ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ที่พึ่งทางใจ” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงศรัทธา โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องโชคลาภและความมั่งคั่ง ซึ่งหนึ่งในรูปเคารพที่ชาวไทยและชาวจีนนิยมกราบไหว้กันมากที่สุดคือ “พระสังกัจจายน์”“พระสังกัจจายน์” หรือ “พระมหากัจจายนเถระ” พระอรหันต์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมท่านจึงมีรูปลักษณ์อ้วนท้วนพุงพลุ้ยเช่นนี้ ตามพุทธประวัติเดิมท่านชื่อว่า “กัญจนะ” เป็นผู้มีรูปร่างสง่างาม ผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองคำจนเป็นที่หมายปองของทั้งมนุษย์...เทวดา...มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งบุตรเศรษฐีนามว่า โสเรยยะ เห็นรูปโฉมของท่านแล้วเกิดอกุศลจิตอยากได้ท่านมาเป็นภรรยา จนทำให้โสเรยยะกลายเพศเป็นหญิงทันที นอกจากนี้ รูปลักษณ์ที่งดงามของท่านยังทำให้คนมักเข้าใจผิดว่าท่านคือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านจึงอธิษฐานจิตเนรมิตกายให้อ้วนท้วน พุงพลุ้ย เพื่อลดทอนเสน่ห์ทางกายภาพและให้ผู้คนหันมาสนใจฟังธรรมะแทนตอกย้ำศรัทธาความเชื่อ สัญลักษณ์แห่ง “โชคลาภ” และ “ปัญญา”ชาวพุทธเชื่อว่าการบูชาพระสังกัจจายน์จะนำมาซึ่งสิริมงคล 3 ประการ คือ 1.โชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ เพราะท่านได้รับยกย่องให้เป็นพระผู้อุดมด้วยโภคทรัพย์เสมอด้วยพระสีวลี 2.สติปัญญา เนื่องจากท่านเป็นเอตทัคคะในทางผู้อธิบายความย่อให้พิสดารและ 3.เมตตามหานิยม จากอานิสงส์ที่ท่านมีรูปงามและจิตใจดีงามมาแต่อดีตชาติเปิดตำราสายมู...เคล็ดลับลูบท้องเรียกทรัพย์ หนึ่งในกุศโลบายที่สืบทอดกันมาคือการ “ลูบท้องพระสังกัจจายน์” เพื่อขอพร โดยมีเคล็ดลับว่าควร ตั้งจิตให้สงบแล้วใช้มือขวาลูบวนตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนและหมุนเวียนโชคลาภพร้อมกับสวดคาถาบูชาขอลาภว่า “กัจจายะนะ มะหาเถโร เทวะตานะระ ปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุ เม...” ซึ่งสามารถสวดได้ทุกวันเพื่อความเป็นสิริมงคล ข้อควรระวังสำคัญ อย่าจำสับสนระหว่างพระไทยและพระจีน พุทธศาสนิกชนมักสับสนระหว่างพระสังกัจจายน์ไทยกับพระอ้วนแบบจีนซึ่งแท้จริงแล้ว พระอ้วนจีนคือ “พระปู้ไต้” หรือพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ตามคติมหายาน จุดสังเกตคือ...พระสังกัจจายน์ไทยจะมีผมม้วนเป็นก้นหอยและครองจีวรแบบเถรวาท ขณะที่พระอ้วนจีนจะศีรษะล้านและมักถือย่ามอย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการบูชาท่านไม่ใช่เพียงการขอลาภลอยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการระลึกถึง “ปัญญา” ในการหาเลี้ยงชีพดังที่คำสอนทิ้งท้ายไว้ว่า...หากลูบท้องท่านแล้วตั้งจิตว่าจะขยัน ประหยัด และวางแผนชีวิตให้รอบคอบ สิ่งนี้เองคือต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เงินทองไหลมาเทมาอย่างยั่งยืน ตามตำนานพุทธประวัติ พระสังกัจจายน์เป็นหนึ่งในพระอรหันต์ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่าเลิศด้วยปัญญาและรูปลักษณ์ที่งดงาม แต่ด้วยเหตุที่ท่านมีใบหน้าที่อิ่มเอิบ ยิ้มแย้ม และพุงพลุ้ยอันเป็นเอกลักษณ์ จึงถูกตีความเป็นนัยแห่งความกินดีอยู่ดี ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีวันหมดสิ้นศาสตร์แห่งการบูชา...เรียกทรัพย์ รับความร่ำรวยการบูชาพระสังกัจจายน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของ “ความงมงาย” แต่คือการ “ดึงสติ” ให้ผู้ปฏิบัติอยู่ในเส้นทางของความอุดมสมบูรณ์ เชื่อกันว่าหากใครได้กราบไหว้หรือนำรูปหล่อพระสังกัจจายน์มาตั้งไว้ในบ้านหรือร้านค้า จะช่วยให้...เรียกทรัพย์สินเงินทอง การเงินคล่องตัว ดั่งสายน้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่งครอบครัวเปี่ยมสุข...บรรยากาศภายในบ้านจะอบอวลไปด้วยความรักและความเข้าใจ เพราะใบหน้าที่ยิ้มแย้มของท่านช่วยสลายความขัดแย้ง อุดมสมบูรณ์...ไม่ขาดแคลนทั้งอาหารการกินและโอกาสในการทำมาหากินเชื่อศรัทธากันอีกว่า...การบูชาให้เห็นผลจริงจัง ครูบาอาจารย์ท่านมักสอนว่า ต้องเริ่มจากการ “บูชาด้วยใจ” ถวายน้ำสะอาด ผลไม้ตามฤดูกาล หรือดอกไม้สีขาวสะอาดตา พร้อมตั้งจิตอธิษฐานถึงความขยันหมั่นเพียร เพราะพระสังกัจจายน์ เป็นตัวแทนของความฉลาดปราดเปรื่อง ผู้บูชาต้อง “รวยด้วยปัญญา” ก่อน “รวยด้วยทรัพย์” ถึงจะยั่งยืน“พระสังกัจจายน์”...ความมั่งมีที่มากกว่าแค่ตัวเลข นัยความหมายที่ว่านี้ตอกย้ำศรัทธา ความเชื่อที่ว่า ความมั่งคั่งที่พระสังกัจจายน์มอบให้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่เงินทองในกระเป๋า หากแต่คือ “ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณ”...เมื่อครอบครัวมีกินมีใช้ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความอุดมสมบูรณ์ก็จะแผ่ขยายออกไปดั่งพุทธลักษณะที่พุงพลุ้ย...เปรียบเสมือนท้องพระคลังที่รองรับสิ่งดีๆเข้ามาไม่ขาดสายในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและการแข่งขันรุนแรงเฉกเช่นยุคนี้ แน่นอนว่าการมีที่ยึดเหนี่ยว จิตใจที่ส่งเสริมให้เรามีความ “ใจกว้าง” และ “มองโลกในแง่ดี” อย่างพระสังกัจจายน์ ย่อมเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้ชีวิตไม่ตกต่ำ แม้ในยามวิกฤติก็ยังมีสติปัญญาพาให้รอดพ้น“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม