สอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ห่วงใช้เงินจำนวนมาก-ไม่อยู่ในระบบงบประมาณ ผิดหวังรัฐบาลเมินตัวแทนประชาชน “ชัยชนะ” ซัดจ้องแต่ปิดหูปิดตา จี้ สส.ใต้ ฟาก รบ.ทบทวนจุดยืน ฟังเสียงคนใต้มากกว่าผู้นำพรรค ปชน.หนุน “นรเศรษฐ์” ยื่นหารือศาล รธน. ปมเลือกตั้งตรง ส.ส.ร. “พริษฐ์” ปลุกคนไทยบีบ “ระบอบสีน้ำเงิน” แก้รัฐธรรมนูญ จับตาเข้ม กกต.เป่าคดีฮั้วเลือก สว. พท.บี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วคอร์รัปชัน “อนุทิน” ปธ.ทอดผ้าป่า พระเทพวชิรากรเป่ากระหม่อมให้พร โพลชี้ “อนุทิน” ผลงานเด่นในรอบเดือน “อภิสิทธิ์-รักชนก” ตัวตึงของฝ่ายค้าน “ยศชนัน” ร่วมงาน “Bangkok Pride Festival 2026”ชูเท่าเทียมทุกด้าน “เท้ง” ขนทัพ สส.ส้มร่วมเดินขบวนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ เตรียมเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้านผลักดันวาระการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล เนื่องจากเป็นการใช้เงินจำนวนมาก และไม่อยู่ในระบบงบประมาณ ที่จะตรวจสอบได้ตามปกติ“มาร์ค” ดันตั้ง กมธ.เกาะติดเงินกู้เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่ตลาดสัมมนากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเริ่มใช้จ่ายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ว่า ตัวเลขผู้ลงทะเบียน 26 ล้านคนไม่ถือว่าน้อย สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลกำลังทุ่มเททุกอย่างไปกับโครงการนี้ เข้าใจดีว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ต้องการคือการแก้ปัญหาที่ตรงจุด คือการลดราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน เมื่อรัฐบาลเดินมาทางนี้ก็ต้องหาทางทำให้การกระตุ้นได้ผลขึ้นมา แต่กังวลว่าจะไปได้กี่เดือน หากหลังจากนี้ข้าวของยังแพงอยู่ รัฐบาลจะทำอย่างไร เพราะใช้เงินที่กู้มาเฉพาะปีนี้ 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปใกล้เพดานมากขึ้น การประชุมสภาฯวันที่ 4 มิ.ย. จะพยายามอย่างเต็มที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าว รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน ที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้เงินแบบไหนผิดหวังรัฐบาลทำเมินประชาชนนายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ฝ่ายรัฐบาลมักไม่ยอมให้ตั้ง กมธ. ถือว่าน่าผิดหวังรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับไม่ให้ความสำคัญกับตัวแทนประชาชน ไปมีส่วนร่วมติดตามตรวจสอบโครงการต่างๆ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ เรากำลังหารือกันอยู่ว่าภาคประชาชน ฝ่ายค้าน หรือนักวิชาการ ที่เห็นว่ารายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความผิดปกติ เราคงต้องมาทำกันเองให้ตัวเลขจริงปรากฏต่อรัฐบาลให้ได้ เรายังหวังอยู่ว่าจะตั้ง กมธ.ติดตามเงินกู้สำเร็จ เพราะเป็นการใช้เงินจำนวนมากและไม่อยู่ในระบบงบประมาณ“ชัยชนะ” ซัดจ้องแต่จะปิดหูปิดตานายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและความเหมาะสมของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) ว่า รู้สึกผิดหวัง โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณสูงถึง 1 ล้านล้านบาท งบจำนวนมหาศาลนี้สามารถนำไปพัฒนาระบบเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภาคใต้ได้เป็นรูปธรรมมากกว่า ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอแนวทางไว้ อาทิ มอเตอร์เวย์สายใต้เชื่อม จ.นราธิวาสสู่ กทม. การยกระดับระบบขนส่งทางรางด้วยรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้า สำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ใช้งบประมาณรวมต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับแลนด์บริดจ์ แต่สามารถกระจายประโยชน์สู่ประชาชน และภาคธุรกิจในพื้นที่ได้ทั่วถึงมากกว่า “การที่รัฐบาลปฏิเสธตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสการรับฟังความคิดเห็น และตรวจสอบข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตประเทศและประชาชนภาคใต้โดยตรง”จี้ สส.ใต้พรรคร่วมทบทวนจุดยืนนายชัยชนะกล่าวเรียกร้องให้ สส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาล ทบทวนจุดยืนและคำนึงเสียงสะท้อนประชาชนในพื้นที่ มากกว่ายึดตามมติพรรค ซึ่ง สส.ภาคใต้ทุกคนควรตระหนักว่าหน้าที่สำคัญ คือการเป็นตัวแทนประชาชน ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามมติทางการเมือง เพราะทุกการตัดสินใจในสภาส่งผลโดยตรงต่ออนาคตคนภาคใต้ และการพัฒนาประเทศ ระยะยาว พวกเรามาจากการเลือกตั้งของประชาชนภาคใต้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่รับฟังเพียงคำสั่งจากผู้นำพรรค ช่วงหาเสียงทุกคนบอกว่าจะยืนเคียงข้างประชาชน รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจกลับไม่รับฟังเลย ทำให้เสียงประชาชนไร้ค่า“กังฟู” แจงงดโหวตส่งตัว “ชนนพัฒฐ์”นายวสวรรธน์ พ่วงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวถึงกรณีไม่อยู่ร่วมโหวตมติส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำไปสอบปากคำ คดีพนันออนไลน์ และการฟอกเงิน ในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 ว่า สส.พรรค ไทรวมพลังมี 6 คน ในวาระดังกล่าวไม่ได้แสดงตน และไม่ได้โหวต เนื่องจากไม่ทราบมติของฝ่ายค้าน เพราะไม่ได้อยู่ในวิปฝ่ายค้าน ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในพรรคฝ่ายค้าน แต่การโหวตที่ผ่านมาของพรรคไทรวมพลัง โหวตในทิศทางเดียวกับพรรคฝ่ายค้าน เว้นเรื่องนี้ที่ไม่ทราบมติ แต่ฝ่ายรัฐบาลขอเสียงให้ช่วยโหวตไม่ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ แต่เห็นว่าไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมวาระนี้จึงไม่ร่วมโหวต ถ้าฝ่ายค้านเอาเราไปอยู่ในวิปฝ่ายค้าน และรู้มติวิปค้านก็จะโหวตตามมติฝ่ายค้านปชน.หนุน “นรเศรษฐ์” พบศาล รธน.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เตรียมล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภา 140 คน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญปมที่มาของ ส.ส.ร.ว่า มีการคุยกันมาตลอด แยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 สร้างปัญหาจริง ที่ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.โดยตรงได้ ต้องย้ำว่าเป็นคำวินิจฉัยที่พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยในเชิงหลักการ เพราะขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และขัดต่อคำวินิจฉัยปี 64 ที่ระบุว่าประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ แต่เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแล้วจึงสร้างข้อจำกัด ไม่ให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.โดยตรง ตอนนี้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนตีความแตกต่างกันออกไป พรรคประชาชนจึงรับรู้ถึงความตั้งใจของนายนรเศรษฐ์ เห็นด้วยว่าสามารถใช้ช่องทางนี้หารือได้ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ต้องลองดู ต้องบอกว่าในส่วนของสภาฯมีความพยายามขยับตรงนี้เหมือนกัน แต่เมื่อนายนรเศรษฐ์เดินหน้าไปแล้ว ถือว่าน่าจะคืบหน้าได้มากที่สุดปลุกบีบ “ระบอบสีน้ำเงิน” แก้ รธน.นายพริษฐ์กล่าวว่า 2.สมมติ สว.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ต้องดูว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ คือ 1.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 2.ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ 3.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว.ชี้ขาดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถ้าสอดคล้องพร้อมลงชื่อให้ เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ให้เห็นถึงระบอบสีน้ำเงิน เพื่อปลุกสังคมให้บีบสมาชิกรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 นำไปสู่การมี ส.ส.ร.ได้ นายพริษฐ์ตอบว่า พรรคประชาชนมีเป้าหมายคือระบบการเมืองที่ดี ยึดโยงประชาชน และกลไกตรวจสอบทำงานได้ พรรคจึงชี้ให้สังคมเห็นชัดเจนว่าประเทศกำลับเผชิญปัญหากลุ่มการเมืองหนึ่งที่พยายามจะกินรวบและเข้ามาควบคุมทุกสถาบัน ตั้งแต่รัฐบาล รัฐสภา และองค์กรอิสระ ถ้าต้องการหลุดจากปัญหานี้ได้สิ่งสำคัญต้องการแรงสนับสนุนจากประชาชน เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จับตาเข้ม กกต.เป่าคดีฮั้วเลือก สว.ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา ปลุกประชาชนมาล้อมรัฐสภาหรือไม่ นายพริษฐ์ตอบว่า อย่าเรียกว่ามาล้อมรัฐสภาเลย แม้กระทั้งองค์กรอิสระอื่นด้วยเหมือนกัน เช่น เดือน มิ.ย. คดีฮั้ว สว. กกต.จะตัดสินใจส่งศาลหรือไม่ ภายใต้กลไกที่ประชาชนเข้าชื่อตรวจสอบถอดถอน กกต.ตามกลไกรัฐธรรมนูญ 60 ดังนั้นถ้าเห็นว่า กกต.จะเป่าคดี ที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากประชาชนออกมาเรียกร้องก็เป็นแรงกดดันทำให้ กกต.ต้องคำนึงถึงสายตาประชาชนที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อถามถึงจุดยืนพรรคประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 นายพริษฐ์ตอบว่า ประชาชนกังวลใจว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครองหรือไม่ เราจึงเขียนชัดไปเลยว่า “การจัดทำฉบับใหม่จะต้องไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง” แบบนี้คลายข้อกังวลของสังคมได้ อาจไม่ต้องไปล็อกทุกข้อความในหมวด 1 หมวด 2จุดพลุกติกาใหม่ตัดวุฒิสภาทิ้งนายพริษฐ์กล่าวต่อว่า บางข้อความในหมวด 1-2 ไม่เกี่ยวข้องกับรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง เช่น มาตรา 1 หมวด 2 พูดถึงคำว่าสมาชิกวุฒิสภา สมมติในอนาคต ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตัดสินใจว่าใช้ระบบสภาเดียว ไม่ต้องมีวุฒิสภา โดยตัดคำว่าสมาชิกวุฒิสภาออก ตรงนี้ไม่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครอง แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลือกได้ แต่ถ้าไปล็อกทุกข้อความในหมวด 1-2 อาจเกิดความลั่กลั่นเชิงกฎหมาย อันนี้เราเสนอร่างไปเมื่อปลายปี 2568 และสมาชิกรัฐสภาโหวตรับหลักการ แต่ในชั้น กมธ.และวาระ 2 เสียงข้างมากต้องการล็อกทุกข้อความในหมวด 1-2 เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายพยายามปล่อยกระแสข่าวถึงการยึดอำนาจอีกครั้งหาก แก้ไขรัฐธรรมนูญไปแตะ หมวด 1 หมวด 2 นายพริษฐ์ตอบว่า จากรัฐธรรมนูญ 40 มารัฐธรรมนูญ 50 มาถึงรัฐธรรมนูญ 60 พบมีการปรับข้อความในหมวด 1 หมวด 2 ตลอด ความจริงไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่ เป็นหลักการที่ปฏิบัติมาตลอด 20-30 ปี เมื่อสังคมกังวลเราก็เขียนให้ชัดไปเลยจะได้ไม่ต้องกังวลพท.บี้ปฏิรูปราชการอุดคอร์รัปชันด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงญัตติปฏิรูประบบภาษีให้มีประสิทธิภาพว่า ญัตติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาแจกเพื่อการบริโภค เพราะผิดหลักการงบครองชีพ และสร้างหนี้สาธารณะโดยไม่มีอนาคต และคัดค้านการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นการซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย หากจำเป็นต้องเก็บภาษีอาจเก็บจากภาษีเงินได้และทรัพย์สิน แทนที่จะไปเก็บกับภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับต้นตอปัญหาสำคัญคือการทุจริตภาครัฐ หรือเงินงบประมาณที่มีรูรั่ว จากผลการศึกษางบประมาณมีการรั่วไหลมากถึงปีละ 1 แสนล้านบาท หากอุดรอยรั่วนี้ได้และเร่งดันจีดีพี รายได้ภาษีจะเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องขึ้นภาษี นอกจากนี้ปัจจุบันภาครัฐมีหน่วยงานที่ทำงานซ้ำซ้อนมากเกินไป เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯ ควรควบรวมกระทรวงและหน่วยงานที่ทำงานซ้ำซ้อนกัน รวมถึงการแก้ปัญหาผูกขาดของภาคเอกชน เพื่อลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ให้ประชาชนมีเงินเหลือในมือไปจับจ่ายใช้สอย และเห็นด้วยต้องกระจายอำนาจ เพิ่มสัดส่วนภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ต้องมีมาตรการกำกับดูแลปัญหาคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นอย่างเข้มงวดพระเทพวชิรากรให้ศีลให้พร “หนู”เมื่อเวลา 11.00 น. ที่วัดถ้ำเสือ อ.เมืองกระบี่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนก่อสร้างพุทธศาสนสถาน ณ วัดถ้ำเสือ มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผวจ.กระบี่ และผู้ว่าราชการ 14 จังหวัดภาคใต้ ข้าราชการและภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วม โดยมีพระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทั้งนี้นายอนุทินรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ภาคใต้ ก่อนเดินทางไปยังศาลาการเปรียญ เพื่อถวายสักการะพระเทพวชิรากร และเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชผ้าป่า ก่อนถวายสักการะแด่พระเทพวชิรพุทธาคม และเป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ระหว่างการสมโภชผ้าป่า ท่านเจ้าคุณพระเทพวชิรากรได้ให้พรแก่นายอนุทิน ให้บริหารราชการแผ่นดินประสบความสำเร็จตลอด 4 ปี เพื่อสร้างความผาสุกให้กับประเทศชาติและประชาชน สำหรับผ้าป่าสามัคคีนี้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนทั้งสิ้น 8,101,818.99 บาท“ยศชนัน” ร่วมงาน “Bangkok Pride”ช่วงเย็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย สส. ร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางสายฝนและสนับสนุนงาน “Bangkok Pride Festival 2026” ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ” นายยศชนันกล่าวว่า เข้าร่วมงาน Pride Month เพื่อต้องการส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมในทุกๆด้าน ขบวนวันนี้มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่ม LGBTQ+ และที่พิเศษคือมีน้องๆออทิสติกมาร่วมด้วย เรารู้สึกว่าเรื่องความเท่าเทียมนั้นน่าจะต้องขยายผลในทุกมิติ ทุกรูปแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride งานสำคัญและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ไม่ได้มาง่ายๆ ตอนนี้เหลือเพียงเรากับบาร์เซโลนา 2 ที่แล้ว เราทำเรื่องสมรสเท่าเทียม ทำโครงการต่างๆให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยเรามีความเท่าเทียมแบบไหน ทำให้เราสามารถแข่งขันได้ จึงอยากสื่อสารว่าวันนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วเรื่องความเท่าเทียม“เท้ง” ขนทัพ สส.ส้มร่วมเดินขบวนที่หน้าโรงหนังลิโด้ แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สส.พรรค เข้าร่วมเดินขบวนงาน Bagkok Pride Parade 2026 นายชัยวัฒน์กล่าวถึงนโยบายกรุงเทพมหานครของพรรคสำหรับชาว LGBTQIAN+ ว่า มีเพื่อนที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศเยอะ รู้สึกว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรที่แตกต่างไปจากชายหรือหญิงแท้ ความต้องการพื้นฐานคืออยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เรามีนโยบายเรื่องการใช้ชีวิตง่ายเพื่อคนกรุงเทพฯทุกคน รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยนำระบบเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาใช้ตามจุดอับของเมืองด้วยการเสริมกล้อง CCTV ซึ่ง กทม.จะเป็นเจ้าภาพเชื่อมต่อข้อมูล นำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาจับตรวจสอบความเสี่ยงว่าจุดไหนมีความเสี่ยงด้านอาชญากรรม และแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ยับยั้งก่อนก่อเหตุรุนแรง“ดร.โจ” เดินเรียกเรตติ้งย่านฝั่งธนฯที่ย่านตลาดสวนผัก เขตตลิ่งชัน เมื่อเวลา 09.30 น. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร “ดร.โจ” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) นำทีมผู้สมัคร สก.ของพรรคหาเสียง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าไปลงพื้นตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา เป็นการหมุนเวียนไปให้ครบทั้ง 50 เขต และมาดูย่านการค้าฝั่งธนฯเพื่อพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ทำให้เราเข้าถึงประชาชน หลากหลายกลุ่ม อยากให้ชาวฝั่งธนบุรีมีทางเลือก ตนเป็นคนฝั่งธนบุรีเกิดและโตที่นี่ จึงเข้าใจปัญหาย่านฝั่งธนบุรีดี ที่ผ่านมาได้รับการพัฒนาค่อนข้างล่าช้า จึงอยากเข้ามาพัฒนาให้เท่าเทียมกัน จากนั้นนายชัยวัฒน์พาผู้สมัคร สก.เดินหาเสียงในตลาดธนบุรี แจกใบปลิวและแนะนำนโยบาย รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลงคะแนนเลือกทั้งผู้ว่าฯและ สก.ของพรรค ปชน. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับดีปชป.ยกทีมหาเสียงตลาดสัมมากรช่วงเช้าที่ตลาดสัมมากร ย่านรามคำแหง นายอนุชา บูรพชัยศรี “เจมส์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ช่วยนายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ ผู้สมัคร สก.เขตสะพานสูง หาเสียง ต่อมาคณะของนายอนุชาเดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมหารือร่วมกับนายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ ผู้สมัคร สก.เขตหนองจอก ถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง นายอนุชากล่าวว่า พื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอกโดยเฉพาะโซนตะวันออกยังมีพี่น้องประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่มาก เรามีแนวคิดผลักดันพื้นที่นี้ให้เป็น “เกษตรเพื่อครัวของคนกรุงเทพฯ”โพลชี้ “อนุทิน” ผลงานเด่นรอบเดือนอีกเรื่อง สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือน พ.ค.2569” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,166 คน ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ค. พบว่าให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน พ.ค. เฉลี่ย 3.66 คะแนน ลดลงจากเดือน เม.ย.ที่ได้ 3.79 คะแนน พบว่าใน 10 อันดับ ที่ได้คะแนนลดลงเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ได้แก่ 1.ผลงานฝ่ายค้าน 2.สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 5.สภาพสังคมโดยรวม 6.เสถียรภาพทางการเมือง 7.การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 8.ความมั่นคงประเทศ 9.ผลงานของรัฐบาล และ 10.การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ ขณะที่มุมมองต่อนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด 5 อันดับ เรียงจากมากสุด ได้แก่ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย 2.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง 4.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และ 5.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ได้ 7.02%“อภิสิทธิ์—รักชนก” ตัวตึงจากฝ่ายค้านส่วนมุมมองต่อนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 2.น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 3.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน 4.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อรัฐบาล อันดับหนึ่ง ยกให้กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะลดค่าครองชีพได้ รองลงมาคือ รัฐบาลทำจริงตามนโยบายที่สัญญา และแก้ปัญหาพลังงาน ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน ขณะที่ ความคาดหวังต่อฝ่ายค้าน อันดับหนึ่งอยากเห็นการติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รองลงมาคือทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ ยึดมั่นในหลักการ และร่วมกันแก้ไขพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นทร.ย้ำฟริเกตใหม่เดินหน้าตามแผนพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกระแสการตั้งข้อสังเกตในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ ของกองทัพเรือว่า โครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ทุกประการ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค คุณสมบัติ และรายละเอียดข้อเสนอของบริษัทอู่ต่อเรือว่าสอดคล้องตามเงื่อนไขที่กองทัพเรือกำหนดไว้หรือไม่ การดำเนินงานยังคงเป็นไปตามกรอบเวลาและแผนงานที่คณะกรรมการบริหารโครงการกำหนดไว้ล่วงหน้า มิได้เกิดความล่าช้าตามที่มีข้อกังวล กองทัพเรือขอให้ประชาชนมั่นใจ คณะกรรมการบริหารโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการพิจารณาข้อเสนอจำนวนมากอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้นำไปสู่การจัดหาเรือฟริเกตที่มีขีดความสามารถเหมาะสมที่สุด เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ และสามารถทำหน้าที่เป็นกำลังรบหลักในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล คุ้มครองผลประโยชน์ชาติทางทะเล เป็นรากฐานสำคัญกำลังทางเรือไปอีกกว่า 40 ปีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่