“Let the oil flow” คีย์เวิร์ดไฮไลต์เลยของ “คาวบอย ไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศ “ปิดดีลสันติภาพ” กับอิหร่าน ส่งสัญญาณให้เรือบรรทุกน้ำมันติดเครื่องยนต์เดินหน้าปลดล็อกวิกฤติพลังงานที่ตีบตันอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซในจุดที่ทั่วโลกสัมผัสได้ถึงข่าวดีทันทีทันใด สัญญาณ “ปล่อยให้น้ำมันไหล” มีผลทันควัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงทันตาเห็น ตลาด Brent Crude หล่นลงมาที่ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดน้ำมัน WTI (West Texas Intermediate) ลดลงไปอยู่ที่ 80.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลพ่อค้าน้ำมันโลกจมูกไวกว่าใคร นั่นหมายถึงสัญญาณบวกมาเต็มจริงแม้จะยังปักใจเชื่อแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลยไม่ได้ เพราะดีลสันติภาพแบบฉบับ “คาวบอยไบโพลาร์” ฟาวล์แล้วฟาวล์อีก พลิกกลับไปกลับมาได้แค่เสี้ยววินาที ท่ามกลางความอ่อนไหวเปราะบางยิ่งกว่าเปลือกไข่เต็มไปด้วยปัจจัยตัวแปรที่ทำให้พลิกผันได้ทุกขณะตามอารมณ์หวาดระแวงของ “มุสลิม เปอร์เซีย” กับ “ยิว ไซออนิสต์” ที่ไม่เคยไว้วางใจกัน ยังต้องลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงายกันอีกหลายอึดใจ กว่าจะถึงช็อตลงนามข้อตกลงยุติสงครามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ตามเวลาสหรัฐฯแต่โดยรหัสสัญญาณที่สะท้อนออกมาจากทุกจุดตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งทำเนียบขาว ตัวกลางอย่างปากีสถาน หรือแม้แต่ฝ่ายอิหร่านที่เริ่มส่งเสียงตรงกันระหว่างรัฐบาลกับกองกำลัง IRGCถือได้ว่า ดีลสันติภาพรอบล่าสุดก็ใกล้เคียงความจริงที่สุด นับตั้งแต่เปิดฉากตะลุมบอนกันมา 4 เดือนเต็ม“คาวบอยเพี้ยน–แขกพาล” จ่อยุติเกมยึดช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกันแนวรบตะวันออกกลางมีลุ้น หยุดแรงเขย่าวิกฤติพลังงานโลกหนักหนาสาหัสสุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ กดดันเศรษฐกิจนานาประเทศอยู่ในภาวะเปราะบางไปตามๆกันความหวังน้ำมันกลับคืนภาวะปกติ แม้จะไม่เหมือนเดิม แต่ก็เบาลงเยอะโดยเฉพาะประเทศไทย ที่เจอแรงกระแทกจากวิกฤติสงครามเขย่าน้ำมันปั่นป่วนวุ่นวายเป็นเบอร์ต้นๆของโลก สภาพน้ำมันเกลี้ยงปั๊มเกือบมิคสัญญี คนตีกันแย่งคิวเติมดีเซลที่โดน “ลักหลับ” ลอยตัวราคาฝีมือไอ้โม่งปล้นซ้ำประชาชน การเมืองมั่วน้ำมันจนเละเทะไปหมดพานกดทับสภาพเศรษฐกิจ กระเทือนปากท้องประชาชนรากหญ้า หาเช้าไม่พอกินค่ำ เจอน้ำมันแพง กระตุกข้าวยากหมากแพง รัฐบาลสวมบท “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” กู้มาแจกกันไม่ทันแถมยังพูดความจริงไม่ได้ “คลังถังแตก” หมดสิทธิลุยแจกเงินแบบเหมาเทกระจาดวิสัยก๊วนการเมืองอยากแจกแลกคะแนนนิยมใจจะขาด แต่ก็จำเป็นต้องแย่งอ้อยจากปากช้าง เวนคืน “บัตรคนจน” กลับมาสแกนคุณสมบัติกันใหม่ แยก “คนอยากจน” ออกจาก “คนยากจน” จนเกิดประเด็นดราม่า “ลูกกตัญญู” ตัดสิทธิพ่อแม่ของลูกที่เอาชื่อบุพการีไปลดหย่อนภาษีผลคือโดนด่าลั่นเมือง จน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องแตะเบรก สั่งด่วน “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ดึงจังหวะไปพลางๆตามสภาพ “รัฐประชานิยม” ที่ใช้วิธีหมุนเงินกู้บริหารจนจ่อน็อกรอบเศรษฐกิจเสี่ยงพังพาบ เพราะอุดหนุนราคาน้ำมันโจทย์สถานการณ์กดดันรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” จนหัวหมุนไปหมดแต่ที่แน่ๆ ข้ออ้างวิกฤติพลังงานจากภาวะน้ำมันย่อมเบาบางไปตามเงื่อนไขสถานการณ์ ถ้าสหรัฐฯกับอิหร่านหยุดเกมปิดช่องแคบฮอร์มุซจุดที่ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ค้างเติ่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมลดโทนความเร่งด่วนลงไป โดยเฉพาะในส่วนของงบฯกว่า 2 แสนล้านในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนน้ำหนักของฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ที่เรียกร้องให้เสนอเป็น พ.ร.บ.เงินกู้เข้าที่ประชุมสภาฯ เพื่อความโปร่งใส และคุ้มค่าของเงินกู้ที่เป็นภาระมหาศาลกับโครงการที่ล่องลอยของรัฐบาล แบบที่โปรเจกต์ “รถเก่าแลกรถใหม่” ของกระทรวงการคลัง ต้องพับแผนไป เพราะเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติจริง หรือโปรฯ “โซลาร์รูฟท็อป” ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา ที่ “ขิง สุดซอย” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้แค่ตีปี๊บลดค่าไฟ แต่ไม่ชัดเจนในปัญหาเรื่องอุปกรณ์ ราคา คุณภาพ ความคุ้มค่าในระยะยาว ที่สำคัญคือปมล็อกสเปกเอื้อเอกชนสภาพลุกลี้ลุกลน เห็นได้ชัดว่า เร่งปั่นโครงการตามเงินกู้ร้อนๆด่วนๆไหนจะ “ลูกนัว” ฉวยโหนสถานการณ์มั่วๆ แบบที่โปรเจกต์ “TH– AI Passport” แทรกคิวด่วนแบบประชาชนไม่ทันตั้งตัว อยู่ๆจะไล่แจกเอไอฟรี มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ใช้เวลาประมูลตัดจบแค่ 30–40 วัน“น้ำมัน” คืนภาวะปกติ “น้ำเงิน” ก็ต้องแตะเบรกเกมบุกด่วนเหมือนกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม