ศาล รธน.มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน เฉพาะส่วนปรับโครงสร้างพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท เป็นไปตาม รธน. “อนุทิน” ตีปีกขอบคุณตุลาการเร่งวินิจฉัยให้ รับปากใช้ทุกบาททุกสตางค์คุ้มค่าที่สุด “ณัฐพงษ์” ชี้คำวินิจฉัยไม่ผิดคาด “ไหม” แฉเตรียมแค็ตตาล็อกรอถลุงเงินกันแล้ว ทั้งรถขยะ EV, ลานกีฬาโซลาร์, เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์, โซลาร์รูฟท็อป ข้ออ้างสวยหรูแต่สอดไส้หาประโยชน์ “อภิสิทธิ์” น้อมรับคำวินิจฉัย แต่ห่วงสร้างบรรทัดฐานไร้วินัยการคลัง “อนุทิน” ยกคณะเยือนมาเลย์ โชว์แซกโซโฟน เพลง My way “อันวาร์” ร้องคลอชื่นมื่น เร่งเปิดประตูการค้า 2 ชาติ สว.น้ำเงินฉะ ปชน.เฟกนิวส์ “ศิริกัญญา” โต้คืนไม่วางใจยัดไส้เป่าคดีฮั้ว สว. ป.ป.ช.ฟัน “เกรียง-เมีย” ฮั้วประมูล ล็อกสเปกบริษัทในเครือได้งาน “ชัชชาติ” ขยับ “อากง” ปธ.ผู้ทรงคุณวุฒิศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินเฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านการ วงเงิน2แสนล้านบาท เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัด รธน.เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือ และลงมติวินิจฉัยคดีที่ สส.จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรคหนึ่ง ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่า “เงินกู้ตาม พ.ร.ก.นี้นำไปใช้ (1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172วรรค17 ต่อ 2 เสียงไฟเขียวปฏิรูปพลังงานนอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินเฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า “เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง สำหรับตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายสุเมธ รอยกุลเจริญนายศราวุธ ทรงศิวิไล ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 เสียง คือ นายจีระนิติ หะวานนท์ และนายอุดม รัฐอมฤต“หนู” ตีมึนไม่รู้จัก “เท้ง” จี้รับผิดชอบก่อนหน้านี้เวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เราต้องให้ความเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร ขอให้รอฟังผล และปฏิบัติตามคำวินิจฉัย เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจี้ถามหาความรับผิดชอบหากคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบ นายอนุทินย้อนถามว่า “ใคร” ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายอนุทินหัวเราะก่อนถามแบบตีมึนว่า “ใครนะ ใครคือณัฐพงษ์” ผู้สื่อข่าวตอบว่า “คุณเท้ง” นายอนุทินตอบกลับ “อ๋อ หัวหน้าเท้ง เขาเป็นใครนะ” ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า “ผู้นำฝ่ายค้าน” นายอนุทินตอบว่า “อ๋อ โอเค”“ณัฐพงษ์” ชี้คำวินิจฉัยไม่ผิดที่คิดไว้ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังรับทราบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า ผลคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดการณ์ แต่ยังคงเห็นตรงกันว่ารัฐบาลไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ เป็นการพยายามสอดไส้โครงการต่างๆที่สามารถบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีการหารือกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ พรรคยืนยันจุดยืนมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ผลที่ออกมาจะไม่ได้ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ก็ตามเหน็บ “หนู” ไม่เข้าสภาฯจำ สส.ไม่ได้ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย บอกไม่รู้จักนายณัฐพงษ์ นายณัฐพงษ์ตอบว่า นายกฯอาจไม่ค่อยได้เข้าสภาฯ เลยจำหน้า สส.ไม่ค่อยได้ “ผมก็เข้าใจ ถ้าอยากจำ สส.ได้ จำเพื่อนๆสมาชิกได้ ก็มาตอบกระทู้ในสภาฯบ่อยๆ จะได้ทบทวนความจำให้ดียิ่งขึ้น”“ไหม” แฉมีแค็ตตาล็อกรอถลุงแล้วน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ติดตามสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาล พบว่าโครงการต่างๆ ที่จะใช้วงเงิน 2 แสนล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแม้แต่โครงการเดียว แต่ในช่วงเพียง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีการให้ข่าวจากรัฐมนตรีหลายคนทั้ง รมช.มหาดไทยและ รมช.คมนาคม ถึงโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ดังกล่าว พรรคยังได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอเอง มีลักษณะเป็นแค็ตตาล็อกหรือเมนูรายการสินค้าและโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริงอ้างสวยหรูแต่สอดไส้หาประโยชน์น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า พรรคจึงมีข้อสงสัยว่ารายการโครงการดังกล่าวอาจเป็นโครงการที่มีการเตรียมผู้รับจ้าง หรือผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่พรรคตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า วงเงิน 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสอดไส้โครงการ โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง และอาจถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง“อภิสิทธิ์” น้อมรับคำวินิจฉัยศาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคในฐานะผู้ร้องน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล แต่เรายังไม่ทราบเหตุผลและรายละเอียด ต้องไปศึกษาว่าเหตุผลและประเด็นที่ศาลใช้วินิจฉัยเป็นอย่างไร มีความกังวลเป็นห่วงว่าการวินิจฉัยนี้จะนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานในการกู้เงินของรัฐบาล กรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ และส่งผลกระทบจากอดีตที่ผ่านมา จากกรอบวินัยการเงินการคลังที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมา จากผลที่รัฐบาลกู้เงินได้ครั้งนี้จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะขยับเกือบชนเพดานจีดีพีที่ร้อยละ 70 ทั้งที่รัฐบาลเคยยืนยันต่อสภาฯว่า ไม่มีแนวคิดขยายเพดานหนี้สาธารณะ ขอให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนว่า แผนทางการคลังในระยะกลาง ระยะยาว ในปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มีแนวทางการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายอย่างไร มิฉะนั้นจะกลับมาสู่ปัญหาว่าต้องกู้เงินเพิ่มต้องขยายเพดานหนี้หรือไม่ห่วงสร้างบรรทัดฐานใหม่วินัยคลังนายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนเงินก้อนที่ 2 ที่จะนำมาใช้ในโครงการเกี่ยวกับพลังงาน มีตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เราอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทำความชัดเจนและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกลั่นกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้มากที่สุด ในเมื่อรัฐบาลยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ถ้าไม่ทำจะกระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราคิดว่าการกู้เงินต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ขณะนี้จากการติดตามกลไกต่างๆรวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก็ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องนี้ จึงเป็นห่วงว่าสรุปแล้วความพร้อมในการกลั่นกรองโครงการนี้เป็นอย่างไร ที่สำคัญสิ่งที่เราวิตกกังวลคือรัฐบาลมองเพียงแค่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ข้อเท็จจริงคือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซมากจนเกินไป รัฐบาลพูดแต่เพียงจะสนับสนุนเรื่องโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า แต่จริงๆแล้วมีแต่การส่งเสริมการนำเข้า ไม่ได้ลดการพึ่งพาต่างประเทศลง ทั้งที่ทางเลือกอื่นก็มี เช่น ปาล์มน้ำมัน แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีความชัดเจนแค่ไหน“อนุทิน” ยกคณะเยือนมาเลเซียวันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา และคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายก รัฐมนตรี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกเดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. ตามคำเชิญของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“อันวาร์ อิบราฮิม” รอรับถึงสนามบินต่อมาเวลา 11.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทินและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ โดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย มารอต้อนรับด้วยตนเอง ก่อนนำเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ (Guard of Honour) นายอันวาร์ยังเชิญนายอนุทินร่วมนั่งรถยนต์คันเดียวกันไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ณ เมืองปูตราจายา เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับและการหารืออย่างเป็นทางการโชว์ลีลาเป่าแซกโซโฟน “อันวาร์” ร้องคลอผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ ที่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วงหนึ่ง ของการรับประทานอาหาร นายอันวาร์ได้เชิญนายอนุทินขึ้นไปเล่นดนตรี และได้เดินไปส่งถึงเวที ก่อนที่นายอันวาร์จะหยิบไมโครโฟนเดินลงจากเวทีมานั่งร้องเพลงที่โต๊ะอาหาร ขณะที่นายอนุทินได้เดินตามลงมาเป่าแซกโซโฟนข้างๆ ก่อนที่นายอันวาร์จะกอดคอนายอนุทินร่วมร้องเพลงและเล่นดนตรีด้วยกันอย่างเป็นกันเอง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า“เพื่อนรักต่างวัย นายกฯอนุทินเป่า Sax ให้นายกฯอันวาร์ “My way”...งานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หลังจากประชุมสองฝ่ายในช่วงเช้า...โดยตอนก่อนเริ่มบรรเลง นายกฯอันวาร์เดินขึ้นเวทีไปดูความเรียบร้อยด้วยตัวเอง”เร่งเปิดด่านเปิดประตูการค้า 2 ชาติจากนั้นเวลา 13.10 น. นายอนุทินหารือเต็มคณะกับนายอันวาร์ อิบราฮิม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้างพื้นที่แห่งโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและความมั่นคง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ประเด็นสำคัญของการหารือคือเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน วันที่ 10 ก.ค. นายกฯของทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม จุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทย-มาเลเซีย รวมทั้งยังตกลงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญ ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่าง จ.สตูล กับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวิร์ธ การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ รวมถึงร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารกุ้ง-ปลากะพง ที่ รมว.เกษตรของสองประเทศได้หาทางออกร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยขอบคุณตุลาการเร่งวินิจฉัยเงินกู้นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังทราบคำวินิจฉัยว่า ขอบพระคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เร่งคำวินิจฉัยด้วยความรวดเร็ว รัฐบาลจะได้มีความมั่นใจว่าจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดแก่ประชาชน เรานั่งเฝ้าเงินทุกบาททุกสตางค์เพราะชื่อบอกอยู่แล้วว่าเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า ดอกเบี้ยที่ได้มาเป็นดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำมาก 1.2% เมื่อต้นทุนถูกขนาดนี้จะนำเงินเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปสร้างประโยชน์ให้เกิดการหมุนเวียนหลายๆรอบ เพื่อจัดเก็บภาษีเงินได้ในรูปแบบต่างๆเข้ามา และไม่ต้องกังวลว่าเรามีงบประมาณเพียงพอไปจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ โดยแผนการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงินจะมีการนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงานด้วย ทำให้ค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าของประชาชนลดลง ต้องใช้โอกาสนี้ผลักดันให้เกิดประโยชน์ยกแผง ทั้งรัฐบาล ประชาชน ประเทศชาติต่างได้ประโยชน์ และมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นไม่ต้องเคลียร์ “วันนอร์” ยุบ กอ.รมน.นายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนมาเลเซีย ถึงการเคลียร์ใจกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กรณีเสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจอะไร ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นได้หมด วันนี้ท่านก็ร่วมคณะไปด้วย เราทำงานอย่าไปคิดอะไรมาก ความคิดแตกต่างกันมีได้ ถ้านโยบายของผู้บริหารสูงสุดเป็นอย่างไรก็ตามนั้น เมื่อถามย้ำว่าเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์แล้วหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าไม่ได้คุย เดี๋ยวไปคุยกันบนเครื่อง วันนี้มี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ไปด้วย มีการพูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่นายอนุทินเดินทางมาถึง บน.6 ได้เข้าไปสวมกอดนายวันมูหะมัดนอร์ และระหว่างที่นายกฯยืนให้สัมภาษณ์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้ยืนพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ ใกล้กับจุดที่นายกฯให้สัมภาษณ์ปชน.กระทู้สดไล่บี้คดีฮั้วเลือก สว.ช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณากระทู้ถามสดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถึงความคืบหน้าการ ตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า คดีฮั้ว สว.ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ ฐานฟอกเงินและอั้งยี่ สอบปากคำผู้กล่าวหา 1 ปาก พยาน 753 ปาก มีผู้กล่าวหารวม 8 คน ที่มีรายละเอียดเส้นเงินที่เกี่ยวพันแต่ละกลุ่มว่ามีใครบ้าง รายละเอียดคดีอยู่ในคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มีมติวินิจฉัยความผิด ไม่สามารถเปิดเผยได้ ไม่สามารถชี้แจงก้าวก่ายในสำนวนได้ จากนั้น พล.ต.ท.รุทธพลถือโอกาสชี้แจงรายละเอียดคดีฟอกเงิน Forex ทำให้เวลา 15 นาทีในการชี้แจงของรัฐมนตรีหมดลง จนถูก สส.พรรคประชาชนประท้วง ชี้แจงนอกประเด็นเสียเวลาสภา จากนั้นนายพริษฐ์ได้เปิดคลิป พร้อมตั้งคำถามพฤติกรรมฮั้ว สว.ในจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.นครพนม มีนักการเมืองจ่ายเงินค่าเดินทางค่าตอบแทนให้ผู้สมัคร สว. 7 คน 31,000 บาท ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีอดีตรองประธานสภาฯร่วมประชุม กล้องวงจรปิดโรงแรมบันทึกได้ถึง การสัญญาจะให้เงินผู้สมัครที่โวยวายว่าไม่มีหมายเลขอยู่ในโพย และยังมีอีกหลายแห่ง ทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู สิงห์บุรี นครนายก สุโขทัย สุพรรณบุรี ได้รับข้อมูลว่า ดีเอสไอเกียร์ว่าง เพื่อรอดูการตัดสินของ กกต.ก่อน ยืนยันได้หรือไม่หาก กกต.เป่าคดีฮั้ว สว. จะไม่เอามาเป็นข้ออ้างให้ดีเอสไอเป่าคดีตามสว.น้ำเงินฉะ ปชน.โพสต์เฟกนิวส์วันเดียวกัน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงกรณีพรรคประชาชนโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ สส.รัฐบาลโหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติว่า ถือเป็นเฟกนิวส์หรือไม่ สิ่งที่วุฒิสภาพิจารณาเป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาแล้ว พรรคประชาชนโพสต์ข่าวแบบนี้ บ่งบอกถึงมาตรฐาน ยืนยันการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว.ไม่เป็นความจริง ฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีอยู่แล้วในร่างเดิม เป็นการเยียวยากรณีในอดีต เช่น ปิดหน่วยเลือกตั้ง ฉีกบัตรเลือกตั้ง เป็นช่วงเวลาก่อนจะเลือก สว.ชุดนี้ ตนเป็นคนปรับปรุงถ้อยคำเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนว่า ต้องไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม คุณสมบัติอันเป็นเท็จ สว.ไม่ฉวยโอกาส วันนี้ 138 สว.ยังไม่ถูกชี้มูลความผิด ไม่จำเป็นต้องไปแก้กฎหมายมาช่วยตัวเอง สว.ไม่ยอมรับกับการออกกฎหมายช่วยตัวเอง ไม่ทำแน่นอน และที่ไม่ให้นิรโทษกรรมเยาวชนอายุ 18 ปี ที่ทำผิดมาตรา 112 เพราะกลัวว่านี่คือบรรทัดฐานที่คนบางกลุ่ม บางลัทธิ เอาเรื่องนี้ไปเสี้ยมสอนเยาวชนให้ต่อต้านสถาบันปชน.ไม่วางใจยัดไส้เป่าคดีฮั้ว สว.ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.สันติสุข ถ้าดูบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. จะมี พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แม้จะมีเขียนว่าไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริตเลือกตั้ง และความผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากการชี้แจงที่ชัดเจนว่าตกลงแล้วใครที่จะได้รับการนิรโทษจากกฎหมายนี้ และตามบัญชีแนบท้ายยังคงหาไม่เจอว่ามีคดีใดก่อนหน้านี้ เราจึงตั้งข้อสงสัยว่าในท้ายที่สุดคดีฮั้ว สว.จะถูกเป่าจนกลายเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ แล้วมาใช้ช่องนี้เพื่อนิรโทษกรรมในอนาคต เมื่อถามถึงสาเหตุที่ลบข้อความออกไปทีหลัง น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า เนื่องจากมีความคลุมเครือไม่ชัดเจนอยู่ เลยมีการแก้ไขเอาคำว่าฮั้ว สว.ออก จริงๆแล้วเป็นคำว่า“ฮั้ว สว. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะถูกเป่าจากกรณีนิรโทษกรรมหรือไม่” ยอมรับว่ามีความคลุมเครือ แล้วเราก็พยายามแก้ไข แต่ไม่ใช่เฟกนิวส์แน่นอนซัดพวกอำมหิตตัดอนาคตเยาวชนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เดิมของ สส. ไม่ได้มีการนิรโทษคดี 112 เพียงแต่ให้คณะกรรมการฯเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาทำแผน ประโยชน์ก็เกิดกับเยาวชนคนไทยทุกคน คำถามที่ควรต้องถามดังๆมากกว่าคือ คนที่ออกมาปิดช่องนี้ ตัดอนาคตเยาวชนไทยทุกคน ถือว่าเป็นคนที่อำมหิตมาก ต้องส่งคำถามกลับไปดังๆว่า คุณทำสิ่งนี้เพื่ออะไรมากกว่าป.ป.ช.ฟัน “เกรียง–เมีย” ฮั้วประมูลอีกเรื่อง นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางรจนา กัลป์ตินันท์ ครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี กับพวก กรณีแบ่งจ้างงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร ปี 2549 วงเงิน 43,221,000 บาท เป็นรายโครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคา ไม่ให้แข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม จากการไต่สวนพบว่าเมื่อเดือน ธ.ค.2548-ม.ค.2549 ขณะที่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ดำรงตำแหน่ง สส.อุบลราชธานี และเป็นสามีนางรจนา สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักการช่างออกแบบและประมาณราคาโครงการ เพื่อขอรับงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้ออกแบบถนนแต่ละสายแบ่งเป็นช่วงๆ ประมาณราคาเป็นรายโครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้อยู่ในหลักเกณฑ์จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา โดยนางรจนาลงนามอนุมัติแบบก่อสร้าง แบ่งเป็น 26 โครงการ วงเงิน 43,221,000 บาท เสนอไปยัง สถ. จากนั้นนายเกรียงประสานงานจัดสรรงบประมาณกับ สถ. โดยสั่งการแทรกแซงงานราชการเทศบาลนครอุบลราชธานีเป็นประจำล็อกสเปกให้บริษัทในเครือได้งานนายสุรพงษ์กล่าวว่า ต่อมาเมื่อเทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว นางรจนาจึงลงนามอนุมัติการจัดจ้างใน 7 โครงการ ที่มีแต่บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายเกรียงเป็นผู้ได้รับงาน คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติว่าการกระทำของนางรจนา นายเกรียงมีมูลความ ผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ความผิดตาม พ.ร.บ.เทศบาล นายเกรียงยังมีความผิดเพิ่มเติมฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส่งรายงานสำนวนการไต่สวนไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าวต่อไป“ชัชชาติ” ขยับ “อากง” ปธ.ผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินทางมารับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลัง กกต.ประกาศรับรองผลไปเมื่อวันที่ 7 ก.ค. มีว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.การเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบหนังสือ ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก มีนายณรงค์ เรืองศรี ปลัด กทม. และผู้บริหาร กทม. ให้การต้อนรับ หลังทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย พระพุทธนวราชบพิตร หลวงปู่มงคลประสาท และเจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ และเปิดตัวทีมบริหาร ประกอบด้วย รองผู้ว่าฯ 4 คน ได้แก่ รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ มีนายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เป็นเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง รวม 9 คน โดยสลับนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นประธานที่ปรึกษาฯ แทนนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อดูแลเรื่องยุทธศาสตร์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่