“ปลัด สธ.” นำทีมแถลงมติ อ.ก.พ.สธ.ปลด “หมอสุภัทร” ออกจากราชการ ระบุผิดวินัยร้ายแรงแบ่งจัดซื้อ ATK ฝ่าฝืนระเบียบ ก.คลัง-พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ไม่รีบรายงานขอไฟเขียวหน.หน่วยงาน โยนรองปลัด สธ.ฝ่ายกฎหมายเซ็นคำสั่ง อ้อมแอ้มรอ ก.พ.ชุดใหญ่ชี้ขาด “2 อธิบดี” ยัน อ.ก.พ.ทำหน้าที่โดยสุจริตถูกต้อง ไร้ใบสั่ง“ชัยธวัช” โต้ สธ.หมกเม็ดคณะทำงานกลั่นกรองฯ ชงสอบเพิ่ม 2 ปมสำคัญ ขู่เซ็นคำสั่งไม่เป็นธรรมดำเนินคดีถึงที่สุด “เท้ง” หวังเพิ่มคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ใน กทม. “ยศชนัน” ทัวร์นครศรีธรรมราชบ้านเกิดพ่อ อ้อนสายเลือดสะตอขอแรงหนุนเป็นนายกฯของคนปักษ์ใต้ “สมชาย” ฝากเลือดเนื้อเชื้อไขคนคอนขึ้นเป็นนายกฯคนที่ 33 “ผู้ว่าการ ธปท.” จ่อชง ปปง.-กกต.สอบถอนเงินน่าสงสัย 250 ล้าน กับ 200ล้านบาท โยงเลือกตั้งพิรุธเบิกเฉพาะแบงก์ร้อย ประธาน กกต.กำชับม้าเร็วหาข่าวเข้มสกัดซื้อเสียงนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำทีมแถลงชี้แจงมติอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ปลดนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการ กรณีการจัดซื้อ ATK ระบุกระทำผิดวินัยร้ายแรง แบ่งจัดซื้อฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งหรือมีใบสั่งปลัด สธ.แจงมติ “สุภัทร” ผิดวินัยร้ายแรงเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ม.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวกรณี อ.ก.พ.สธ.มีมติที่เกี่ยวข้องกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครสส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า เนื่องจากข่าวที่เผยแพร่ส่งผลกระทบต่อสธ. จึงจำเป็นต้องแถลงการณ์ดำเนินงานที่กระทรวงทำ แต่จะไม่เปิดเผยเนื้อหาการประชุม แต่ผลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่สอบสวนก่อนหน้านี้เปิดเผยได้ เป็นข้อมูลนำเข้าการประชุม อ.ก.พ.สธ.ได้แก่ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงฯ ที่ระบุว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรงกรณี นพ.สุภัทร ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ จัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ละครั้งวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท 5 ครั้งแบ่งซื้อ ATK ขัดระเบียบคลัง–พ.ร.บ.จัดซื้อ“อันเป็นการแบ่งซื้อ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เป็นการปฏิบัติราชการเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่นและทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง สั่งซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ เมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และผลการสอบของคณะกรรมการวินัยฯ สรุปว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง เสนอลงโทษให้ปลดออกจากราชการ” นพ.สมฤกษ์กล่าวไม่รีบรายงาน หน.โยนรองปลัดเซ็นคำสั่งผู้สื่อข่าวว่า สังคมตั้งคำถามว่า นพ.สุภัทรจะผิดได้อย่างไร ในเมื่อการจัดซื้อเป็นไปตาม ว.115 ช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินคือโควิดระบาด นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า ว.115 กรมบัญชีกลางออกมาเพื่อให้รับมือสถานการณ์วิกฤติ ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องขออนุมัติก่อน แต่เมื่อนำมาใช้แล้วต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ส่วน นพ.สุภัทรรายงานผู้บังคับบัญชาช้าหรือไม่ ยังไม่ขอลงรายละเอียด เรื่องราคา ATK ไม่ได้เป็นประเด็นที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยเสนอมาแต่มีในสำนวน สำหรับการลงนามในคำสั่งตามมติ อ.ก.พ.สธ. อยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารหลักฐานให้ชัดเจน มอบหมายให้ นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัด สธ.ดูแลด้านกฎหมายเป็นผู้ลงนาม ตนก็ไม่ได้เร่งรัดและอาจมีประเด็นเพราะอยู่ในช่วงสมัครเลือกตั้ง แต่ในทางราชการ มีหน้าที่ทำตามกฎหมายอ้อมแอ้มรอมติ ก.พ.ชุดใหญ่ชี้ขาดนพ.สมฤกษ์กล่าวว่า ยอมรับว่ามีกังวล แต่เมื่อมีมติต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย หากยืดเวลาออกไปจะมีเรื่องมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเมื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุม ก.พ.ใหญ่แล้ว ก.พ.มีความเห็นอย่างไร อ.ก.พ.สธ.พร้อมรับข้อคิดเห็นของ ก.พ.ใหญ่ เมื่อถามว่า นพ.สุภัทรระบุว่ามติ อ.ก.พ.สธ.อาจเป็นโมฆะ ต้องรอมติจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนชุดใหญ่ เพราะ 1 ในกรรมการอ.ก.พ.สธ.จะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมใหญ่ ก.พ. นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบว่าตามมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ระบุว่า ก.พ.มีมติเช่นไร กระทรวงต้องดำเนินการตามมติ ก.พ.ยันทำตามหน้าที่ถูกต้องสุจริตไร้ใบสั่งขณะที่ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในฐานะ อ.ก.พ.สธ. พิจารณาตามกฎระเบียบวินัยทางกฎหมายอย่างรอบคอบ เดินหน้าไปตามที่เห็นว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดของสังคม ก็ทำงานอย่างมั่นใจความถูกต้องจริงๆ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ไม่มีใบสั่ง หรือคำสั่งจากใคร ข้าราชการประจำมีหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีคณะกรรมการมากกว่า 1 ชุด ดำเนินการมากว่า 2 ปีเศษ ยืนยันว่าเป็นขั้นตอนตามระบบราชการปกติ ไม่มีการกลั่นแกล้ง เราทำโดยสุจริตปชน.ฉะ สธ.ซุกชุดกลั่นกรองให้สอบเพิ่มต่อมาเวลา 12.00 น. ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลและ ผอ.อาวุโสคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. แถลงข่าวกรณีมติ อ.ก.พ.สธ. 4 ต่อ 3 เสียง ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรค ปชน. เมื่อครั้งเป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ออกจากราชการ ว่า เรื่องนี้กระทบต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อเช้าวันที่ 28 ม.ค. สธ.แถลงว่า การมีมติของ อ.ก.พ.ที่ปลด นพ.สุภัทรออกจากราชการ เป็นไปตามกระบวนการที่ชอบแล้วทุกประการ พรรค ปชน.เห็นว่าเป็นการแถลงข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญไม่ครบถ้วน เพราะไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนว่าคณะกรรมการกลั่นกรองฯได้เสนออะไรต่อ อ.ก.พ.ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ทราบข้อเท็จจริงมาว่าการประชุม อ.ก.พ.เมื่อ 22 ม.ค. มีการแจ้งข้อเสนอของคณะทำงานกลั่นกรองต่อ อ.ก.พ. ว่าข้อเท็จจริงที่ได้สอบสวนยังไม่ชัดเจนเพียงพอจะพิจารณาความผิดวินัยร้ายแรง คณะทำงานกลั่นกรองฯจึงเห็นควรให้สอบสวนเพิ่มเติม ดังนี้ 1.การจัดซื้อ ATK อันมีลักษณะแบ่งซื้อ ทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรงอย่างไร และบริษัทผู้ขายได้ประโยชน์จากทางราชการอย่างไร 2.จากการสอบสวนไม่พบข้อเท็จจริงว่ามีการเทียบเคียงข้อมูลการจัดซื้อของหน่วยงานอื่นหรือไม่ รวมถึงข้อมูลบริษัทผู้ขาย ATK ว่าได้จำหน่ายให้หน่วยงานใดบ้างหรือไม่ จึงขอให้หาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาการลงโทษวินัยร้ายแรงต่อไปว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ปลัด สธ.ลงนามมิชอบดำเนินคดีถึงที่สุดนายชัยธวัชกล่าวว่า นี่เป็นประเด็นสำคัญที่เช้าวันที่ 28 ม.ค. สธ.พูดข้อเท็จจริงไม่หมด ทำให้ปรากฏว่า อ.ก.พ.เสียงส่วนใหญ่นำโดย รมว.สาธารณสุข กลับไม่ได้สนใจพิจารณาให้สอบสวนเพิ่มเติมใน 2 เรื่องดังกล่าว ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร พรรค ปชน.จึงมีความเห็นว่าหากปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนามปลด นพ.สุภัทรโดยไม่ชอบธรรม พรรค ปชน.จะดำเนินการทางกฎหมายทุกช่องทางเพื่อปกป้องสิทธิประชาชน จ.สงขลา เขต 2 ในการเลือก สส.ที่ตัวเองต้องการ และปกป้องหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการ และจะดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจมิชอบอย่างถึงที่สุดด้วย“เท้ง” ขอปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มใน กทม.เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ตลาดรวมทรัพย์ อโศกมนตรี กทม. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนายภัณฑิล น่วมเจิม ผู้สมัคร สส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงอย่างคึกคัก พนักงานออฟฟิศและนักศึกษาแห่ให้กําลังใจ ขอเซลฟี่ถ่ายรูปตลอดทางนายณัฐพงษ์กล่าวว่า เสียงตอบรับดี มาขอเสียงชาวกรุงเทพฯจุดเริ่มต้นปักธงส้มเลือกตั้งปี 66 ได้ถึง 32 เขต ครั้งนี้มั่นใจจะได้เก้าอี้ สส.กทม.ครบทั้ง 33 เขตแน่นอน สส.บัญชีรายชื่อก็สําคัญ ครั้งที่แล้วชาว กทม.เลือกพรรคก้าวไกล 49% ครั้งนี้ตั้งเป้าเพิ่ม 400,000 คะแนนให้ถึง 60% ให้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มอีก 1 เขต นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงมติปลด นพ.สุภัทรออกจากราชการว่า นพ.สุภัทรยังคงมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.ครบถ้วนทุกประการ ประชาชนไม่ต้องกังวลใจ พรรคจะต่อสู้ให้เต็มที่ที่สุด ค่อนข้างเห็นได้ชัดว่ากลั่นแกล้งทางการเมือง แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมองว่าสิ่งที่ทีมแพทย์ชนบททำตอนนั้นถูกต้อง อยากให้ประชาชนยืนข้างสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยกันเลือกให้ นพ.สุภัทรเข้าสู่สภาฯและส่งพรรค ปชน.เข้าไปเป็นรัฐบาลไล่ “หนู” ส่องรอบตัวพันซื้อตึกแพงลิ่วเมื่อถามถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ บอกคุยกับ รมว.แรงงาน ยืนยันว่าประกันสังคมไม่ได้ทําอะไรผิดทำถูกตามระเบียบทุกอย่าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้นายกฯลองสํารวจรอบๆ ภายในพรรคตัวเองว่ามีบุคคลในพรรคที่อาจเคย เกี่ยวข้อง เช่น เคยเป็นเจ้าของตึกหรือเกี่ยวข้องกับการทําธุรกิจที่กองทุนประกันสังคมซื้อตึก SKYY9 หรือไม่ ตอนนี้ผลสอบออกมาแล้วว่าน่าสงสัย มีการเร่งรัดและซื้อตึก SKYY9 ราคาแพงเกินจริง ตอนนี้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมซื้อตึก ล้วนอยู่ในพรรคนายกฯ จะตรวจสอบตัวเองคงไม่ผิดปกติอะไรจ่อปล่อยคาราวานรถแห่ส้ม 30 ม.ค.ทีมประชาสัมพันธ์ พรรค ปชน.แจ้งสื่อมวลชนว่า พรรค ปชน.เตรียมเปิดแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้ายปล่อยคาราวานรถแห่หาเสียงเลือกตั้ง 2569 ภายใต้ธีม “เลือกอนาคต” ปักธงส้มทุกจังหวัดไทย จัดเต็ม 8 สายรถแห่เดินทางไปหาถึงบ้าน ทั้ง 77 จังหวัด ออกเดินทางทุกสายพร้อมกันวันที่ 30 ม.ค. แบ่งเป็นสายเหนือฝั่งซ้าย “เพลิงพระนาง” เริ่มต้นที่ จ.พิจิตร จบที่ จ.เชียงใหม่ สายเหนือฝั่งขวา “กลิ่นกาสะลอง” เริ่มต้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จบที่ จ.เชียงใหม่ สายอีสานริมโขง “นายฮ้อยทมิฬ” เริ่มต้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จบที่ จ.ขอนแก่น สายอีสานใต้ “คมแฝก” เริ่มต้นที่ จ.ชัยภูมิ จบที่ จ.ขอนแก่น สายภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” เริ่มต้นที่ จ.อุทัยธานี จบที่ จ.นนทบุรี สายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” เริ่มต้นที่ จ.ปทุมธานี จบที่ จ.สมุทรปราการ สายใต้บน คือ “ฝนใต้” เริ่มต้นที่จ.เพชรบุรี จบที่ จ.สงขลา และสายใต้ล่าง “บินหลาดง” เริ่มต้นที่ จ.ภูเก็ต จบที่จ.สงขลา“พิธา” อ้อนคนสมุทรสาครกาส้ม 2 ใบที่ศาลหลักเมือง จ.สมุทรสงคราม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. พร้อมด้วยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ผู้สมัคร สส.สมุทรสงคราม พรรค ปชน.หาเสียง ทันทีที่นายพิธามาถึงประชาชนแห่เข้ามาขอถ่ายรูป มอบพวงมาลัยขนมไข่และมอบส้มโอให้ จากนั้นนายพิธาปราศรัยตอกย้ำปัญหาการก่อสร้างถนนพระราม 2 ว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.อยู่ต่างประเทศเห็นข่าวเครนถล่ม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่เส้นพระราม 2 อีกครั้ง หลังเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ มี.ค.68 และเดือน พ.ย.67 หลังเราเจอกันเกิดอุบัติเหตุมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง มีอดีตรัฐมนตรีคมนาคมหลายพรรค คนเดิมๆหน้าเดิมๆ เลยต้องการจะมาพบปะพ่อแม่พี่น้อง แล้วฝากให้ สส.อานุภาพ คราวที่แล้วได้มา 50,000 กว่าคะแนน คราวนี้ได้เบอร์ 5 อีกให้เขาเป็นสมัยที่ 2 ผู้สมัครคนนี้มีสอ 5 คือ 1.เซฟตี้ 2.เศรษฐกิจ 3.สุขภาพ 4.สวัสดิการ 5.สิ่งแวดล้อม ขอให้ชาวสมุทรสงครามกาคะแนนให้พรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ และการเห็นชอบประชามติการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่“พิธา” ลั่นฝั่งธนฯรักษาแชมป์ 10 เขตช่วงเย็น ที่สวนเพชรกาญจนารมย์ หน้าเดอะมอลล์ บางแค พรรค ปชน.จัดเวทีปราศรัยหาเสียง “ฝั่งธน ไม่ทน! ธนเอาจริง” มีผู้สมัคร สส.กทม.ฝั่งธนบุรี พรรค ปชน.ทั้ง 10 เขต พร้อมแกนนำพรรค ปชน.เข้าร่วมปราศรัย คึกคัก อาทิ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ปราศรัยว่า พอกันทีกับคำที่ว่า นั่งได้ทุกกระทรวง เก่งได้ทุกเรื่อง เราไม่เอา สีน้ำเงินพูดแล้วทำ เซ็นเอ็มโอเอกับกูยังไม่ทำเลยต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ขึ้นปราศรัยว่า มาพบปะพี่น้องชาวธนบุรี เพราะเราจำเป็นต้องรักษาแชมป์ทั้ง 10 คน 10 เขต พี่น้องต้องออกไปใช้สิทธิใช้เสียงวันที่ 8 ก.พ. ให้ถล่มทลาย ขอให้กาหมายเลข 46 ส่งหัวหน้าพรรค ปชน.เข้าทำเนียบฯ วันนี้จะมาขอให้ปฏิญญาธนบุรี ส่งการบ้านมาให้อดีตหัวหน้าดู คน 10 เขตจะทำอะไร 10 เรื่องให้ประชาชนได้ จึงขอ 4 เรื่องที่ทำแล้ว 6 เรื่องที่จะทำต่อ จะได้รับความไว้วางใจกลับเข้าสภาฯ 4 เรื่องที่ทำไปแล้วแม้เป็นฝ่ายค้าน มี พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พ.ร.บ.อำนาจเรียกของ กมธ. พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน และจัดสรรงบฯที่อยู่อาศัยให้ผู้สูงอายุในบางแค ส่วน 6 เรื่องต้องทำต่อคือ พ.ร.บ.กทม. กระจายอำนาจ แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด นำประกันสังคมออกจากราชการสิทธิบัตรทองและเรื่องวัฒนธรรม นี่คือ 10 คน 10 เขต 10 เรื่อง จากนั้นนายพิธาร่วมถ่ายภาพกับประชาชนทำทะเลดาวเหมือนกับทุกเวที“ธนาธร” ปลุกจงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคตส่วนที่ตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ลงพื้นที่ช่วยนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรค ปชน.หาเสียง มีแม่ค้ารายหนึ่งกวักมือเรียกให้เข้าไปหาบอกว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ทรงดีน่าเอาไปเป็นฝ่ายค้าน นายธนาธรรีบตอบทันทีว่า ไม่ได้ รอบนี้ต้องเป็นรัฐบาลแล้ว แม่ค้าจึงตอบรับว่า ก็จริง ให้เอาคนใหม่ขึ้นมาดีกว่า ไม่งั้นจะอยู่แบบเดิมๆ ระหว่างทางนายธนาธรเจอขบวนหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯพรรค ภท. ทั้งคู่จับมือทักทายก่อนแเยกย้ายไปหาเสียงนายธนาธรกล่าวว่า ย้ำว่าเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มีเสียง สว.ร่วมโหวตนายกฯแล้ว อำนาจกำหนดอนาคตประเทศไทยอยู่ที่ประชาชน ชั่วโมงนี้ไม่ใช่เวลากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต กำลังผุพังล่มสลาย ยาเสพติดแพร่ระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง การศึกษาตกต่ำทุกวัน ช่องว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้นทุกที เราแข่งขันสู้กับโลกไม่ได้ เพื่อนบ้านโตเอาโตเอา เราเคยฝันเป็นเสือแห่งเอเชีย แต่วันนี้เป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์ การฟอกเงิน เลือกพวกเราให้ท่วมท้น ตั้งรัฐบาลแล้ว ไม่มีกลไกอะไรมาหยุดยั้งขัดขวางเราได้ สิ่งที่เราจะสัญญา เราจะไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ภาษีประชาชนจะถูกนำไปใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคน“อนุทิน” ลุยกรุงเก่าวัยโจ๋ขอลายเซ็นขณะที่คณะของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค ภท. ที่มาหาเสียงช่วยนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.พระนครศรี อยุธยา เขต 1 หลังกราบสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาด เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน มีแม่ค้าบอก “เลือกอยู่แล้วตั้งแต่นายไชยชนก ประกาศไม่เอากาสิโน” ต่อมานายอนุทินไปต่อที่ตลาดหัวรอ ต.หัวรอ ชาวบ้านชมตัวจริงหล่อกว่าในทีวี และมีเด็กวัยรุ่นนำภาพนายอนุทินมาขอลายเซ็น แวะร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวานก่อนขึ้นรถสามล้อแห่หาเสียงขอคะแนน ไปหาเสียงที่อยุธยาซิตี้พาร์คภท.ไร้ข้อจำกัด ไม่พูดเอา–ไม่เอาใครนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า หาเสียงเจอกับนายธนาธร ทักทายกันดี สื่อก็เห็น นายธนาธรบอกพี่ไปทางนี้ ผมไปทางนี้ลำโพงจะได้ไม่ตีกัน ส่วนการทำงานการเมืองต่างคนต่างมีแนวทางกันไป จะให้เดินสวนกัน ไม่ทักกัน แยกเขี้ยวใส่กัน มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่สไตล์ตน เมื่อถามว่าวันนี้จับมือกันแล้ว อนาคตจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “อดีตก็จับมือกันมาแล้ว ถามอะไรล่ะ ส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราต่างมุ่งมั่นตั้งใจ ต่างรักชาติ รักประชาชน อยากทำงานให้ประเทศเจริญ เป้าหมายเดียวกัน พรรค ภท.ไม่เคยมีข้อจำกัดใดๆ เราไม่วิพากษ์วิจารณ์ เวลาหาเสียงเราไม่พูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่ากัน ทุกคนหวังดีกับประชาชนหมด เราทำในหน้าที่เราให้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปเดินตามแนวทางพรรคอื่นพรรคไหนที่ประกาศจะเอาหรือไม่เอาพรรคไหน พรรคอื่นอาจมีข้อจำกัดเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องอดีต พฤติกรรมแต่ละพรรคที่อาจมีปัญหากันมาก่อน พรรค ภท.ไม่เคยมีปัญหากับพรรคไหน” เมื่อถามว่าแสดงว่าเป็นมิตรกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เชิงเป็นมิตร แต่เป็นมิตรกับประชาชนและหวังดีกับประเทศน้ำเงิน–ส้มสูสีแค่โพลรอของจริง 8 ก.พ.เมื่อถามว่าการลงพื้นที่หาเสียงเกือบทุกภาคมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า มันไม่มีคำว่ามั่นใจหรอก มีแต่คำว่าทุกเขต โดยเฉพาะเขตเป้าหมายพรรค ทุกคนทำหน้าที่ เดินขอคะแนนประชาชน ขายนโยบายเต็มที่ ไม่มีวันหยุด พื้นที่ กทม.เราลงพื้นที่หนักเหมือนกัน นโยบายที่พรรคนำเสนอไว้ ไม่ใช่ต้องมานำเสนอใหม่อะไรมากมาย ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเราได้ทำพื้นฐานไว้ระดับหนึ่งแล้ว มีบุคลากรเฉพาะด้าน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มี 4 ภัย ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ภัยสังคม และภัยยาเสพติด วางตัวคนที่ไปทำงานด้านเหล่านี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า คะแนนพรรค ภท.และพรรค ปชน.สูสีกันหายใจรดต้นคอ นายอนุทินกล่าวว่า อันนั้นมันคะแนนโพล ของจริงวันที่ 8 ก.พ. ส่วนกระแสข่าวการซื้อเสียงหนักในภาคใต้ ไม่ได้ยินอะไร รายงานข่าวถอนเงินสดผิดปกติช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมายังไม่ได้รับรายงาน การดำเนินการทางธุรกรรมใดๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ควบคุมอยู่แล้ว ธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง.ก็ดูแล มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาทั้งยึดทรัพย์ ติดตามเส้นเงินผู้กระทำความผิดไม่มีว่างเว้นลุยปทุมช่วยลูก “นายกฯชาญ” หาเสียงต่อมาเวลา 13.00 น. นายอนุทินไปที่วัดศาลเจ้า ริมน้ำ จ.ปทุมธานี ช่วยหาเสียงให้ น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 2 พรรค ภท. บุตรสาวนายชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี เดิมนายชาญอยู่พรรค พท.โดยนายชาญและนายกฤษดา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ มารอต้อนรับ แต่นายกฤษดาขอแยกตัวกลับก่อน นายอนุทินจึงเข้าสักการะศาลเจ้าเซียนแปะโรงสี ผู้ดูแลศาลเจ้ามอบสิงโตกวักสีทองและผ้ายันต์ 3 ตา ผ้ายันต์ฟ้าประทานพร ส้มมงคลให้ นายอนุทินบอกว่า เป็นลูกศิษย์ท่านอยู่แล้ว ตั้งใจขอพรให้บ้านเมืองมีความสุข ความเจริญ สงบสุข มั่นคง ประชาชนอยู่ดีมีสุข คิดดี ทำดี ขอผู้สมัคร สส.ยกจังหวัดด้วย มีประชาชนเดินมาบอก “รักลุงตู่ แล้วก็รักท่านเหมือนกัน” ขณะที่นอกศาลเจ้ามีผู้ชายคนหนึ่งถือม็อกอัพเลข 9 พรรค พท.เดินเข้ามาท่ามกลางกองเชียร์พรรค ภท.ระบุเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ไม่มีใครจ้างมา ไม่ได้มาป่วน ต้องการให้นายชาญเห็นว่าประชาชนเลือกพรรค พท.แล้ว สุดท้ายทรยศประชาชนส่งลูกสาวมาลงพรรค ภท. ถ้าตนเป็นนายกฯไม่เอาคนแบบนี้ลงปัดไม่มีปัญหานายกเบี้ยวงอนจากนั้นนายอนุทินไปนั่งร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง ลงมือลวกเส้นทำก๋วยเตี๋ยวเอง และนั่งทานร่วมกับผู้สมัคร สส.และเดินไปที่แพปลาท่าน้ำวัดศาลเจ้า ให้อาหารปลา ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่นายกเบี้ยวกลับไปก่อน นายอนุทินกล่าวว่า เจออยู่แป๊บนึง ไม่ได้มีน้อยใจอะไรกัน อายุป่านนี้แล้ว ใครจะมาน้อยใจ นี่เป็นเขตของนายกชาญ แต่นายกเบี้ยวช่วยอยู่เขต 7 ที่นายพิษณุ พลธี ลงเขตนั้น ยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไรกันคนคอนแห่รับ “ยศชนัน” ล้นสนามบินเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พร้อมนายจักรพงศ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราชหาเสียง ทันทีที่ถึงท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช มีประชาชนมารอต้อนรับ ถือป้ายให้กำลังใจ ส่งเสียงเฮต้อนรับดังกระหึ่ม พร้อมมอบดอกไม้ ส้มโอทับทิมสยาม ผลไม้ขึ้นชื่อ อ.ปากพนัง พวงมาลัยมังคุดคัด ของดีเมืองคอน ต้อนรับอย่างอบอุ่น “สมชาย” ฝากเลือดเนื้อเป็นผู้นำ ปท.จากนั้นเวลา 13.30 น. นายยศชนันไปที่วัดสวนขัน (พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์) อ.ช้างกลาง สักการะรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย อดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ บิดาและอดีตนายกฯ รอรับ โดยนายยศชนันพร้อมพ่อและผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 9 เขต เข้าไปในกุฏิพ่อท่านคล้าย 2497 ไหว้รูปปั้นและรอยเท้าพ่อท่านคล้าย กราบสักการะห้องนอนพ่อท่านคล้ายและกราบองค์พระอุเชนทร์ หรือพระพิฆเนศองค์จริง พระบารมีคู่พ่อท่านคล้าย นายยศชนันขอพรขอโอกาสให้พรรค พท.ได้ดูแลคนใต้ จะทำให้ดีที่สุด จากนั้นนายสมชายปราศรัยเป็นภาษาใต้แนะนำว่า วันนี้ได้มาเจอญาตินามสกุลเดียวกันหรือคนละนามสกุลในพื้นที่ ขอแนะนำตัวตรงนี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอน เรียนโรงเรียนวัดสวนขัน วันนี้ลูกชายเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรค พท. คือเลือดเนื้อเชื้อไขคนนครศรีธรรมราช ปู่ย่าตายายตน ปู่ย่านายยศชนันเป็นคนที่นี่ จะลืมบ้านลืมเมืองของตัวเองไม่ได้ นายยศชนันคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคนนครศรีธรรมราช สามารถทำให้ประเทศเจริญขึ้นได้ ขอฝากฝังเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย“เชน” ลั่นเป็นนายกฯไม่ลืมคนใต้จากนั้นนายยศชนันกล่าวปราศรัยว่า ตนพูดใต้ไม่ได้ แต่หน้าคือคนใต้ 100% วันนี้ยศชนัน กลับมาที่บ้านเกิดปู่ย่าเรียบร้อยแล้ว มารายงานตัวว่าวันนี้คนนครฯจะเข้าไปเป็นนายกฯ คนที่ 33 ขอ โอกาสให้พรรค พท.และให้ลูกหลานคนใต้ได้เข้ามาดูแลคนใต้ได้หรือไม่ สายเลือดครึ่งหนึ่งของตนคือเลือดของคนนครฯ ไม่มีทางทอดทิ้งคนใต้แน่นอน ไม่ว่าวันนี้พี่น้องจะมากี่คน ต้องลงพื้นที่จุดนี้เป็นจุดแรก เพราะคือจุดให้กำเนิด และจะมาอีกครั้งในฐานะนายกฯ คนที่ 33 จากนครศรีธรรมราชของเรา วันนี้มาแสดงความจริงใจกับพ่อแม่พี่น้องแคนดิเดตนายกฯพรรค พท.มากราบคารวะบรรพบุรุษ กราบคารวะถิ่นเกิด สิ่งที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนนครฯ จากลูกหลานคนนครฯและผู้สมัครที่มีคุณภาพ นโยบายพรรคเราจะพัฒนาเกษตรกร ส่งเสริมการท่องเที่ยว กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SML นักวิทยาศาสตร์คนนี้จริงจัง จะทำอุตสาหกรรมนครฯให้มูลค่าสูงขึ้น ผลไม้จะกลับมาราคาดีขึ้นโพล พท.ปักธงภาคใต้ 10 ที่นั่งต่อมาที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง นายยศชนันลงพื้นที่หารือแนวทางการจัดตั้งศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม รับฟังข้อเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดร่วมกับทีมพลังพัทลุง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทักษิณและผู้บริหาร รพ.ควนขนุน นายยศชนันให้สัมภาษณ์ว่า มาเน้นย้ำไม่ใช่แค่ปากท้อง แต่การดูแลพี่น้องชาวใต้ต้องทำด้วยความยั่งยืน ทั้งการศึกษา นวัตกรรม สร้างโรงพยาบาล พรรคพร้อมสนับสนุน รวมถึงการจัดงบฯสร้างสนามบินพัทลุง ทำให้เข้าถึงการท่องเที่ยวได้ง่าย การลงพื้นที่บ้านเกิดของพ่อได้รับกำลังใจล้นหลามเกินคาด ตั้งแต่ถึงสนามบิน ประทับใจ โอกาสในภาคใต้มีโอกาสสูงหลายเขต โพลของพรรคในภาคใต้อยู่ที่ 10 ที่นั่ง สิ่งสำคัญต้องสื่อสารนโยบายให้ชัดเจน ทำให้คนใต้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าพรรค พท.ไม่เคยทิ้งคนใต้ ส่วนตัวครึ่งหนึ่งมีเลือดของคนใต้อยู่ เรียน ม.ธรรมศาสตร์เพื่อนส่วนใหญ่เป็นคนใต้ น่าจะทำให้ประชาชนกลับมาให้ความไว้วางใจพรรค พท. ทั้ง สส.บัญชีรายชื่อและเขต“สุดารัตน์” ปลุกฟื้น ศก.แก้ปากท้องช่วงเช้า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) หาเสียงที่ตลาดสายเนตรและตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ต้อนรับอย่างดีเข้ามาพูดคุย ขอถ่ายรูป มอบอาหารขนมเป็นกำลังใจ ส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจแย่มาก ตลาดซบเซา แบกรับภาระหนี้สินหนักหนาสาหัส คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เข้าใจความลำบาก พร้อมเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรก คืนรอยยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้ง พรรคประกาศนโยบายชัดเจนหยุดวิกฤติหนี้สินด้วยการพักหนี้ 3 ปีให้เกษตรกร SME และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่หนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย หยุดเลือดไหลให้หายใจคล่องขึ้น และยังมาเติมเลือดใหม่ ผ่านกองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัวเป็นทุนรอนประกอบอาชีพและล้างหนี้นอกระบบ เราเข้าไปรับใช้และดูแลประชาชนให้ ‘หายจน หมดหนี้’ และสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง“อภิสิทธิ์” ขอเสียงไปคุมเกม รบ.สีเทาเมื่อเวลา 11.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชป.นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.ลงพื้นที่ตลาดนัดตึกเดอะซัน ขอคะแนนเสียงพนักงานออฟฟิศ กาผู้สมัคร สส.กทม. ทุกเขต ชาวออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้าขอถ่ายรูป ให้กำลังใจตลอดเส้นทาง นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกลยุทธ์หาเสียงโค้งสุดท้ายว่า การลงพื้นที่แหล่งเศรษฐกิจใจกลางเมืองสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ ภาพรวม ขอแรงสนับสนุนให้พรรค ปชป.เข้าไปเป็นผู้คุมเกมในสภาฯ ย้ำจุดยืนรัฐบาลชุดใหม่ต้องไร้เงาทุจริต ไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือกลุ่มทุนสีเทาเกี่ยวข้อง ปราศจากการครอบงำทิศทางบริหารต้องโปร่งใส และเป็นอิสระ ลดความแตกแยก ไม่ใช้นโยบายสร้างความร้าวฉานในสังคม เมื่อถามถึงโค้งสุดท้ายบางพรรคใช้วาทกรรม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังงงกับนิยามคำว่า “เขากะเรา หรือใครยังไง” แต่ถ้าถามว่า ถ้าเอาอยากล้มแชมป์ในกรุงเทพฯ คนที่พูดน่าจะพูดผิดพรรคแล้ว เพราะถ้าไปลองสำรวจที่ไม่ใช่ทางออนไลน์ จะพบว่าคู่แข่งขันแต่ละเขตไม่เหมือนกันตามข้อเท็จจริง แต่ส่วนใหญ่แล้วพรรค ปชป.มีโอกาสสูงจะช่วงชิงเก้าอี้มาจากแชมป์ จะได้เก้าอี้ สส.กทม.คืนมาไม่มากก็น้อยแน่นอน“กรณ์” ขยี้วาทกรรมเก่าใช้ไม่ได้แล้วด้านนายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรค ภท.ใช้วาทกรรม ไม่เลือกเราเขามาแน่ ชิงคะแนนเลือกตั้งใน กทม.ว่า วาทกรรมนี้เคยใช้ในอดีต ส่วนใหญ่ใช้กรณีไม่มีอะไรเหลือในมือจะต่อสู้แล้ว ในอดีตไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนไม่เคยยอมให้วาทกรรมนี้ ทำให้คน กทม.หันไปเลือกเพราะความพยายามสร้างความเกลียดชัง ในอดีตเป็นเรื่องระหว่าง 1 กับ 2 ที่แบ่งขั้วชัดเจน แต่ปัจจุบันไม่ใช่ พรรค ภท.ส่งสัญญาณชัดเจนพร้อมจัดตั้งรัฐบาลได้ทั้งแดงและส้ม อย่าใช้เลย ย้อนแย้ง ประชาชนฟังยิ่งสับสนหรือกระตุ้นให้เกลียดชัง ถ้าต้องการคะแนน จะเสนอยุทธศาสตร์อะไรขอให้ซื่อสัตย์ในข้อเท็จจริง“ลุงป้อม” แนะชีวิตต้องกล้าเปลี่ยนเมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ร้านวัฒนาพานิช ย่านเอกมัย ร้านชื่อดังเก่าแก่กว่า 60 ปี พร้อม พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และคณะ พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ยังคงรักเมนูเนื้อและก๋วยเตี๋ยวทานได้ทุกวัน โดยเฉพาะเกาเหลา ต้องชิมน้ำซุป ก๋วยเตี๋ยวจะอร่อยน้ำซุปต้องเด็ด ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามเต็มไปด้วยความหลากหลาย เนื้อสด เนื้อเปื่อย ลูกชิ้นหรือเครื่องใน ทุกอย่างอยู่ร่วมกันได้ในหม้อเดียว เช่นเดียวกับสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด แต่อย่าให้น้ำซุปเสีย ได้ติดตามอ่านทุกความคิดเห็นขอบคุณทุกกำลังใจ ถูกใจชื่อ “ลุงป้อมชวนชิม” มาก แม้เป็นนักชิมรุ่นเดอะ แต่เป็นน้องใหม่ในวงการรีวิวอาหาร ฝากแนวคิดว่าชีวิตคนเรา ต้องรู้จักหา ความสุข ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน แม้จะวางมือจากการเมืองแล้ว แต่หากยังทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ก็พร้อมเสมอ ช่วยแนะนำร้านอร่อย เป็นอีกทางหนึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยปธ.กกต.กำชับม้าเร็วหาข่าวซื้อเสียงเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ที่ว่าการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) และมอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้งและชุดเคลื่อนที่เร็ว จ.ฉะเชิงเทรา นายณรงค์กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ให้ป้องปรามการซื้อสิทธิ์ขายเสียงช่วงโค้งสุดท้าย กกต.กำชับให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วออกตรวจพื้นที่พร้อมหาข่าวต่อเนื่อง การตั้งด่านจุดสกัดตรวจค้นช่วงนี้จะมีการตั้งด่านร่วมกับหน่วยงานอื่นแม้กระทบสิทธิประชาชนบ้าง แต่คงยอมรับได้เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อถามว่าประชาชนมีข้อสังเกตว่าประชาชนเห็นการซื้อเสียง แต่ กกต.ไม่เห็น นายณรงค์กล่าวว่า ประชาชนหรือคนที่ทราบเบาะแสการซื้อสิทธิ์ขายเสียงขอให้แจ้งมายังสำนักงาน กกต. จะเรียกมาให้ข้อมูลและพร้อมจะสอบสวนต่อไป“วิทัย” จ่อชง ปปง.สอบเบิกเงินสดน่าสงสัยวันเดียวกัน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา “Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย” จัดโดย “เครือมติชน” ว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบการเบิกถอนเงินสดสูงผิดปกติ ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมาพบมีการเบิกถอนเงินสดที่น่าสงสัย มีรายหนึ่งเบิกเงินสดสูงถึง 250 ล้านบาท และอีกรายเบิกเงินสด 200 ล้านบาทจาก 2 ธนาคาร แห่งละ 100 ล้านบาท เป็นการเบิกเงินสดที่เป็นธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ยิ่งเป็นจุดที่น่าสงสัยมากขึ้น จะส่งทั้ง 2 กรณีนี้ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะเร่งส่งข้อมูลให้ กกต.ตรวจสอบต่อไปงัดอำนาจเช็กถอนเงินสูงผิดปกติแกะรอยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ว่าการ ธปท.เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากำลังติดตามเส้นทางการเบิกถอนเงินที่น่าสงสัย 2 กรณีและยังมีอีกบางรายการเบิกถอนที่นอกเหนือจาก 2 กรณีนี้ที่กำลังตรวจสอบอยู่ ธปท.จะใช้อำนาจทางกฎหมายที่เคยมี ในส่วนของการตรวจสอบการเบิกถอนเงินสด แต่ไม่เคยใช้มาตรการตรวจสอบมาก่อน ผู้เบิกถอนต้องมีการชี้แจงธนาคารพาณิชย์ให้ได้ว่าการเบิกเงินสดที่สูงผิดปกติ แต่ละกรณีที่ตรวจพบมีจุดประสงค์ หรือมีเป้าหมายเพื่ออะไร หากเป็นการดำเนินการทางธุรกิจไม่มีปัญหาอะไร และหากตรวจพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ ธปท.จะส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที นอกจากนั้น ธปท.ยังอยู่ในช่วงการหารือเพื่อออกมาตรการสกัดเส้นทางในธุรกรรมการเงินสีเทาและบัญชีม้า โดยขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์รายงานจุดประสงค์การใช้เงินของลูกค้าที่ขอเบิกเงินสดเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ทั้งนี้ ปริมาณเงินสดที่ต้องรายงานยังอยู่ระหว่างการหารือ แต่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3-5 ล้านบาท รายละเอียดจะพิจารณาแล้วเสร็จราวสิ้นเดือน ม.ค.กมธ.วุฒิสภาห่วง ลต.ปัญหาอื้อเมื่อเวลา 13.00 น.ที่สำนักงาน กกต.นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมคณะมาพบคณะกรรมการ กกต.เพื่อปรึกษาหารือปัญหาการเลือกตั้ง สส.และการลงประชามติรัฐธรรมนูญวันที่ 8 ก.พ. นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า กมธ.ต้องการคำตอบจาก กกต.หลายประเด็น ทั้งปัญหา กกต.ไม่ได้จัดให้ลงประชามติล่วงหน้า ไม่ได้จัดลงประชามติทางไปรษณีย์ จะเยียวยาผู้ไม่ได้ลงประชามติอย่างไร จะแก้ไขปัญหานี้ครั้งต่อไปอย่างไร ปัญหาการเลือกตั้งและลงประชามติของคนไทยในต่างประเทศมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร การกำหนดให้พรรคการเมืองจัดผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นไปได้หรือไม่จะไม่นับเป็นค่าใช้จ่ายหาเสียง เพื่อให้มีผู้สังเกตการณ์ทุกพรรคทุกหน่วย นอกจากนี้ กกต.มีวิธีการควบคุมบัตรเสียไม่ให้มีเกิน 3% อย่างไร จะลดการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดอคติ เวลาที่เหลืออยู่ กกต.จะมีแผนสื่อสารรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติมากกว่าปี 2566 อย่างไร.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่