นายกฯโวปิดทางวิ่งเต้นทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น ฟุ้งมี 4 หน่วยงานหลักตรวจสอบไม่มีประนีประนอมหรือวิ่งเต้นแน่ เพราะมีคณะ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบควบคู่ ด้าน กมธ.ป.ป.ช. สภาฯบี้สอบ มศว ก่อนแฉ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา รับกลางที่ประชุม ฝั่งผู้ว่าจ้าง (สถ.) แทรกแซงผลสอบจริง แต่อุบติดต่อประสานกับใคร อ้างให้รายละเอียด ป.ป.ช.แล้วซ้ำยอมรับ ประทับตรารับรองชื่อผู้สอบได้จาก สถ. โดยไม่ได้ตรวจและส่งคืน สถ.ไปประกาศผล สัปดาห์หน้าเรียกอธิบดี สถ.พ่วงขอเอกสาร 30 รายการ จาก มศว เพิ่มเติมกรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 68 พบเป็นขบวนการใหญ่ ล่าสุด ป.ป.ช. มีมติรับคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษแล้ว พบผู้เกี่ยวข้องกว่า 6 พันคน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง คนแก้กระดาษคำตอบ คนเรียกรับเงิน ผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง ไปถึงลิ่วล้อ ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ใหญ่สุดเป็นระดับอธิบดี สถ. 2 คน ด้านชุดสืบสวน ป.ป.ช. ประสานกองปราบปราม บุกค้นห้อง “มนัส สุวรรณรินทร์” รองผู้ว่าฯโคราช อดีตผู้ตรวจราชการ สถ. คนร่างทีโออาร์การสอบครั้งนี้ ไม่พบหลักฐาน พบเพียงเงิน 2 แสนบาทในตู้เซฟ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วความคืบหน้าในการลุยล้างทุจริตแก้ไขคะแนนสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นที่มีเงินสะพัดสูงถึง 4.5 พันล้านบาท เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ตอนนี้มี 4 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงชัดเจนแล้ว กระทรวงมหาดไทยก็เรียกผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อรูปคดีให้พ้นจากการทำหน้าที่ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้รัดกุม รวมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สามารถครอบคลุมเนื้องานนอกกระทรวงมหาดไทยได้ เพราะจากรายงานไม่ใช่เฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย แต่มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเอเย่นต์และนายหน้า เมื่อสักครู่เพิ่งคุยกับนายปกรณ์ รายงานว่า ผบ.ตร. จะสืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิด วันนี้ต้องถือว่าแข่งกันทำงาน ไม่มีทางวิ่ง ไม่มีทางประนีประนอมได้ พูดง่ายๆ อำนาจทั้งหมดไม่สามารถมาก้าวก่าย ก้าวล่วง ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก ตามกฎหมายต่อมาเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทน ราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว, ผู้แทนประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1.มศว และสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด คือกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบกว่า 400,000 คน แฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูลที่เก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคง จ.สมุทรปราการ ส่งมอบ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเป็นที่เรียบร้อย ผอ.สำนักทดสอบฯยืนยันต่อที่ประชุม กมธ.ว่า เอกสารกระดาษคำตอบและข้อมูลดิจิทัลในแฟลชไดรฟ์เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่อยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลแต่อย่างใดนายอาสพลธ์กล่าวถึงสาระสำคัญในการประชุมต่อว่า 2.อธิการบดี มศว และ ผอ.สำนักทดสอบฯ ยืนยันข้อเท็จจริงตรงกัน ในการจัดสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น อธิการบดีมอบอำนาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการจ้างเหมาฯของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หรือการลงนามในสัญญา อธิการบดีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการปฏิบัติงาน เพราะได้มอบอำนาจไปแล้วอย่างเบ็ดเสร็จนายอาสพลธ์กล่าวต่อว่า 3.สำนักทดสอบฯ ว่าจ้างช่วงบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอีกทอด วงเงิน 30 ล้านบาท จัดพิมพ์กระดาษคำตอบ ตรวจข้อสอบ และจัดหาเครื่องมือที่ใช้ตรวจข้อสอบ สำหรับศูนย์สอบทั้ง 100 แห่งทั่วประเทศ ผอ.สำนักทดสอบฯชี้แจงว่า การจ้างช่วงกรณีนี้ แจ้งให้ผู้ว่าจ้างคือ สถ. รับทราบ ถูกต้องครบถ้วนแล้ว 4.กรณีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแทรกแซงการพิจารณาผลการสอบแข่งขันโดยบุคคลภายนอก ผอ.สำนักทดสอบฯชี้แจงว่า บุคคลที่แทรกแซง คือฝั่งผู้ว่าจ้าง หรือ สถ. เมื่อซักถามรายละเอียดว่าผู้ว่าจ้างติดต่อประสานกับบุคคลใดในมหาวิทยาลัย หรือในสำนักทดสอบฯ ผอ.สำนักทดสอบฯปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ให้เหตุผลว่าได้ให้ปากคำในรายละเอียดทั้งหมดแก่ ป.ป.ช.ไปแล้ว 5.ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มศว ให้ข้อมูลว่าการพิจารณาสอบข้อเท็จจริงภายในของมหาวิทยาลัยกรณีนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวต่อว่า กมธ.ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลสำรอง พบว่าไม่ได้มีการระบุไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) ตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ประธานคณะ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาฯที่เข้าร่วมรับฟัง ตั้งประเด็นซักถามว่าข้อมูลที่ได้รับฟังจาก มศว ครั้งนี้ มีบางส่วนที่ขัดแย้งและไม่ตรงกับข้อมูลที่ สถ.เคยชี้แจงต่อ กมธ.การกระจายอำนาจฯ และยังมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกในกระบวนการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ที่พบว่ามีแฟลชไดรฟ์บันทึกข้อมูล 2 ชุด ชุดหนึ่งอยู่ในความดูแลของป.ป.ช. อีกชุดอยู่ที่ สถ. ซึ่ง สถ.ส่งแฟลชไดรฟ์ชุดดังกล่าวกลับมายังสำนักทดสอบฯให้มหาวิทยาลัยประทับตรารับรองรายชื่อผู้สอบผ่าน ผอ.สำนักทดสอบฯ ยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อผู้สอบผ่าน และแม้ว่าขั้นตอนดังกล่าวจะไม่ได้ระบุไว้ใน TOR แต่ ผอ.สำนักทดสอบฯก็ได้ประทับตรารับรองและส่งไฟล์ข้อมูลแฟลชไดรฟ์นั้นคืนให้แก่ สถ. เพื่อนำไปประกาศผลต่อไปนายอาสพลธ์กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่ประชุม กมธ. มีมติให้เชิญอธิบดี สถ. ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งมีมติเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมจากอธิการบดี มศว จำนวน 30 รายการ รวมถึงเอกสารขอบเขตของงานตามสัญญาจ้างระหว่างมหาวิทยาลัยกับ สถ. เอกสารการอนุมัติงบประมาณและการเบิกจ่ายและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบการดำเนินงานทั้งหมดอีกด้านหนึ่ง ที่ ตร. เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ท., ปปง., ก.พ. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น หลังประชุม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เผยว่า เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีใน 30 วัน คณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้างผบช.ก.กล่าวต่อว่า การตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน จะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น น.ส.ส้ม และนายกฤษ นายกเทศมนตรีตำบลควนรัง จ.สงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ยังไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่จะเชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลประกอบการตรวจสอบ ย้ำว่าคณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ตามกฎหมาย หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน จำเป็นสามารถขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้ แต่เชื่อมั่นว่าคณะทำงานจะสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปผลได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้ เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปราม ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง ยืนยันว่าการตั้งคณะทำงานที่มีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่ใช่การฟอกขาวหรือช่วยเหลือบุคคลใด แต่มีเป้าหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคตอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่