เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง ผมเข้าเฟซบุ๊กไปเจอรายการสัมภาษณ์ “แหม่มสาว” รายหนึ่ง หน้าตาสะสวยเลยทีเดียว...เธอตอบคำถามเป็นภาษาไทยแบบคล่องมาก แถมบางครั้งยังมีสำเนียงสาวเหนือติดมาด้วย...จึงตัดสินใจดูต่อจนจบทำให้ทราบว่าเธอชื่อ มารี รูเมต เป็นสาวชาว เอสโตเนีย ประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งแถวๆยุโรปเหนือแถบทะเลบอลติก ติดกับฟินแลนด์และรัสเซียประเทศเล็กพื้นที่แค่ 45,227 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรเพียง 1.3 ล้านคนกว่าๆ แต่มีชื่อเสียงมากในฐานะประเทศ e-Nation หรือสังคมดิจิทัลที่ก้าวหน้าระดับโลก และเป็นต้นตำรับ “รัฐบาลดิจิทัล” หรือ “e-Government” ที่โลกยกนิ้วให้ผมเคยไปเหยียบเมืองหลวงของประเทศนี้มาแล้วเมื่อสัก 10 ปีก่อนตอนที่ยังเดินทางไหว มีโอกาสร่วมคณะสื่อมวลชนไปดูงานด้าน พลังงานสะอาด กับ ปตท. ที่ฟินแลนด์ แล้วเขาชวนลงเรือเดินสมุทรข้ามไปเอสโตเนียแบบเช้าเย็นกลับอยู่ 1 วันขออนุญาตโฆษณาสรรพคุณของประเทศเล็กๆในยุโรปเหนือประเทศนี้สักเล็กน้อย เพราะนึกไม่ถึงจริงๆว่าประเทศที่เป็นต้นตำรับ “รัฐบาลดิจิทัล” ของโลกจะมี “สาวงาม” ที่หลงเสน่ห์ “มวยไทย” หัดชกมวยไทยแล้วมาตามล่าฝันในประเทศไทย จนได้เป็นแชมป์มวยไทยหญิงรุ่น 112 ปอนด์ ของเวทีราชดำเนิน ณ บัดนี้ไฟต์สุดท้ายเธอเอาชนะนักชกสาวไทย จิตติ มานพมวยไทยยิม ไปโดยคะแนนแบบเอกฉันท์ ป้องกันแชมป์ของเธอไว้ได้ พร้อมคว้าเงินโบนัสไป 250,000 บาท (ไม่รวมค่าตัว) และร้องไห้ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยสลับอู้กำเมืองด้วยเสียงเหน่อน่ารักอายุของเธอขณะนี้คือ 26 ปี และย้อนหลังไปเมื่ออายุ 15 ปี เธอได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนร่วมห้องเรียนที่ไปฝึกมวยไทยในยิมแห่งหนึ่งที่เอสโตเนีย...จึงขอตามไปโรงยิมด้วยนั่นเองทำให้ตกหลุมรักใน “มวยไทย” และตัดสินใจสมัครเข้าฝึกซ้อมอย่างจริงจังจนได้แชมป์สมัครเล่นในการแข่งขันที่ทางโรงยิมจัดขึ้น...จากนั้นเธอก็ขอเงินพ่อแม่บินมาเข้าแคมป์ฝึกที่จังหวัดภูเก็ตอยู่ 2 เดือนฝึกจบกลับบ้านทำงานล่วงเวลาหลังเรียนอยู่ 2 ปี เก็บเงินสะสมได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจลาพ่อแม่เดินทางมาอยู่เมืองไทย ฝึกมวยไทยอย่างจริงจังและขึ้นชกมวยอาชีพจากบัดนั้น (อายุ 17 ปี) มาจนถึงบัดนี้ (อายุ 26 ปี)เธอเล่าว่า เธอขึ้นไปสังกัดค่ายที่เชียงใหม่อยู่หลายปี ทำให้พูดภาษาเหนือได้อย่างแคล่วคล่องอีก 1 ภาษา โดยที่มิได้เข้าโรงเรียนภาษาใดๆเลย ฝึกกับเพื่อนๆพี่ๆนักมวยบ้าง ครูมวยบ้างในค่ายนั่นแหละชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่ชนะมากกว่าแพ้ ได้เข็มขัดมาหลายเส้นจากเวทีต่างๆ และหยุดไปช่วงหนึ่งหลังโควิด-19 ระบาด ก่อนจะกลับมาชกจนได้เป็นแชมป์รุ่น 112 ปอนด์ของราชดำเนินดังกล่าวว่ากันว่าในนัดป้องกันแชมป์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากได้เงินก้อนโตและชนะคู่ต่อสู้ที่เป็นสาวไทยเราไปแบบขาดลอยแล้ว เธอยังทำสถิติ “แทงเข่า” เข้าเป้าถึง 138 ครั้ง เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล อันดับ 1 ของมวยหญิงในประเทศไทย...เท่ไม่เบาทีเดียวขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับเธอด้วย และต้องขอขอบพระคุณ “มวยไทย” ซึ่งเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ แบบรุกเงียบเคียงคู่กับ “อาหารไทย” สู่ตลาดโลก...เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ทำให้คนทั่วโลกรู้จักไทยและหันมาฝึกมวยไทยมากขึ้น ทั้งที่บ้านเขาและเดินทางมาฝึกต่อที่บ้านเราในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมานี้ใครจะนึกว่าสาวจากประเทศที่มีระบบดิจิทัลทันสมัยที่สุดของโลกประเทศหนึ่งและเป็นชาติแรกๆที่มีชื่อเสียงด้าน “รัฐบาลดิจิทัล” ซึ่งเธอควรจะไปนั่งกดเครื่องคอม หรือแล็ปท็อปอยู่ที่โน่นกลับมาขึ้นเวที “แทงเข่า” จนได้แชมป์มวยไทยในประเทศไทยนี่แหละเสน่ห์ของซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่เรียกว่า “มวยไทย” โดยแท้ทรูละครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม