ข้อตกลงสันติภาพระหว่าง “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ยังไม่คืบ หลัง “ทรัมป์” เปลี่ยนใจกะทันหัน ดึงร่าง “บันทึกความเข้าใจ” กลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง อ้างยังคาใจเงื่อนไข “ปลดอายัดทรัพย์อิหร่าน-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ย้ำ “ช้าแต่ชัวร์” เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีตามที่สหรัฐฯต้องการ พร้อมโวอิหร่านยอมถอยไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่โลกรอลุ้นประกาศขยายเวลาหยุดยิงไปอีก 60 วันจากกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขยายกรอบเวลาหยุดยิงอิหร่านไปอีก 60 วัน พร้อมอ้างว่าขณะนี้ต่างฝ่ายต่างยอมรับร่างบันทึกความเข้าใจหย่าศึกขั้นต้นแล้วนั้น ทาง หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ว่า ผู้นำสหรัฐฯได้เปลี่ยนใจกะทันหัน ขอให้ทีมงานนำร่างเอกสารมาให้พิจารณาใหม่อีกครั้งก่อนที่จะส่งกลับไปยังทางการอิหร่าน หลังจากกังวลว่าเงื่อนไขบางประการโดยเฉพาะเรื่องการปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านในต่างแดนที่ถูกสหรัฐฯและชาติพันธมิตรอายัดไว้จะมีช่องโหว่ อีกทั้งการตัดสินใจนำเอกสารมาแก้ไขยังเพื่อต้องการมีรายละเอียดการกดดันอิหร่านให้มากขึ้นก่อนหน้านี้ สำนักข่าวไออาร์ไอบีของอิหร่านรายงานว่า เงื่อนไขการเจรจาจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจหย่าศึกระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ฉบับล่าสุดที่ส่งไปให้สหรัฐฯ ได้มีส่วนที่กำหนดให้สหรัฐฯยอมรับว่าจะคืนสินทรัพย์ของอิหร่านที่อายัดไว้มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 384,000 ล้านบาท ภายในเวลา 60 วัน และทางอิหร่านยังยืนยันว่าจะเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด ซึ่งสหรัฐฯได้รับไว้และนำไปปรับปรุงแก้ไข โดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของนายทรัมป์ เพื่อเตรียมส่งกลับให้อิหร่าน แต่ในช่วงนาทีสุดท้าย นายทรัมป์ได้สั่งเบรกและขอแก้ไขใหม่เพื่อให้มีรายละเอียดเจาะจงขึ้นเดอะนิวยอร์ก ไทม์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาอีกว่า เงื่อนไขใหม่ที่นายทรัมป์เป็นคนแก้ แม้จะไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ถือเป็นเงื่อนไขที่เรียกร้องมากขึ้น แสดงความแข็งกร้าวมากขึ้นเมื่อเทียบกับร่างตัวเก่า และยังเป็นไปในเชิงกดดันเพื่อให้รัฐบาลอิหร่านรีบยอมรับตกลง ทีมงานของรัฐบาลสหรัฐฯบางส่วนยังคาดเดาว่า อิหร่านไม่น่าจะยอมรับได้ เพราะเคยปฏิเสธเงื่อนไขในลักษณะเดียวกันมาตลอดก่อนหน้านี้ พร้อมเปิดเผยว่า ตอนนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ในสภาพหงุดหงิดอย่างมาก และไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลอิหร่านถึงใช้เวลานานกว่าจะตอบแต่ละที ในช่วงนี้ทางรัฐบาลสหรัฐฯได้ส่งข้อเสนอต่างๆ ไปยังรัฐบาลอิหร่านแทบจะทุกชั่วโมงตามคำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ ส่วนสำนักข่าวแอกซิออสรายงานว่า ทีมทำงานของสหรัฐฯได้แจ้งแก่นายทรัมป์ไปแล้วว่า ข้อเสนอที่เพิ่งส่งไปนี้คาดว่าจะได้รับคำตอบภายใน 3 วัน พร้อมบอกให้ผู้นำสหรัฐฯรอหน่อย ข้อตกลงจะบรรลุได้แน่นอน เพียงแต่ที่ช้าเพราะว่าตัวแทนรัฐบาลอิหร่านหลบอยู่ในถ้ำ ไม่มีอีเมลวันเดียวกันนี้ นายทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ว่า ไม่รีบที่จะทำข้อตกลง เพราะหากรีบเมื่อใด ก็จะไม่ได้ข้อตกลงที่ดี แต่หากดำเนินการแบบช้าแต่ชัวร์ คิดว่าจะทำข้อตกลงที่ดีได้ตามที่สหรัฐฯต้องการ ถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการ ค่อยมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอยกตัวอย่างเรื่องที่เจรจากับอิหร่านในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ ทางอิหร่านเสนอมาว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ตนตั้งคำถามกลับไปว่า แล้วหากอิหร่านไปซื้ออาวุธนิวเคลียร์มาครอบครองจะทำเช่นไร ซึ่งทางอิหร่านตอบเพิ่มมาว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่ไปซื้ออาวุธนิวเคลียร์มาครอบครอง นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ทราบหรือไม่ว่ากองทัพสหรัฐฯตั้งใจปล่อยให้กองทัพอิหร่านเหลือรอด เพราะเห็นว่ารัฐบาลอิหร่านชุดนี้ค่อนข้างไปในทางสายกลางเมื่อเทียบกับชุดที่ผ่านมา การกวาดล้างไม่ให้เหลือซากไม่ใช่เรื่องดี เนื่องจากกว่าประเทศจะฟื้นฟูได้ต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุคน และตอนที่สหรัฐฯโจมตีศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านไปเมื่อเดือน มิ.ย.2568 ขอบอกเลยว่าหากไม่ทำตอนนั้น วันนี้กองทัพอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไปแล้วขณะที่นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมการฝ่ายความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่าน ประกาศจุดยืนว่า วันนี้อิหร่านได้สร้างกลไกกำกับดูแลการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถนำมาเป็นประเด็นต่อรองได้อีกต่อไป ส่วนนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านไม่เชื่อใจกับคำพูดหรือการรับปาก สิ่งที่จะชี้วัดหลังจากนี้คือการกระทำเพียงเท่านั้น และก่อนหน้านี้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า การเจรจาไม่อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ มีแต่การใช้กำลัง สาเหตุที่อิหร่านได้รับเงื่อนไขยอมถอยจากฝ่ายสหรัฐฯ ก็มาจากการใช้จรวดและขีปนาวุธอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่