“นุ่น-หลุยส์” หลั่งน้ำตาร่ำไห้แถลงข่าว ปมการสูญเสียลูกคนแรกเกิดจากภาวะ “มดลูกแตก” จนมีเลือดออกมากในช่องท้อง เป็นผลจากการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาทำให้ลูกไม่อยู่ เผยหัวใจแตกสลายไม่ได้เห็นหน้าลูกทั้งที่ตั้งท้องมาจนใกล้คลอดแล้ว หลังแพทย์ผ่าตัดนำทารกออกยังต้องรักษาผู้เป็นแม่ในห้องไอซียูต่อ เพราะมีภาวะน้ำท่วมปอดจนเกือบไม่รอด แต่พ้นภาวะวิกฤติมาได้ ยังหวังอยากมีลูกอีกแต่ขอโฟกัสดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกายก่อนเป็นเรื่องราวที่สุดสะเทือนใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่อย่างมาก เมื่อคู่รักคนดังวงการบันเทิง “นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล” และ “หลุยส์ สก๊อต” ออกมา เปิดเผยข่าวที่ทำให้หัวใจสลาย จากการที่ต้องสูญเสียลูกคนแรก ทั้งที่ตั้งครรภ์ได้ 9 เดือนแล้ว และเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ เนื่องจากทั้งสองคนใช้ความพยายามในการมีทายาทเพื่อสืบสกุลและเป็นโซ่ทองคล้องใจมานานกว่า 6 ปี แม้จะเคยเจออุปสรรคทั้งภาวะแท้งและรังไข่เสื่อมมาก่อนหน้านี้ ทั้งสองได้ฝ่าฟันอุปสรรคทางด้านสุขภาพ จนนุ่นสามารถตั้งครรภ์ลูกน้อยได้สำเร็จและเฝ้ารอวันเห็นหน้าลูกคนแรกอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมทั้งได้ตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้ของลูกไว้อย่างพร้อมสรรพแล้ว ภายหลังสูญเสียโซ่ทองคล้องใจและเก็บตัวพักฟื้นจนสภาพร่างกายสภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นุ่นกับหลุยส์ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชน มารับฟังการแถลงข่าวเรื่องสูญเสียลูกในบ่ายวันที่ 29 ม.ค.สร้างความรู้สึกช็อกของผู้ที่ทราบข่าวเมื่อถึงวันเวลาตามนัด นุ่นและหลุยส์ พร้อมด้วย พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ รพ.สมิติเวช นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS CLINIC BANGKOK มาร่วมแถลงข่าวสาเหตุสูญเสียลูกคนแรก ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ทั้งนี้ ทั้ง “นุ่น” และ “หลุยส์” ได้ร่ำไห้ทั้งคู่ตั้งแต่เริ่มต้นแถลง นุ่นกล่าวทั้งน้ำตาว่า จริงๆวางแผนกับ รพ.สมิติเวชว่าจะผ่าคลอดในวันที่ 24 ม.ค. แต่ทว่าไม่ได้ฝากครรภ์ที่สมิติเวช สุขุมวิท เพราะตนทำธุรกิจมีคลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวชเป็นของตัวเอง เลือกฝากครรภ์กับคลินิกตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นตั้งครรภ์ด้าน นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์ผู้ดูแลนุ่นตั้งแต่ฝากครรภ์ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์ นุ่นเป็นหญิงเก่งคนหนึ่ง ที่มาพบแพทย์ฝากครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอทุกเดือน ช่วงไตรมาสแรก เพราะนุ่นมีประวัติ เคยมีเนื้องอกในมดลูกมาก่อนและผ่าตัดไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นความเสี่ยงที่เฝ้าระวังมาตลอด กระทั่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 และใกล้คลอดแล้วติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ ประเมินน้ำหนักทารก ประเมินทารก การบีบรัดตัวของมดลูก จากที่ตรวจในไตรมาสสุดท้าย ไม่พบความผิดปกติใดๆ ระหว่างนั้นได้ประสานกับ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอดและ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด นุ่นจะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จนวันที่เกิดเหตุคือวันที่ 10 ม.ค. อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด นุ่นมีอาการเจ็บท้องเหมือนจะคลอดก่อนกำหนดและปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ ได้ประสานกับ รพ.สมิติเวช มารับตัวอย่างฉุกเฉินขณะที่ พญ.ปานวาดเผยว่า ในวันที่ 10 ม.ค. ช่วงสายๆ หมอณัฎฐ์แจ้งว่า นุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้องพร้อมกับมีอาการวูบ รพ.ประสานรถฉุกเฉินและคุณหมอฉุกเฉินไปรับนุ่นที่บ้าน คุณหมอแจ้งว่า ตอนนั้นนุ่นมีภาวะความดันโลหิตที่ต่ำมาก หัวใจเต้นเร็วมาก เริ่มมีอาการหายใจเร็ว รวมกับที่นุ่นเคยผ่าตัดก้อนเนื้องอกที่มดลูกออกทำให้มีแผลที่มดลูก จากประวัติที่ได้ทั้งหมด ทีมแพทย์สงสัยว่าน่าจะมีภาวะมดลูกแตก ทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก ได้เตรียมผ่าตัดฉุกเฉิน เตรียมหมอเด็ก หมอดมยาเพื่อรักษาได้ทันท่วงทีและต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ตอนนั้นได้อัลตราซาวด์ ตรวจไม่พบสัญญาณชีพทารกในครรภ์แล้ว จำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อรักษาเซฟชีวิตคุณแม่ไว้ก่อนพญ.ปานวาดกล่าวอีกว่า เมื่อผ่าคลอดทารกออกมา พบมีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจมดลูกพบแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกที่ด้านหลังมดลูกและมีเลือดออกจากบริเวณนั้น น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดในช่องท้องปริมาณมาก แพทย์ได้เย็บซ่อมส่วนที่ฉีกขาดใช้เวลา 3 ชม.ก็หยุดเลือดได้ หมอดมยาได้ให้เลือดปริมาณมาก เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ ในที่สุดทุกอย่างก็พ้นวิกฤติ แต่เนื่องจากนุ่นเสียเลือดในปริมาณมาก ทำให้ต้องรักษาตัวในไอซียูต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน หลังจากนั้นพบว่านุ่นมีภาวะน้ำท่วมปอด ทำให้ไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ แพทย์รักษาจนสัญญาณชีพดีขึ้น ทำท่อช่วยหายใจ ใช้เวลารักษาในไอซียู 4 วัน และรักษาตัวต่อเนื่องใน รพ.รวม 6 วัน จึงกลับบ้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวเรื่องราวที่ทำให้แม่นุ่นพ่อหลุยส์ต้องหัวใจสลาย นุ่นได้ร่ำไห้ตลอดเวลา มีหลุยส์นั่งอยู่เคียงข้างและมีใบหน้าเศร้าหมองพร้อมมีน้ำตาเช่นกัน บางจังหวะของการแถลงหลุยส์ได้โน้มตัวไปโอบกอดให้กำลังใจภรรยา สร้างความรู้สึกสะเทือนใจแก่ผู้ร่วมฟังการแถลงข่าวในการแถลงข่าวช่วงท้าย นุ่นยังร่ำไห้กล่าวเปิดใจว่า เกือบไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยตรงนี้แล้ว จากที่เคยผ่าตัดมา ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.ที่แจ้งข่าว ทุกคนส่ง DM ส่งไลน์มาให้กำลังใจ ไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง ขอโทษที่ไม่สามารถตอบกลับข้อความแต่เราเห็นทุกอย่าง นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ เพราะมันผ่านมาแล้ว ที่ผ่านมาเศร้ามาพอแล้ว ที่แถลงข่าวเพราะอยากให้ทุกคนได้ฟังความจริงที่เกิดกับนุ่นมันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับคนตั้งครรภ์ในภาวะสุดท้ายไตรมาส 3 ทุกคน แค่แจ็กพอตที่เราเป็นอุทาหรณ์ สัญญาณเตือนให้คนที่เคยผ่าตัดแบบนุ่นได้ระวังตัวนุ่นกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า ตอนนี้เราโฟกัสเรื่องสุขภาพมากกว่า จากที่เสียเลือดไปเยอะ นุ่นต้องฟื้นฟูร่างกาย ถ้าถามว่าเราอยากมีลูกอีกไหม เรายังมีความหวัง แต่อยากโฟกัสที่ชีวิตคู่ของเรา ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าคนที่อยู่วันนั้นที่เป็นห่วงและรักนุ่นที่สุดคือหลุยส์ เขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูลที่ไม่รู้จะเป็นยังไง ฉะนั้นให้กำลังใจเรา ให้เวลาเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ นุ่นว่ามันไม่นานหรอกค่ะ นุ่นเคยสูญเสียมาเยอะ นุ่นว่าชีวิตเราต้องไปต่อได้ เราจะกลับมามีรอยยิ้ม มีความสุขอีกครั้งแน่นอน ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ วอนสื่อ น้องไม่อยู่แล้ว ไม่อยากเห็นรูปน้องในสื่ออีกแล้ว ขอให้เห็นแค่รูปเราก็พอ.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่