การประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ครั้งที่ 36 ที่กรุงอังการา ตุรกี เมื่อ 7-8 กรกฎาคม 2026 มีเรื่องที่น่าสนใจดังนี้เพื่อรองรับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ และความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก ชาติสมาชิกนาโตที่มาชุมนุมสุมศีรษะต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ทุกประเทศต้อง 1.เร่งเพิ่มศักยภาพทางด้านการป้องกันประเทศ 2.จัดหาอาวุธ 3.พัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร และ 4.ขยายกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ4 ข้อที่ผมรับใช้ไปข้างต้น มาจากความตึงเครียดของสงคราม 2 แห่ง คือในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ อิสราเอล-อิหร่าน) และในยุโรปตะวันออก (รัสเซีย-อูเครน) ก่อนหน้าสงครามทั้ง 2 แห่ง พวกนาโตเคยคุยกันเรื่องการลดกำลังทหาร แต่ตอนนี้กลับมาคุยกันเรื่องการเพิ่มศักยภาพกองทัพ และเพิ่มงบประมาณกลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครื่องบินรบ อากาศยานไร้คนขับ โดรน ฯลฯทรัมป์แสดงจุดยืนให้ประเทศนาโตในยุโรปลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และหันไปดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการป้องกันประเทศของตนเอง สหรัฐฯไม่ควรเป็นผู้รับภาระหลักในการดูแลความมั่นคงของพวกยุโรปเพียงฝ่ายเดียวสมาชิกนาโตชาติยุโรปต่างผงกหัวว่า อ้า ครับ ค่ะ พวกเราจะเพิ่มงบกลาโหม จะซื้ออาวุธเพิ่ม ถึงแม้ว่าจะก้มหัวยอมรับครับๆ แต่ทรัมป์ก็ยังทำหน้าบึ้งขมึงตึง ไม่พอใจ บอกว่าหลายประเทศยังเพิ่มไม่พอ เมื่อเทียบกับภัยคุกคามที่สมาชิกนาโตกำลังเผชิญอยู่เรื่องที่อาจจะสร้างความตระหนกตกใจให้เดนมาร์กก็คือทรัมป์แฉลบไปพูดถึงกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในเขตอาร์กติก ทั้งด้านการเดินเรือ ทรัพยากรธรรมชาติ และการป้องกันประเทศทรัมป์เคยพูดเปรยๆ ว่าจะซื้อเกาะกรีนแลนด์ แต่รัฐบาลเดนมาร์กและรัฐบาลปกครองตนเองของกรีนแลนด์ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า อ้า กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้เพื่อการซื้อขาย ทว่า ทรัมป์ไม่สนใจ ไปพูดที่ไหนก็พูดประเด็นกรีนแลนด์ มาประชุมที่ตุรกีครั้งนี้ ทรัมป์ก็ยังหยิบเรื่องกรีนแลนด์มาพูด โดยอ้างว่า การแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอาร์กติกมีความสำคัญมากขึ้นการพูดของทรัมป์อาจจะสื่อว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญใหญ่โตมโหฬารเกินกว่าที่เดนมาร์กจะดูแลได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงมาร์ก รึตเตอ เลขาธิการนาโต ขยับขากรรไกรว่า อ้า ประเทศสมาชิกนาโต (ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยนะครับ) ต่างเร่งปรับปรุงศักยภาพกลาโหมอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งเพิ่มงบ ฝึกฝนกำลังพล พัฒนาเทคโนโลยี มีความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้การประชุมครั้งนี้มีผลทำให้บริษัทผู้ผลิตอาวุธ เครื่องบินรบ ระบบเรดาร์ ดาวเทียม โดรน ทั้งของสหรัฐฯและยุโรปต่างฉีกยิ้มจนปากถึงใบหู เพราะเนื้อหาการประชุมทำให้หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับอาวุธพุ่งขึ้นก่อนหน้าการประชุมสุดยอดครั้งที่ 36 สมาชิกนาโตไม่ค่อยลงรอยกันนัก ระหว่างพูดครั้งนี้ ทรัมป์ชี้ไปที่ผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี แล้วเอ่ยว่า “...อ้า ผมผิดหวังกะนาโต” “เราไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากพันธมิตร”ทรัมป์คงจะหมายถึงการที่พวกนาโตไม่ไปสนับสนุนสหรัฐฯในสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน “ก่อนที่ผมจะขอ (ให้ช่วยรบกะอิหร่าน) พวกเขา (ชาติพันธมิตรนาโต) ชิงตอบว่า จะไม่ไป” “เรา (สหรัฐฯ) ลงทุนไปแล้วหลายล้านล้านดอลลาร์ในนาโต”พูดถึงเม็ดเงินที่จะผุดขึ้นมาจากข้อตกลง เจ้าหน้าที่นาโตคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ประเมินบอกว่า อ้า น่าจะมีมากถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.6 ล้านล้านบาท) ประเทศนาโตยุโรปต้องซื้อโดรนสอดแนมจากบริษัท นอร์ธรอป กรัมแมน ของสหรัฐฯ และเครื่องบินจากบริษัทซาบของสวีเดนเดิมเราคิดว่าโลกจะสงบลง เพราะการลดการแข่งขันด้านอาวุธเพื่อหันไปพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ความจริงกลับตาลปัตรครับ โลกกลับร้อนยิ่งขึ้นเพราะพวกมหาอำนาจสนใจแต่เรื่องการแข่งขันด้านการรบและสะสมกำลังทหารเบื้องหลังของผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งหลายก็คือบริษัทผลิตและขายอาวุธยุทโธปกรณ์.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม