ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงเวลาบ่ายๆของวันอังคารที่ 2 มิถุนายนนั้น...สำนักข่าวออนไลน์ทุกสำนักอยู่ระหว่างรายงานผลสรุปผลการดำเนินการตามโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” วันแรก...วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 23.00 น. อันเป็นช่วงเวลาปิดโครงการประจำวันสรุปได้ว่า ตลอดทั้งวันของวันแรกสำหรับโครงการนี้มีเม็ดเงินใช้จ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 2,039.74 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินจากภาครัฐ 1,184.10 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 855.64 ล้านบาทจากประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการนี้รวม 26,040,623 คน พบว่ามีผู้ใช้จ่ายสำเร็จในวันแรก จำนวน 8,724,402 คน หรือ 8.7 ล้านคนเศษ คิดเป็นร้อยละกว่า 33 ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมดถือเป็นการเริ่มต้นวันแรกที่คึกคักพอใช้ แม้จะเป็นวันหยุดชดเชยวันวิสาขบูชาก็ตามผมเองเข้าไปมีส่วนร่วม เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนเที่ยงวันสัก 10 นาทีเห็นจะได้ ณ ศูนย์การค้าโด่งดังระดับโลก ไอคอนสยาม ริมฝั่งเจ้าพระยาด้านธนบุรีผมและลูกๆหลานๆ ซึ่งไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน ไอคอนสยาม มาปีเศษๆแล้ว วางแผนฉลองวันหยุดด้วยการขับรถจากบางกะปิขึ้นทางด่วนข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาเข้าสู่ศูนย์การค้าดังกล่าว ไปถึงตอนใกล้เที่ยงจึงแวะไปที่บริเวณ “สุขสยาม” เพื่อรับประทานมื้อกลางวันแถวๆนั้นรองท้องเอาไว้ก่อนลูกๆหลานๆผมเขาถนัดอาหารญี่ปุ่น จึงไปหาที่นั่งทานบริเวณที่เป็น อาหารญี่ปุ่น ใกล้ๆซุปเปอร์มาร์เกตของร้าน สยาม ทาคาชิมายะ ซึ่งจะมีอาหารญี่ปุ่นประเภท “ซูชิ” แพ็กกิ้งอย่างดีสำหรับซื้อมานั่งรับประทานที่โต๊ะอาหารที่จัดไว้เผอิญผมถนัดอาหารแบบไทยๆมากกว่า ก็เลยขอร้องสมาชิกครอบครัวให้ไปซื้อข้าวหมูแดง หรือข้าวหน้าเป็ดก็ได้ ทางฟากอาหารไทย...ปรากฏว่าได้ “ข้าวหน้าเป็ด” มา 1 จานครับข้าวหน้าเป็ดจานนี้เอง ทำให้ผมและครอบครัวได้มีส่วนร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อย่างคาดไม่ถึง เพราะร้านข้าวหน้าเป็ดร้านที่ว่าเข้าร่วมในโครงการด้วยภรรยาผมซึ่งได้รับสิทธิและได้รับการยืนยันมาเรียบร้อย จึงใช้สิทธิผ่านแอป “เป๋าตัง” จ่ายเงินไปเพียงแค่ 32 บาทเท่านั้นเอง (ราคาข้าวจานละ 80 บาท รัฐบาลช่วยจ่าย 48 บาท)ส่งผลให้ผมและครอบครัวมีส่วนร่วมในยอดวงเงินวันแรกจากภาคประชาชนรวม 855.64 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังแถลงไว้ ด้วยประการฉะนี้ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้มาโดยตลอดคงทราบดีแล้วว่าผมเห็นด้วยกับโครงการนี้และเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่กำลังอ่อนล้าในขณะนี้ได้ในระดับหนึ่งแม้จะเป็นการกู้เงินและแม้จะเป็นการเอามาแจก แต่ก็เป็นไปตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ร่ำเรียนมา รวมทั้งยอดวงเงินทั้งหมดก็ยังอยู่ในกรอบของวินัยการคลังอีกด้วยผมถือว่าโครงการนี้ออกแบบไว้ค่อนข้างดี และนำออกใช้ได้ทันเวลาพอเหมาะพอเจาะเพราะเศรษฐกิจไทยเราที่ว่าดีเกินคาดในไตรมาสแรกของปีนี้ดังที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น จะเริ่มแย่ลงในไตรมาสที่ 2 นี่แหละครับ เมื่อผลกระทบจากราคาน้ำมันอันสูงลิ่วกำลังจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็แถลงแล้วว่า ตัวเลข การท่องเที่ยว, การบริโภคของไทยเราเริ่มอ่อนตัวลงในเดือนเมษายน ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าก็สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน และวัตถุดิบในการนำเข้าที่สูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง...ทำให้เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 2.4 แสนล้านบาทเดือนพฤษภาคมจะเป็นอย่างไร? และเดือนนี้มิถุนายนจะเป็นอย่างไร? ยังต้องลุ้น เพราะสงครามยังไม่สิ้นสุดลง และยังคงปั่นป่วนเดี๋ยวจะเลิกเดี๋ยวไม่เลิก สุดแต่อารมณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์การมีโครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” คลอดออกมาพอดี ถือว่าถูกที่ถูกเวลาผมขอเอาใจช่วยให้โครงการประสบความสำเร็จนะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม