“ฟอร์บส์” สื่อชั้นนำของสหรัฐฯประกาศผลจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 “เจ้าพ่อกระทิงแดง” และ “Red Bull” เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท อันดับ 2 เป็นพี่น้องเจียรวนนท์ แห่งซีพี ส่วนสารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม อยู่อันดับ 3 ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 14 โดยพบว่าใน 50 อันดับ มี 33 ราย มั่งคั่งเพิ่มขึ้น มีมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯมูลค่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐีไทยยังขยายตัวแข็งแกร่งแม้เผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ฟอร์บส์ไทยแลนด์ นิตยสารธุรกิจ เศรษฐกิจ และการลงทุนรายเดือนในประเทศไทยในเครือForbes นิตยสารธุรกิจและการเงินชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทย โดยรายงานว่า ปีนี้มหาเศรษฐีเกือบ 2 ใน 3 ของทำเนียบมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น โดยเฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัวเจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ยังคงครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันด้วยทรัพย์สินมูลค่า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.54ล้านล้านบาท หลังบริษัทมีรายได้ประจำปีเพิ่มขึ้นกว่า 8% เป็น 1.22 หมื่นล้านยูโร (1.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2568 จากยอดขายทั่วโลกเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋องอันดับ 2 ยังคงเป็นของพี่น้องเจียรวนนท์แห่ง เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือซีพี ที่มีทรัพย์สินสุทธิ 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท โดยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัท Arise Digital Technology ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายของธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือซีพี ได้ตกลงซื้อหุ้นเกือบ 25% ในทรูคอร์ปอเรชั่น จากพันธมิตร Telenor Group ของนอร์เวย์ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท (3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) พร้อมสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มอีก 5.4% ภายใน 2 ปี ด้านสารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเชิงมูลค่าเงินดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 5.75แสนล้านบาท รั้งอันดับ 3 ต่อเนื่อง หลังกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทยเป็นเกือบ 10% ส่งผลให้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของธนาคารส่วนตระกูลจิราธิวัฒน์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ4 หลังมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 เป็น 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3.82 แสนล้านบาท โดยเซ็นทรัล รีเทล บริษัทเรือธงของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต และร้านค้าปลีกเฉพาะทาง มีแผนลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาในไทยและเวียดนาม ขณะที่อันดับ 5 เป็นของเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อธุรกิจเครื่องดื่ม ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3.76 แสนล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์ฟอร์บส์ระบุว่า มหาเศรษฐีไทย 33 รายใน 50 อันดับ มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นแม้ไทยจะเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับกัมพูชา แต่เศรษฐกิจในปี 2568 ยังขยายตัว 2.4% จากการบริโภคภายในประเทศทยอยฟื้นตัวและการส่งออกที่กลับมาเติบโต ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับมหาเศรษฐี 50 อันดับแรกของไทย โดยมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หนึ่งในผู้ที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นคือ จรีพร จารุกรสกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Corporation ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโลจิสติกส์ โดยมูลค่าทรัพย์สินพุ่งขึ้น 69% แตะ 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยสำหรับผู้ที่กลับเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีในปีนี้มี 2 ราย ได้แก่ บัญชา องค์โฆษิต ผู้ก่อตั้งKCE Electronics ผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้รับอานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้ก่อตั้ง Gunkul Engineering ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายธุรกิจจัดหาไฟฟ้าสีเขียวให้กับศูนย์ข้อมูล และปีนี้มีสมาชิกทำเนียบมหาเศรษฐีเสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ กฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าพ่อธุรกิจสื่อแห่งบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7HD ซึ่งทรัพย์สินตกทอดสู่บุตรชายเพียงคนเดียวคือ ชัชชน รัตนรักษ์ อีกรายคือนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ร่วมก่อตั้งเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS โดยทรัพย์สินถูกรวมอยู่ภายใต้ตระกูลปราสาททองโอสถ และชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ผู้ร่วมก่อตั้งเมืองไทย แคปปิตอล ร่วมกับภรรยา ดาวนภา พัชรชัย ซึ่งในปีนี้มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบเพียงผู้เดียวทั้งนี้ เกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับมหาเศรษฐีไทยปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 555 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีก่อน สะท้อนการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งโดยรวมของกลุ่มมหาเศรษฐีไทย แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดย 10 อันดับแรกมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2569 ได้แก่ 1.เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ทรัพย์สิน 4.7หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท 2.พี่น้องเจียรวนนท์ ทรัพย์สิน 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท 3.สารัชถ์ รัตนาวะดี ทรัพย์สิน 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 5.75 แสนล้านบาท 4.ตระกูลจิราธิวัฒน์ ทรัพย์สิน 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3.82 แสนล้านบาท 5.เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว ทรัพย์สิน 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3.76 แสนล้านบาท 6. ตระกูลไชยวรรณ ทรัพย์สิน 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.67 แสนล้านบาท 7.ตระกูลปราสาททองโอสถ ทรัพย์สิน 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.21แสนล้านบาท 8.เสถียร เสถียรธรรมะ ทรัพย์สิน 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 9.15 หมื่นล้านบาท 9.อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.84 หมื่นล้านบาท 10.ชัชชน รัตนรักษ์ ทรัพย์สิน 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.51 หมื่นล้านบาท สำหรับทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 14 มีทรัพย์สิน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 5.88 หมื่นล้านบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่