห่มผ้า ...ความคุ้มครองแคล้วคลาด เชื่อว่าผ้ามงคลที่ห่มคลุมองค์หลวงปู่ทวด เปรียบเสมือนเกราะแก้วคุ้มครองชีวิตให้พ้นจากภัยอันตราย อุบัติเหตุ และสิ่งไม่ดีทั้งปวงการต่ออายุและเสริมดวงชะตา การจารึกชื่อ-นามสกุลลงบนผืนผ้าก่อนนำไปห่ม ถือเป็นการฝากดวงชะตาไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้าย เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี...ความร่มเย็นเป็นสุข อานิสงส์ของการถวายผ้าจีวรหรือผ้ามงคลห่มพระพุทธรูป ตามคติโบราณเชื่อว่าจะส่งผลให้ชีวิตครอบครัวร่มเย็น มีกินมีใช้ ไม่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มและปัจจัยสี่ ความสำเร็จและโชคลาภ...ให้ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตั้งจิตอธิษฐาน...น้อมระลึกถึงคาถาบูชาหลวงปู่ทวด “นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา” เพื่อสื่อถึงความเคารพอย่างสูงสุด... จารึกชื่อด้วยความตั้งใจ การเขียนชื่อลงบนผ้าด้วยจิตที่นิ่งและเป็นสมาธิ เปรียบเสมือนการตั้งเป้าหมายชีวิตให้พบเจอแต่ความเจริญรุ่งเรืองท้ายที่สุดแล้ว...ส่งต่อพลังบุญ การร่วมขบวนอัญเชิญผ้าขึ้นห่มองค์พระใหญ่ เป็นการหลอมรวมพลังความศรัทธาของหมู่คณะ สร้างความอิ่มเอิบใจและเป็นสิริมงคลติดตัว“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม