ผบช.น.แถลงผลงาน ดส. สกัดจับรถพ่วงดัดแปลงขนถังยางมะตอยซุกยาไอซ์-คีตามีน ลอตมหึมากว่า 1.7 ตัน มูลค่า 210 ล้านบาท ริมถนนกลางเมืองสองแคว เผยขยายผลจากจับยาบ้า 1 แสนเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 คน เมื่อ 10 กว่าวันก่อน พบกลุ่มนักบินรับงาน “นายใหญ่” จากต่างประเทศ ขนจากเชียงรายมาพักโกดังสระบุรี เตรียมกระจายกรุงเทพฯ-ปริมณฑล แฉหัวโจกเป็นเจ้าของรถหัวลาก แต่เศรษฐกิจทำพิษ ผันตัวขนยานรก รับทำมาแล้ว 5 ครั้ง ฟันค่าจ้างรอบละ 2 ล้าน ตำรวจเร่งล่าตัวการใหญ่และพรรคพวกที่เหลือดำเนินคดีดส.จับยาไอซ์มโหฬาร 1.7 ตัน เปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายวิทยา หรือติ๊ก ชูเชียร อายุ 30 ปี 2.นายอนุชา หรือนิว รักแก้ว อายุ 38 ปี 3.นายพงษ์ศักดิ์ หรือศักดิ์ กองแก้ว อายุ 45 ปี พร้อมของกลางคีตามีนและยาไอซ์ น้ำหนักรวม 1,737 กก. รถพ่วงบรรทุกถังยางมะตอย 1 คัน, รถยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง มูลค่ายาเสพติดกว่า 210 ล้านบาท จับได้ที่ริมถนนสาธารณะหน้าตลาดแห่งหนึ่งใน ต.ดอนทอง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงเย็นวันที่29พ.ค.พล.ต.ท.สยามเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจากการจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.สมุทรปราการ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้โดยได้รับคำสั่งจาก “นายใหญ่” ที่อยู่ต่างประเทศให้นำยาเสพติดจาก จ.เชียงรายไปเก็บในโกดังที่จังหวัดสระบุรี เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ค้ารายย่อย แก๊งนี้มีนายพงษ์ศักดิ์เป็นหัวหน้า เป็นเจ้าของรถหัวลาก แต่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจึงผันตัวมารับจ้างขนยาเสพติด การขนแต่ละครั้งจะใช้รถนำและตามขบวนอีก 4 คัน มีรถ 3 คันที่หลบหนีไปได้ สำหรับแก๊งนี้มีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 10 คน ทำมาแล้ว 5 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 ล้านบาท แล้วนำมาแบ่งกัน เริ่มใช้วิธีการขนใส่รถบรรทุกในลักษณะนี้มาตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 อยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่ายรายนี้เพิ่มเติมต่อไปหลังเสร็จสิ้นชุดจับกุมนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีข้อหา 1.ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ 2.ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน พร้อมสืบสวนขยายผลหานายทุนและผู้เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่