สิงห์รถบรรทุกถึงฆาต โทร.หา เมีย 30 กว่าสายไม่รับ บุกหาถึงบ้านย่านสายไหม หลังเมียแยกมาอยู่นานกว่า 1 ปีครึ่ง เพราะทนถูกทุบตีไม่ไหว เข้าไปถึงฉุนกว่าเดิม เพราะเห็นเพื่อนเมียที่ตัดผมสั้นคล้ายทอมนอนหลับอยู่กลางบ้าน อารมณ์หึงหวงพุ่งพรวด เพราะเข้าใจผิดปรี่ลงมือลงไม้จนเมียได้ยินออกมาห้ามเลยโดนไปด้วย สุดท้ายน้องชายเมียที่พักอยู่ด้วยกันออกมาห้าม พร้อมใช้ปืนยิงลงพื้น 2 นัด ขู่ให้หยุด แต่มี 1 นัด แฉลบเข้าชายโครงอดีตพี่เขย เสียชีวิต ส่วนน้องเมียเผ่นหนีเหตุน้องเมียยิงอดีตพี่เขยดับครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 13 ต.ค. ร.ต.อ.ปฏิญญา จิรัญดร รอง สว. (สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 1/2 ซอยจตุโชติ 10 ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ที่พื้นห้องโถงพบศพนายสุริยา ทองใบ อายุ 39 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่ชายโครงขวา 1 นัด ส่วนมือปืนคือ นายชรินทร์ เนียมปาน อายุ 33 ปี หลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปจากการสอบสวนทราบว่า นายสุริยา ผู้ตายมีอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง อยู่กินกับภรรยาที่บ้านหลังเกิดเหตุหลายปี มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่นายสุริยามีนิสัยชอบดุด่า ทำร้ายภรรยาบ่อยครั้ง ทำให้ทั้ง 2 คนแยกกันอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี 5 เดือน ก่อนเกิดเหตุนายสุริยาโทรศัพท์หาภรรยาเกือบ 30 สาย แต่ฝ่ายหญิงไม่รับเพราะนอนหลับ นายสุริยาเลยบุกมาที่บ้านเปิดประตูเข้าไป เห็นเพื่อนสาวภรรยาที่ตัดผมสั้นคล้ายทอมนอนหลับอยู่บนพื้นในห้องโถง เนื่องจากช่วงเย็นวันที่ 12 ต.ค. มีการดื่มกินสังสรรค์กันจนกลับบ้านไม่ได้ ทำให้นายสุริยาหึงหวงเข้าใจผิด ปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายจนภรรยาที่นอนอยู่ในห้องรีบออกมาดูและห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล ถูกทำร้ายร่างกายไปด้วยกระทั่งนายชรินทร์ น้องชายภรรยา ที่พักอยู่ด้วยกันในบ้านเกิดเหตุได้ยินเสียง ออกมาเห็นเหตุการณ์ที่นายสุริยาทำร้ายร่างกายพี่สาว ตะโกนใส่ผู้ตายว่า “มึงเข้ามาตีพี่สาวกูถึงในบ้านเลยหรือ” พร้อมบอกให้หยุดการกระทำและใช้ปืนยิงขู่ลงพื้น 2 นัด แต่มีกระสุน 1 นัดแฉลบโดนนายสุริยาเข้าที่ชายโครงจนบาดเจ็บ เรียกหน่วยกู้ชีพเอราวัณมาปั๊มหัวใจแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำพยาน ประสานญาติให้นายชรินทร์เข้ามอบตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป