“บิ๊กราญ” นำทีมสืบนครบาลบูรณาการฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติ การถอดเกล็ดมังกรลุยค้น 42 จุด กวาดล้างพ่อไทย (ทิพย์) แก๊งทำสูติบัตรเถื่อนให้ลูกมาเฟียจีนที่ถูกจับคดีฟอกเงิน 7 หมื่นล้าน เริ่มจากตำรวจขยายผลพบเส้นเงินไปยังเมียจีนที่มีลูกด้วยกัน 3 คน แต่เมื่อสอบลึกไปพบเด็กทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย ขยายผลต่อเนื่อง พบ จนท.โรงพยาบาลร่วมมือ จนท.เขตจัดหาชายไทยรับสมอ้างเป็นพ่อ รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าวแลกสัญชาติไทยเพื่อให้ได้สิทธิต่างๆในประเทศ ตะลึงทำกันมา 13 ปี มีเด็ก 2 สัญชาติไทย-จีน นับพันคน อึ้ง 1 ในพ่อทิพย์ มี กก.ถือหุ้น บ. ไชน่าเรลเวย์ บ.นอมินีคดีตึกถล่ม โร่มอบตัวด้วยปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกรครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ก.ค. พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาล และนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง, DOPA N.I.C.E ป.ป.ท. ปปง. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” พ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าวร่วมกับจนท.โรงพยาบาล และ จนท.เขต ใช้คนไทย (ทิพย์) เปิดทางปั้นเด็กต่างด้าวที่เกิดมาให้ได้สัญชาติโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทย ก่อเกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้านทั้งทางด้านสังคม การศึกษา การครอบครองสังหาและอสังหาริมทรัพย์ กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาลได้ออกหมาย 40 หมายจับและ 42 หมายค้นจุดสำคัญเข้าค้นบ้านเลขที่ 117/193 หมู่บ้านเดอะแกรนด์ พระราม 2 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร จับกุมชายหญิงชาวจีน 2 สามีภรรยา และนายวิโรจน์ ทรัพย์ทวีพรรณ คนพื้นที่สูง พ่อทิพย์ที่ลงชื่อเป็นพ่อเด็กที่เกิดจากคนจีนทั้ง 2 คนเพื่อให้ได้สัญชาติไทย และจับกุม น.ส.สุนีย์ สถิตมโนธรรม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี น.ส.ศิริพร นิตทีม เจ้าหน้าที่เขตธนบุรี และพ่อไทยทิพย์ 17 ราย และแม่ต่างด้าว 16 รายพล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ตำรวจจับกุมนายเฉิน ยินไล ชาวจีน กระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย.67 สืบสวนขยายผลพบมีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยัง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีน มีบุตรด้วยกัน 3 คน เด็กทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย สืบสวนเชิงลึกพบมีการจ้างวานชายชาวไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.เป้าเจียว เฉิน เพื่อให้มาเป็นบิดาของบุตร การทำคลอดและแจ้งการเกิด มีการซื้อแพ็กเกจโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตอำนวยความสะดวกช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากการตรวจสอบพบ น.ส.สุนีย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีนเพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี มีค่าใช้จ่ายเป็นแพ็กเกจครั้งละ 99,999 บาท มีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ 20,000 บาท ทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด ใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000-15,000 บาท มี น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ จะได้เงินประมาณ 20,000 บาท จากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้น 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไปพล.ต.อ.สำราญกล่าวต่อว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง เพื่อต้องการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ ขณะนี้กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนจีนเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง และจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการทางทะเบียนที่เป็นเท็จเพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเคร่งครัดจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.8 มี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ร่วมสอบปากคำระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมการปกครองกล่าวกับ น.ส.ศิริพรว่า เอกสารใบรับรองการเกิดโรงพยาบาลมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเกิด แต่ใบรับแจ้งการเกิดสำนักงานเขตจะเป็นผู้ออก น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯได้ชี้แจงอ้างว่า จะให้เอกสารไปกับโรงพยาบาลแต่ละครั้งเป็นเล่ม เป็นแพ็กเป็นรีม ให้เข้าควบคู่ไปทั้ง 2 ใบ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ และ รพ.เอกชนจะมาใช้การเบิก แบบฟอร์มนี้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 47 แล้ว ที่ผ่านมาตรวจเอกสารของคนที่มาจดแจ้งการเกิดทุกครั้ง ยอมรับว่าคนเป็นพ่อไม่ได้มาแสดงตัวเพื่อจดแจ้งเกิดด้วยตนเอง แต่มีบางเคสก็มาด้วยตนเอง ขณะที่ น.ส.สุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาล เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว ส่วนนายวิโรจน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามต่อมาเวลา 16.00 น. นายประจวบ ศิริเขตร กรรมการผู้ถือหุ้นบริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) เป็นบริษัทนอมินีคดีตึก สตง.ถล่ม ผู้ต้องหาพ่อทิพย์อีกราย ได้เข้ามอบตัวที่ สน.บางยี่เรือ ซึ่งเซ็นรับรองบุตรที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี นอกจากนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าเด็กที่ได้ 2 สัญชาติทั้งไทยและจีนอายุสูงสุด 13 ปี ทำแล้วกว่า 1 พันคน จะได้เพิกถอนสัญชาติต่อไปขณะเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงว่า ปฏิบัติการครั้งนแบ่งการดำเนินการออกเป็น 5 กลุ่ม คือ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย ได้จับกุมเรียบร้อย เจ้าพนักงานกองทุนพยาบาล 1 ราย จับกุมแล้ว ขณะที่บุคคลต่างด้าวหรือชาวต่างชาติ วันนี้ขอหมายจับ 16 ราย บิดาที่รับเป็นพ่อทิพย์ ขอหมายจับ 17ราย บิดาที่เป็นพ่อคนจีนในข้อหาสนับสนุนทางการจ้างจังหวัดต่างๆ จับกุมมาแล้วทั้งหมด 15 ราย กรณีที่น่าสนใจคือนายประจวบ ชายไทยที่ถือหุ้นบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) เขาให้การปฏิเสธ จึงมีการตรวจดีเอ็นเอ และทราบว่าไม่ใช่พ่อ และไปมอบตัวที่ สน.บางยี่เรือ ย้ำว่าพ่อทิพย์จะรู้หรือไม่รู้ ก็ค่อยไปชี้แจง แต่การลงลายมือชื่อว่าเป็นพ่อ ก็มีความผิด และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่