“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.นัดแรก หลังแถลงนโยบายรัฐบาล จี้รัฐมนตรีเหยียบคันเร่งทำงาน หลังมีอำนาจบริหารงานเต็มที่ ย้ำทำงานเป็นทีม มุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชน เซ็นคำสั่งแบ่งงานกลุ่มภารกิจ ขอคุมเองปราบทุจริต ยาเสพติด ค้ามนุษย์ “เอกนิติ” คุมงานส่งเสริมการลงทุน “ศุภจี” รับผิดชอบการส่งเสริมการค้าพาณิชยกรรม “ยศชนัน” ดูแลงานถนัดการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ พรรคประชาชนดาหน้าถล่มรัฐบาล ซัดทุ่มงบ 7,700 ล้านบาท ออกมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤติพลังงานไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไร้รายละเอียดช่วยชาวประมง ธุรกิจเม็ดพลาสติก “ศิริกัญญา” เหน็บแก้ปัญหาไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนประชาชนภายหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในคืนวันที่ 10 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุม ครม.ทันที ในเช้าวันที่ 11 เม.ย. เพื่อออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนจากปัญหาวิกฤติพลังงานโลก ที่เป็นผลจากภัยสงครามตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำให้ ครม.ทำงานเป็นทีม เพื่อแก้ปัญหาประชาชนนายกฯนำทีมประชุม ครม.นัดแรกเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุม ครม.นัดแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ภายหลังจากเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม บริหารราชการแผ่นดิน หลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 เม.ย. มีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ขาดเพียง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรมที่ติดภารกิจ รัฐมนตรีทุกคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ขณะที่นายอนุทินมอบภาพหมู่ ครม.ใส่กรอบแก่รัฐมนตรีทุกคนเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายอนุทินกล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม.ว่า เป็นการประชุม ครม.นัดแรก หลังแถลงนโยบายรัฐบาล หมายความว่า ครม.ชุดนี้จะไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใดๆในการ บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ขอให้ทุกคนใช้ความสามารถ การตัดสินใจเต็มที่แก้ปัญหาประเทศ ภายใต้กรอบภารกิจที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ถือเป็นรัฐบาลของประชาชนที่เป็นทีมเดียวกันย้ำทำงานเป็นทีมเพื่อประชาชนนายอนุทินกล่าวว่า เพื่อให้การแก้ปัญหาไปทางเดียวกัน ส่งเสริมกัน ขอให้ไม่มีเรื่องที่มาที่ไปของแต่ละคน ทุกคนเป็นทีมเดียวกัน ขอขอบคุณความเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่น ครม.ทุกคนให้ความสนใจรับฟังการอภิปรายนโยบายจากสมาชิกรัฐสภา ผลัดกันชี้แจงข้อเคลือบแคลงสงสัย ทุกคนชี้แจงชัดเจน การพูดกับสมาชิกรัฐสภาคือการพูดกับประชาชน 77 ล้านคน จากนี้ไปคือการปฏิบัติให้นโยบายต่างๆ และสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบาย แต่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนถูกดำเนินการโดยเร็ว พร้อมสนับสนุนภารกิจรัฐมนตรีเต็มรูปแบบ หากมีโอกาสร่วมปฏิบัติภารกิจก็ยินดี ขอให้เป็นการเริ่มต้นบริหารราชการแผ่นดินด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ให้การทำงานมีความสามัคคี พร้อมสนับสนุนภารกิจทุกคนเต็มความสามารถ ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดครม.แห่ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม. รัฐมนตรีหลายคนได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงาน อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายนิกร โสมกลาง รมว. การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลพระภูมิ ศาลตายาย ก่อนที่นายยศชนันจะเข้าทำงานที่ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ในเวลา 09.09 น. ขณะที่นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย ก่อนการทำงานเช่นกัน“ยศชนัน” ชวนจับมือข้ามวิกฤตินายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ครม.ว่า กระทรวงที่พรรคเพื่อไทยดูแลทั้งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะทำงานข้ามกระทรวงให้เห็นเป็นภาพประจักษ์ วันนี้มีวิกฤติพลังงานและสภาพอากาศ จะดูโครงการต่างๆมาแก้ปัญหานี้ นำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาแก้ไข หลายเรื่องลงพื้นที่สำรวจแล้ว เช่น ปุ๋ยไบโอดีเซล การดูแลกลุ่มเปราะบาง ดูแลแรงงาน จะพัฒนาร่วมกันให้การแก้ปัญหาดีขึ้น นำไปคุยใน ครม.ขยายไปกระทรวงอื่นๆ ทำขนานไปกับมาตรการที่นายกฯสั่งการไปแล้ว ทำงานร่วมกัน การเมืองคือการเมือง แต่เรื่องวิกฤติต้องทำงานด้วยกัน“อัครนันท์” แจงดึง “ครูจวง” ช่วยงานนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการดึงตัว “ครูจวง” นายปารมี ไวจงเจริญ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มาเป็นทีมงานในกระทรวงศึกษาธิการว่า สนิทนายปารมีมา 10 กว่าปีก่อนเล่นการเมือง ทราบว่านายปารมีไม่ได้เป็น สส.จะกลับไปเป็นติวเตอร์ จึงชวนมาเป็นที่ปรึกษา ไม่มีประเด็นย้ายมาพรรคเพื่อไทย เป็นความสนิท ส่วนตัว อยากพัฒนาการศึกษา อยากได้คนแบบนายปารมีมาทำงาน เพราะเป็นคนมีคุณค่าด้านการศึกษา ชวนกันแบบพี่น้องมาทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องพรรค การเมืองต้องให้นายปารมีไปเคลียร์ เมื่อถามว่า นายปารมีบอกหรือไม่ ในอนาคตจะย้ายมาพรรคเพื่อไทย นายอัครนันท์ตอบว่า ไม่เคยพูดเรื่องต้องมาอยู่พรรคเพื่อไทย หากมองแต่เรื่องพรรคการเมือง ประเทศไทยก็ไม่ก้าวหน้า การได้คนเก่งๆไม่ว่าเป็นใคร เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าพรรคการเมือง สนิทกับพรรคประชาชนหลายคน วันนี้จะไปทานข้าวกับนายกรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ถ้ามองแต่เเนวคิดไม่เหมือนกันแล้วคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้วไทยไม่พร้อมประชุมเจบีซี 17–25 เม.ย.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีกัมพูชาทำหนังสือเชิญไทยประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) วันที่ 17-25 เม.ย.ว่า การประชุมเจบีซีของฝ่ายไทยต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนองค์ประกอบเจบีซีฝ่ายไทยก่อน เมื่อพร้อมแง่กระบวนการภายในค่อยว่ากัน แต่คงไม่นั่งเป็นประธานเจบีซีเอง กรรมการเจบีซีเน้นหนักไปด้านเทคนิค จะหาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศและเขตแดน แม้กัมพูชาเร่งรัดการประชุม แต่กระบวนการของไทยต้องมีความพร้อมก่อน ถึงการประชุมจะมีขึ้นก็ไม่ได้หมายความจะนำไปสู่เรื่องเขตแดนทันที เรามีจังหวะเวลาของเรา ส่วนเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 43 และ 44 นั้น เป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา จะยกเลิกเอ็มโอยู 44 กระทรวงต่างประเทศจะเสนอเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ ครม. ขณะที่เอ็มโอยู 43 ควรดำเนินการให้รอบคอบ มีฉันทามติร่วมกันตั้ง “ไตรศุลี” นั่งเลขานายกฯต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุม ครม. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ 2 ตำแหน่ง ได้แก่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ดำรงตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเร่งดัน ก.ม.ค้างท่อ 24 ฉบับส่งสภาฯน.ส.รัชดากล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบร่าง พ.ร.บ.ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ในรัฐสภา รวม 24 ฉบับ มอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเร่งทบทวนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างอยู่ พร้อมแจ้งยืนยันต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายในวันที่ 24 เม.ย.นี้ จากนั้นจึงนำเข้า ครม.อีกครั้ง เพื่อร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่อไปให้ทันกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน คือ วันที่ 12 พ.ค.2569 นับจากวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง ร่าง พ.ร.บ. 24 ฉบับ แบ่งเป็นค้างในชั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 20 ฉบับ และค้างในชั้นวุฒิสภา 4 ฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน“นายกฯ” คุมปราบทุจริต-ยาเสพติดวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 เรื่องการบริหารราชการตามกลุ่มภารกิจ โดยมีคำสั่งการบริหารราชการ 8 กลุ่มภารกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มภารกิจปราบปรามการทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การกระทำความผิดออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกฯเป็นหัวหน้า 2.กลุ่มภารกิจพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อประชาชนใช้บริการได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึง มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม รับผิดชอบ 3.กลุ่มภารกิจส่งเสริม รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593 และกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บรายได้พัฒนาท้องถิ่น มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นหัวหน้า“เอกนิติ” ดูภารกิจส่งเสริมการลงทุน4.กลุ่มภารกิจส่งเสริมการลงทุน มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เป็นหัวหน้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 5.กลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้า 6.กลุ่มภารกิจความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบรักษาความมั่นคงอธิปไตยของชาติ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ การยกเลิกบันทึกความเข้าใจที่ไม่มีความคืบหน้าการดำเนินการ 7.กลุ่มภารกิจวิจัยและพัฒนาประเทศไทย สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้า 8.กลุ่มภารกิจพัฒนากฎหมาย และการบริหารราชการแผ่นดิน มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้า โดยเฉพาะการเป็น Digital Government และเข้าเป็นสมาชิก OECDครม.ส่งงบปี 70 ให้สภาฯเดือน ก.ค.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 พร้อมปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ เพื่อให้ พ.ร.บ.งบประมาณฯประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้ต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ จะเน้นแก้ปัญหาประชาชน ควบคู่การรักษาวินัยการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ กำหนดไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณอย่างชัดเจน คือวันที่ 20 เม.ย. นายกฯจะมอบนโยบายงบประมาณ วันที่ 1 พ.ค.หน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณ วันที่ 2 มิ.ย.เสนอ ครม.พิจารณารายละเอียดงบประมาณ และเปิดรับฟังความคิดเห็น วันที่ 16 มิ.ย. ครม.รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วันที่ 23 มิ.ย. เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต่อสภาฯช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. สภาฯ พิจารณาตามขั้นตอน ปลายเดือน ก.ย.2569 นำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อประกาศใช้ และวันที่ 1 ต.ค. งบประมาณมีผลบังคับใช้ปชน.ติงเยียวยาไม่ครอบคลุมเมื่อเวลา 14.30 น. ที่พรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน จากราคาพลังงานแพงว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนรอมานาน คาดหวังมาหลายสัปดาห์ ในที่สุดก็ออกมาเสียที โดยรวมมีการใช้งบทั้งหมด 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อดูรายละเอียดพบว่า ยังไม่ครอบคลุม มีคนตกหล่นเยอะ ตัวงบประมาณสําหรับช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงๆ มี 3,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่อีก 4,700 ล้านบาท นําไปจัดการงบประมาณที่เดิมไม่ได้วางแผนไว้ แต่จำเป็นต้องจ่าย เช่นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่ชาวประมงยังไม่เห็นมาตรการการช่วยเหลือ กลุ่มเม็ดพลาสติกก็ยังไม่ลงรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือ ถ้าดูกลุ่มที่ลงรายละเอียดมากสุด กลับเป็นคู่สัญญาภาครัฐในเรื่องราคาค่าก่อสร้าง เป็นการช่วยที่ใจดีมากของภาครัฐ เช่น ระบุว่าคู่สัญญาภาครัฐสามารถแก้สัญญาได้เลย อยากให้รัฐบาลให้ความสําคัญกลุ่มอื่นๆ ที่กำลังเปราะบางในระดับเดียวกันช่วยไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงแหล่งเงินงบประมาณและวงเงินที่ใช้ในมาตรการช่วยเหลือประชาชน จากราคาพลังงานแพงว่า ไม่ได้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลเอง ที่ตั้งงบประมาณกองทุนบัตรประชารัฐไม่เพียงพอ ในปี 2569 จากที่ควรตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท กลับตั้งไว้ 30,000 ล้านบาท เมื่อผ่านมาครึ่งปีงบประมาณ เงินในกองทุนขาดแคลน จําเป็นต้องใช้งบกลางเติมเข้าไป สะท้อนปัญหางบประมาณและการคลังของรัฐบาล แค่จะใช้จ่ายรายจ่ายประจํายังมีไม่พอ ขณะที่การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หรือปัญหาเฉพาะหน้า เป็นมาตรการค่อนข้างจำกัด ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนประชาชน ไม่ครอบคลุมค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุจะมีแหล่งเงินทุนใหม่เข้ามาคือ งบประมาณปี 70 ที่กําลังจะเกิดขึ้น และอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่มีคือแผนการที่ต้องหาเงินมาใช้สําหรับปี 2569 ที่เหลือ ว่าจะทําอย่างไรแนะหาแหล่งงบประมาณสำรองน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หรือแถลงข่าวแต่ละครั้ง รัฐบาลมีการพูดถึง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายว่า อาจออกเป็น พ.ร.ก.ให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ได้ข้อสรุปล่าสุดจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ว่า จะไม่ออกเป็น พ.ร.ก. จะออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯแทน สิ่งที่คาดหวังคือ มติ ครม. ครั้งต่อไปต้องออกหลักเกณฑ์ว่า งบใดจะโดนตัด หรือได้ไปต่อ รัฐบาลต้องมีมติ ครม.จริงจัง ถ้าจะใช้งบส่วนนี้ แม้เงินจะถูกตัดโอนมานั้น น้อยลงไปเรื่อยๆ เป้าหมายจะทําให้ได้ 50,000 ล้านบาท ยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไปจําเป็นต้องมองหาแหล่งงบประมาณอื่นๆ นํามาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชนโดยเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นต้องทนอยู่กับมาตรการเยียวยาที่ไม่ได้สัดส่วนความเดือดร้อนแบบทุกวันนี้บี้ช่วยค่าปุ๋ยเกษตรกรทุกคนนายเดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือภาคการเกษตรของรัฐบาลที่ออกมาที่เน้นต้นทุนเรื่องปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง ที่คิดเป็น 40-50% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดนั้น ช่วยเหลือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลช่วยผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียว จำกัดอยู่ 5+1 กระสอบ ขยายวงเงินช่วยจาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ เมื่อคํานวนแล้วเป็นปริมาณไม่มาก แต่ปัญหาสําคัญโครงการนี้คือ จํานวนเกษตรกรที่เข้าร่วมในอดีต มีน้อยมากเพียง 1%ของปริมาณที่ใช้ แม้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระบุจะมีการขยายตัว แต่ไม่บอกจะขยายจํานวนเท่าใด จึงขอเสนอให้ครอบคลุมถึงเกษตรกรทุกรายใช้สิทธิ์ในลักษณะเดียวกันได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่