หุ้น SpaceX ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ราคาปิดวันแรก 160.95 ดอลลาร์ จากราคา IPO 135 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.95 ดอลลาร์ หรือ 19.22% ระหว่างวันราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 176.52 ดอลลาร์ ส่งผลให้มาร์เก็ตแค็ปของ SpaceX พุ่งขึ้นไปที่ 2.105 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 6 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯทันที และทำให้ อีลอน มัสก์ กลายเป็น “มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก” มีความมั่งคั่งมากกว่า 32.5 ล้านล้านบาทราคาหุ้น SpaceX ที่มัสก์ตั้งราคาเองอย่างแพงเว่อร์ แต่ก็มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อจนล้นหลายเท่า ทำให้เกิดคำว่า “Elon Premium” ซึ่งหมายถึง มูลค่าหุ้นที่นักลงทุนยินดีจ่ายเพิ่ม เพราะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของมัสก์ มากกว่าการประเมินด้วยตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว งบการเงิน SpaceX ปีล่าสุดยังขาดทุนสุทธิสูงถึง 4,900 ล้านดอลลาร์ และ มียอดขาดทุนสะสมตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทรวมกว่า 41,000 ล้านดอลลาร์ ในวันที่เข้าตลาดปัจจุบัน อีลอน มัสก์ (กำลังจะมีอายุ 55 ปีเต็ม) บริหารบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ถึง 2 บริษัท คือ Tesla (มูลค่า 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ จากราคาปิดวันศุกร์ 12 มิ.ย.ที่ 406.43 ดอลลาร์ ต่อหุ้น) กับ SpaceX มัสก์ได้เปิดเผยต่อพนักงานก่อนเปิดตลาดว่าช่วงที่เขาเริ่มต้นก่อสร้างบริษัทในปี 2002 (24 ปีก่อน) เขาไม่ได้คาดคิด ว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ “ถ้ามีคนมาบอกผมว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริง ผมคง คิดว่าคุณต้องกำลังเสพยาอะไรที่ออกฤทธิ์แรงมากแน่ๆ เพราะตัวผมเองยังคิดเลยว่า บริษัทนี้คงจะต้องล้มเหลว”ราคาหุ้น SpaceX ที่พุ่งขึ้น ไม่เพียงทำให้ อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก แต่ยังทำให้พนักงานและอดีตพนักงานที่ถือหุ้นสเปซเอ็กซ์ราว 4,400 คน กลายเป็นมหาเศรษฐี หน้าใหม่ไปด้วย ในช่วงเวลาเพียงข้ามวันลอยด์ ไกรฟ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเพื่อการลงทุน Greif & Co. ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า “การซื้อขายหุ้น SpaceX ครั้งนี้ ไม่ได้ถูกกำหนดราคาตามกลไกตลาดทั่วไป แต่เป็นดีลที่เกิดขึ้นตามความต้องการของชายคนหนึ่ง” และเมื่อชายคนนั้นต้องการ เขาย่อมได้มันมา “ชายคนนั้นชื่อ อีลอน มัสก์” เขาเกิดที่เมืองพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ มารดาเป็นชาวแคนาดา บิดาเป็นชาวแอฟริกาใต้ ก่อนย้ายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในสหรัฐอเมริกา ในแง่ของตลาดทุนสหรัฐฯ ข้อตกลงประวัติศาสตร์นี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นอย่างมาก หลังจากที่ IPO ซบเซาลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2021 และ SpaceX ได้ปลุกให้ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกลับคืนมาอีกครั้งในปี 2026 ยังมีบริษัทปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่อีก 2 บริษัท ที่จะทยอยเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท คือ OpenAI และ Anthropic ข้อมูลการระดมทุนรอบล่าสุดระบุว่า OpenAI มีมูลค่า 852,000 ล้านดอลลาร์ และ Anthropic มีมูลค่า 965,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าตลาดแต่ละบริษัทมูลค่าทะลุเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์แน่นอนความรํ่ารวยอย่างรวดเร็วของ อีลอน มัสก์ เป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลกในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่หุ้น SpaceX เข้าเทรด ทำให้ เบอร์นี แซนเดอร์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งเคยสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเตือนว่า สถานะใหม่ของมัสก์ คือสัญญาณเตือนภัยให้สังคมต้องลุกขึ้นมาจัดการกับความไม่เสมอภาคด้านรายได้ และความมั่งคั่งที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ระบุเช่นเดียวกันว่า ชาวอเมริกันกำลังดิ้นรนอย่างยากลำบาก เพื่อจ่ายค่าอาหารและนํ้ามัน แต่ อีลอน มัสก์ กลับเป็นมหาเศรษฐีล้านล้าน นี่คือ ความเหลื่อมลํ้าทางความมั่งคั่งอย่างรุนแรง ที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐฯแม้หุ้น SpaceX จะซื้อขายร้อนแรงในวันแรก แต่อนาคตจะเป็นอย่างไรต้องดูกันต่อไป เพราะ สถาบันวิจัยทางการเงิน CFRA ซึ่งเชี่ยวชาญการวิเคราะห์บัญชีการเงินในเชิงลึก ได้ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้ “ขาย” ตั้งเป้าราคาไว้แค่ 15 ดอลลาร์เท่านั้น ก็ต้องดูว่า “Elon Premium” จะยืนราคาได้นานขนาดไหน ถ้าพังวอลล์สตรีทก็จบเห่.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม