“นายกฯหนู” ระเบิดลงกลางวงมอบนโยบาย ถามหาตัว “รองผู้ว่าฯซีฟู้ด” วุ่น หลังมีข่าวกระหึ่มขู่ย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต รับไม่ได้ทำระบบผิดเพี้ยน ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตัวเหนือผู้บังคับบัญชา ลั่น มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ ใครกล้า ตกเย็น มท.เด้งฟ้าผ่า 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ตพ้นพื้นที่ทันที “หนู” ออกแรงอุ้ม TH-AI Passport ไปต่อ อ้างตกเทรนด์ AI ไม่ทันโลก “ไชยชนก” ลุยสุดซอยไม่มีชะลอ ไร้กังวลแค่คนมอบนโยบาย โยนภาระขรก.ประจำ “ไอซ์” จ่อชง ป.ป.ช. สอบ เย้ย “อนุทิน” ไม่กล้าแตะลูกนาย แฉบริษัทรู้ล่วงหน้าว่าจะได้โครงการ “ลิซ่า” ยันฝากเลี้ยง สส.ของจริง ฉลุย “นพดล” นั่งเลขาฯกฤษฎีกาคนใหม่ นายกฯบินร่วมเวทีอาเซียน-รัสเซีย กระทบไหล่ “ปูติน”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ฉะกลางวงประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย ถามหาตัว “รองผู้ว่าฯซีฟู้ด” ทำกร่างขู่ย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต ประกาศลั่นรับไม่ได้ผู้ใต้บังคับบัญชา ทำตัวใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ มท.1 ยังนั่งหัวโด่ตรงนี้จะมาปลดยังไงอยากรู้“อนุทิน” มอบนโยบายมหาดไทยเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า เรื่องเร่งด่วนช่วงนี้ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง ขอให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อีกเรื่องคือภัยพิบัติตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้วให้เตรียมการล่วงหน้า แผนเผชิญเหตุต้องพร้อมช่วยเหลือลั่นไม่ยอมต่างชาติรังแกคนไทยนายอนุทินกล่าวอีกว่า ด้านความมั่นคง ขอเน้นย้ำผู้ว่าฯทุกจังหวัดป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบในพื้นที่ โดยเฉพาะยาเสพติด อันธพาล การบุกรุกที่ดินสาธารณะ ธุรกิจนอมินี และอาชญากรรมกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท เรื่องนี้ผู้ว่าฯต้องใส่ใจมากๆ ถ้ามีเหตุคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ ผู้ว่าฯต้องใช้กลไกทุกวิถีทางประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนที่เกาะพะงันชาวต่างชาติขับจักรยานยนต์ชนแพทย์เสียชีวิต ถือว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ จับตัวได้ยังเบ่งอีก เรื่องนี้ขอให้ทราบกันไว้จะไม่มีวันยอมให้ชาวต่างชาติมารังแกคนไทย นี่ต้องถือว่าคือนโยบายสำคัญของตน ถ้ามีเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เช่นนี้แล้วผู้ต้องหายังสามารถประกันตัวได้ด้วยวงเงินแค่ 1 แสนบาท ถือว่าผู้ว่าฯ ยังทำงานไม่เต็มที่จวกรองผู้ว่าฯภูเก็ตขู่ย้ายผู้ว่าฯนายกฯกล่าวต่อว่า เห็นผู้ว่าฯภูเก็ตรายงานว่ามีคนระดับรองผู้ว่าฯบอกจะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตให้ได้ ใหญ่มาก เดี๋ยวช่วยบอกด้วยว่ารองผู้ว่าฯคนไหนที่บอกว่าใหญ่กว่าทุกคน ใหญ่กว่านายกฯหรือเปล่า เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูด้วย แบบนี้ไม่ได้ ถ้าผู้ว่าฯรายงานแบบนี้มา จะเอาผิดท่านผู้ว่าฯเพราะท่านต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้ “ไอ้รองผู้ว่าฯคนนี้ มันไม่มีทางใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ใหญ่กว่าปลัด รองปลัด หรืออธิบดี อย่ามาเทียบกับนายกฯ หรือรัฐมนตรีมันเป็นไปไม่ได้ รายงานแบบนี้ไม่ได้ ผมรับไม่ได้ และผมเขียนตอบท่านได้ไหม ผู้ว่าฯภูเก็ตไม่ใช่ผู้ว่าฯธรรมดา เป็นผู้ว่าฯที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ว่าฯที่หมายความว่าผู้ว่าฯเบ้ (เซมเบ้) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร เป็น อดีตอธิบดีกรมการปกครอง จะมีใครใหญ่กว่าท่านอีก มีใครย้ายท่านได้ยกเว้นผม ก็ให้มันรู้ไป เราจะได้รู้ว่ากระทรวงนี้มันไม่ไหวแล้ว วันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯต้องหารือและมีคำตอบให้ผม ก่อนที่ผมจะบินไปรัสเซีย”รับไม่ได้ระบบผิดเพี้ยนนายอนุทินกล่าวว่า ขอให้จัดการให้เรียบร้อย สั่งวันนี้เสร็จ Yesterday (เมื่อวาน) จัดการให้เรียบร้อยด้วย ไม่ได้ก้าวก่าย ไม่ได้แทรกแซง แต่นี่คือนโยบาย ถ้ามีผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชา มีอยู่ 2 อย่าง คือ สองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แน่ ไม่ผู้บังคับบัญชาถอย ก็คนที่ใหญ่กว่าต้องถอย ต้องแสดงให้ดู ดูสิว่ามีใครใหญ่กว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการให้เหมาะสมด้วย เพราะจากรายงานเช่นนี้ ในฐานะ รมว.มหาดไทยรับไม่ได้เช่นกัน มันต้องมีความเพี้ยนเกิดขึ้นในระบบของเรา ที่ผ่านมาอาจมีการปกครองกันเช่นนี้ แต่วันนี้ไม่มี วันนี้เราเป็นพี่น้องกัน ทุกอย่างทำตามหน้าที่ และภาระความรับผิดชอบเดือดถามหาตัววุ่น “รองฯซีฟู้ด”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างมอบนโยบายช่วงหนึ่ง นายอนุทินได้ให้นายนิรัตน์รายงานสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พร้อมซักถามว่า “ไหนใครจะปลดท่าน” ผวจ.ภูเก็ตตอบกลับว่า “มีท่านนายกฯย้ายผมได้คนเดียวครับ” นายอนุทินได้อ่านโพสต์ในโซเชียลมีเดีย จากหลายบัญชีหลายข้อความ อาทิ “ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนิทรองผู้ว่าฯบุกรุก ถึงว่าทำไมหวงอำนาจเหมือนหมาหวงชามข้าว” “รองฯซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯภูเก็ต กับรองฯซีฟู้ดใครไปก่อนกัน แบ็กใครใหญ่กว่ากัน” ก่อนกล่าวว่า ไม่ได้เชื่อ แต่ถือว่าที่ใดมีควันที่นั่นมีไฟ มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้ทิ่มเข้าตัว แบบนี้อายเขา รองฯซีฟู้ดอยู่ในที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ทำให้นายอรรษิษฐุ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวย้ำถามหารองฯซีฟู้ดอีกครั้งว่า “มีข่าวทุกครั้งรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่ได้ทำก็ชี้แจงมา นายกฯพร้อมฟังอยู่” พร้อมย้ำถามหาตัวอยู่หลายครั้ง จนนายนิรัตน์ต้องลุกขึ้นยืนยันว่า “เข้าครบครับ” ก่อนขอให้ปลัดฯมหาดไทยตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมท.1 นั่งหัวโด่อยู่นี่ใครกล้าปลดนายอนุทินกล่าวเสริมว่า ไม่ได้บอกว่ารองฯซีฟู้ดผิด เรารับข้อมูลมาดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขณะที่นายอรรษิษฐ์ถามย้ำหารองผู้ว่าฯชื่อเป็นสัตว์ทะเล นายอนุทินกล่าวแทรกขึ้นว่า “ชื่อกุ้งใช่ไหม” ทำให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู รอง ผวจ.ภูเก็ต ที่มีชื่อเล่นว่า “กุ้ง” รีบออกตัวชี้แจงว่า “มีรองผู้ว่าฯชื่อกุ้ง 2 คน กับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกฯ เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล” นายอนุทินจึงบอกให้ส่งหนังสือถึงปลัดฯ พร้อมกล่าวย้ำอีกรอบว่า “รองผู้ว่าฯจะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ พูดแบบนี้เหมือนอากาศธาตุ คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 พูดไปอายเขาเราเป็นข้าราชการนี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดฯด้วย สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมสนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่เกิดในกระทรวงมหาดไทย”สั่งเข้มปลัดฯมหาดไทยไปจัดการนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างดุเดือดระหว่างมอบนโยบายว่า ไม่เดือด แค่ตอกย้ำให้ดำเนินการกับพวกอันธพาลเด็ดขาดและเข้มงวด เท่าที่ทราบดำเนินการไปถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่มีการข่มขู่ มีการกลับคำให้การของพยานบางคน เพราะกลัวอิทธิพล จึงย้ำให้ ผวจ.ภูเก็ตดำเนินการเต็มที่ ส่วนปัญหาระหว่าง ผวจ.ภูเก็ตกับรอง ผวจ.ภูเก็ต ไม่มีปัญหา ปลัดฯมหาดไทยต้องดำเนินการในสิ่งที่สมควร จะให้ติดปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลไม่ได้ รองผู้ว่าฯ จะย้ายผู้ว่าฯไม่มี อย่าไปให้ความเชื่อถือ อย่าไปให้ค่า คนที่ย้ายผู้ว่าฯได้คือปลัดฯมหาดไทย และต้องได้รับการเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทย ต้องเข้า ครม.ชิ่งตอบแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย”เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กรณีแชตหลุด“ช่วยน้ำเงินด้วย” นายอนุทินตอบสั้นๆว่า เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามย้ำว่า ตั้งคณะกรรมการสอบแล้วหรือยัง นายอนุทินไม่ตอบคำถาม พร้อมกล่าวตัดบทว่า “โอเคนะ ผมนัดทูตบรูไนไว้”มท.ย้ายฟ้าผ่า 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ตช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางวจิราพร อมาตยกุล รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.สมุทรสาคร 2.นายธีระพงศ์ ช่วยชู รอง ผวจ.ภูเก็ต ไปเป็นรองผวจ.นครศรีธรรมราช 3.ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผวจ.สมุทรสาคร เป็นรอง ผวจ.ภูเก็ต แทน 4.นายอดุลย์ ชูทอง รอง ผวจ.ภูเก็ต ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.สงขลา และ 5.นายรอมดอน หะยีอาแว รอง ผวจ.สงขลา ย้ายไปเป็นรอง ผวจ.ภูเก็ต ตามคำสั่งที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิ.ย.69 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป กำหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ในวันที่ 16 มิ.ย.โปรโมต Food Delivery Platformต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นำตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วม ขณะที่นายพิศาล อำนวยเจริญกุล รองผู้อำนวยการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำนายกฯเดินชมบูธของธนาคารกรุงไทย ที่นำเสนอ AI นกกระซิบ จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมบูธ GrabFood บูธ Line man บูธ Robinhood และบูธ ShopeeFood ทั้งนี้ ที่บูธ GrabFood มีน้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ ในฐานะ“Friend of Grab” และชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต มาร่วมประชาสัมพันธ์ นายอนุทินพยายามขออุ้มน้องเกล โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกฯ ชักชวนให้น้องเกลเข้ามาอยู่ใกล้ๆ “ลุงหนู” ชวนให้ดูพระที่คอ แต่น้องเกลส่ายหัว ไม่ได้ให้นายกฯอุ้ม สร้างรอยยิ้มแก่ผู้ร่วมงานถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของหนูน้อย และระหว่างชมกิจกรรม นายกฯร่วมชงชาชัก สร้างสีสันให้กิจกรรมตกเทรนด์ AI ล้าหลังไม่ทันโลกนายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านท้วงติงโครงการ TH-AI Passport ว่า เราต้องเติบโตไปกับโลกเทคโนโลยี วันนี้ใครเข้าไม่ถึง AI ถือเป็นคนที่ล้าหลังไม่ทันโลก ประเทศไทยเรามีความมั่นคงเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการสื่อสารเป็นลำดับต้นของโลกอยู่แล้ว เรามีทั้งผู้สามารถเขียนโปรแกรม ผู้พัฒนาระบบขึ้นเองเอาแพลตฟอร์มและองค์ความรู้ต่างๆมาพัฒนา แล้วกระจายเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ไปให้ประชาชน เมื่อถามย้ำว่าเขาไม่ได้ติงแนวคิด แต่ติงที่ทีโออาร์ที่เกี่ยวพันกับคนที่ใกล้ชิดตระกูลชิดชอบ นายอนุทินตอบว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการ รมว.ดีอี เป็นผู้รับผิดชอบและอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องกังวลคือดำเนินการด้วยความสุจริต และเป็นไปตามขั้นตอนที่ระเบียบกำหนดหรือไม่ เพราะถ้าเขาไม่ทำจะมีปัญหาเรื่องผลงานและการประเมินส่อแววอุ้ม TH–AI Passport ไปต่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการนี้จะไม่มีนอกมีใน นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน มีแต่ให้ประชาชน พวกเราไม่ทนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตพวกตนดีขึ้น มีประโยชน์ มีเงินมีทองเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี เป็นประชาชนธรรมดา หรือนายกฯ ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องไปเกรงใจใคร หรือเกรงกลัวใครที่จะทำทุจริต โดยเฉพาะในรัฐบาลที่เป็นนายกฯอยู่ เมื่อถามว่าพร้อมให้ตรวจสอบตลอดใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ต้องไม่ถามนำ นายกฯและคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ทุกคนรังเกียจการกระทำทุกชนิดที่ทุจริตผิดกฎหมาย ไม่เฉพาะเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง แต่งตั้งโยกย้าย ถ้ามีทุจริตเราดำเนินการเต็มที่ย้ำว่าเราจะเป็นศัตรูกับเรื่องทุจริตทุกรูปแบบ และทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ถ้าไม่ถูกต้องระบบจะทำให้มันล้มไปเอง และถ้าผิดกฎหมายระบบก็จะทำให้มันผ่านไปไม่ได้ แต่แน่นอนว่าประชาชนรอ AI อยู่ AI ต้องตอบไม่ใช่ถามอยู่ 3 คำถามแล้วค่อยๆช้าลงไป เวลาทำมาหากินมันรอไม่ได้ ถามปุ๊บต้องตอบปั๊บ”“ไชยชนก” ลุยสุดซอยไม่มีชะลอนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กล่าวถึงการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า เตรียมเจรจากับคู่สัญญาครั้งแรกวันที่ 16 มิ.ย. เมื่อถามว่ายืนยันไม่ชะลอหรือพักโครงการนี้ใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ฝ่ายประจำยืนยันว่าทำถูกต้องตามกระบวนการ สั่งการให้ปลัดกระทรวงดีอีติดตามทุกข้อมูล หากมีอะไรที่กระทำผิดขึ้นมาแน่นอนว่าต้องยกเลิก เรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ กับเรื่องต้นทุนการผลิตต่อหน่วย รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ชัดเจนอยู่แล้วว่าดี ยืนยันไม่มีส่วนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อถามว่าจะปรับรายละเอียดสัญญาหรือทีโออาร์หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ทีโออาร์ปรับไม่ได้ แต่ในตัวสัญญาเราสามารถแนบท้ายได้ ถ้าเจรจาแล้วคู่สัญญายินยอม ต้องรอดูการประชุมพรุ่งนี้ไม่กังวลเป็นแค่คนมอบนโยบายเมื่อถามว่าจะแก้ไขส่วนแนบท้ายอย่างไร นายไชยชนกตอบว่า ต้องแก้อยู่แล้วหากจะเดินต่อ เช่น จ่ายตามการใช้งานจริง หากไม่มีการใช้จริงก็ไม่ต้องจ่าย รัฐไม่ต้องเสียเงิน เมื่อถามว่าสังคมยังมีข้อกังขาเรื่องบริษัทที่เป็นคู่ทีโออาร์ จะทำให้เรื่องนี้โปร่งใสได้ใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า เป็นสิ่งที่ฝ่ายปฏิบัติการและข้าราชการประจำต้องชี้แจงให้ได้ ส่วนที่มีการเปิดข้อมูลว่าโครงการนี้มีผู้เตรียมตัวเข้าร่วมประมูลมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นายไชยชนกตอบว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ มอบนโยบายอย่างเดียว และไม่เกี่ยวว่าเป็นโครงการของลูกนาย เราต้องยืนหยัดในเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับ แต่ถ้ามีเรื่องผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบเมื่อไหร่ พร้อมจะรีเซ็ตทุกอย่าง เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะยื่นร้องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ นายไชยชนกตอบว่า ไม่กังวล เพราะเป็นเพียงผู้มอบนโยบาย ส่วนฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรงนั้นยืนยันว่าเขาไม่กังวล เรื่องนี้ต้องไปถามฝ่ายข้าราชการประจำหรือฝ่ายปฏิบัติการร่วมเวทีอาเซียน–รัสเซีย 17–18 มิ.ย.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Russia Commemorative Summit) ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย. ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย มุ่งใช้เวทีนี้ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศและประชาชน นายกฯจะออกเดินทางจากประเทศไทยในช่วงบ่ายวันที่ 16 มิ.ย.หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ การหารือกับภาคเอกชนอาเซียน-รัสเซีย และพบปะผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธา นาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ตลอดจนผู้แทนภาคธุรกิจชั้นนำ“สีหศักดิ์” ดูจังหวะนายกฯถก “ปูติน”นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นการประชุมในกรอบอาเซียน-รัสเซีย เพื่อหารือสถานการณ์โลกและภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในสาขาใหม่ๆ ระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย เมื่อถามว่าจะมีการเจรจาการค้าอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า คงไม่ดีล เพราะการซื้อปุ๋ยมีการหารือกันอยู่แล้ว เราไปในกรอบอาเซียน ขึ้นอยู่กับจังหวะการหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูตินสานต่อร่วมมือไทย–บรูไนทุกมิติที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายเปองีรัน ฮาจี ซาฮารี บิน เปองีรัน ฮาจี ซัลเละฮ์ เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย เข้าอำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ นายอนุทินกล่าวขอบคุณการร่วมงานตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน โดยเฉพาะการนำเข้าปุ๋ยจากพลังงานของบรูไน สนับสนุนการลดต้นทุนของเกษตรกรไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสองประเทศจี้ รบ.ปรับเกณฑ์ไทยช่วยไทยพลัสช่วงสายที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุม ครม.เงาโดยเปิดให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์ด้วย มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. เป็นประธาน ทั้งนี้นายวรัญญู ทิพยมนตรี ตัวแทนสมาคมร้านอาหารเข้าร่วมสะท้อนปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส นายวรัญญูกล่าวว่า ยอดขายตกลงไปเยอะมาก เพราะประชาชนเทไปใช้สิทธิ์ อย่างตนมีร้านอยู่ราวๆ 40-50 สาขาทั่วประเทศ มีพนักงานอยู่ในเครือ 300-400 คน อยากเสนอให้รัฐบาลเล็งเห็นว่าธุรกิจร้านอาหารระดับ S ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้สามารถร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย เพราะพวกเราก็สะบักสะบอมจากปัญหาเศรษฐกิจ ด้านนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการลงโทษผู้ประกอบการที่ทำดี ร้านที่จดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง เสียภาษีถูกต้องไม่ได้เข้าโครงการกลายเป็นความเหลื่อมล้ำ ยังมีเวลาอีก 3 เดือนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ อยากให้รัฐบาลปรับแก้กฎเกณฑ์ของฝั่งร้านค้า ร้านอาหาร ให้นิติบุคคลไซส์ S ที่จดทะเบียนถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการฯในช่วงเวลาที่เหลือได้“ไอซ์”แขวะ “ไชยชนก” หลบหลังปลัดน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. กล่าวในที่ประชุมถึงการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า เดิมตั้งใจว่ามีการลงทะเบียนเมื่อไหร่จะไปยื่น แต่ตอนนี้คิดว่าหากเอกสารพร้อมเมื่อไหร่ก็จะยื่น กระทรวงดีอีตั้งเป้าว่าจะเปิดลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 1 ก.ค. คงอยู่ในช่วงระยะเวลานี้ เรื่องนี้คนที่ต้องออกมายืดอกรับคือนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี อย่าไปยืนหลบอยู่หลังปลัดกระทรวงดีอี หรือยืนหลบอยู่หลังบริษัท ในฐานะผู้มีอำนาจเต็มต้องพิสูจน์ว่าอะไรที่เกิดขึ้น และไม่ถูกต้องก็สั่งให้ปลัดกระทรวงยกเลิกโครงการนี้ อย่าไปเกรงใจใคร เพราะปลัดบอกแล้วว่าอำนาจอยู่ในมือปลัด และรัฐมนตรีสามารถสั่งปลัดได้ ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เห็นสั่งเบรกมาแล้วหลายโครงการ ทั้งแลนด์บริดจ์ การเปลี่ยนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เรื่องนี้เงียบกริบ หรือว่าไม่กล้าแตะต้องลูกนาย ส่วนในคำร้องจะเน้นไปที่ฝ่ายการเมือง เพราะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด แต่ข้าราชการคนไหนที่ยินดีขายตัวรับใช้ คงต้องโดนด้วยเผยบริษัทรู้ล่วงหน้าจะได้โครงการเมื่อถามถึงกรณีมีการเปิดภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ที่ถ่ายกับผู้ประมูลโครงการนี้ น.ส.รักชนกตอบว่า ที่วันนี้ยังไม่เลิกติดตามโครงการนี้ และเปิดต่อเนื่อง เป้าหมายสุดท้ายคือต้องการให้พับโครงการนี้ ไม่ว่าใครจะถ่ายรูปร่วมกับใครมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ไม่ส่งผลต่อการทำงานที่ยึดผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ถ้าประชาชนรู้ข้อมูลว่านายปิยบุตรและนายธนาธร มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการไหนในภาครัฐ ไปล็อกสเปกหรือปั้นโครงการให้ใคร สามารถส่งมาได้ ยืนยันจะจัดการและยื่น ป.ป.ช.ให้ มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าคนใน คนนอก ทั้งนี้ น.ส.รักชนกเปิดเผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีข้อสังเกตถึงการทุจริตเป็นไปอย่างเป็นระบบ ในลักษณะสั่งวันนี้แต่ทำเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว เช่น บริษัทที่ดูแลโครงการ TH-AI Passport รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะได้รับโครงการ เนื่องจากพบดิจิทัลฟุตพรินต์ เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2568 ทั้งที่โครงการทำประชาพิจารณ์ และเปิดประมูลปลายเดือน ธ.ค.2568 ประกาศผู้ชนะปลายเดือน ม.ค.2569 นอกจากนี้ ยังพบโครงการอื่นในลักษณะเดียวกันในอีก 2 กระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมทั้งสิ้นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท อยากให้ทบทวน TOR หรือพับโครงการไปก่อน“ลิซ่า” ยันฝากเลี้ยง สส.ของจริงน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีออกมาเปิดข้อมูลขบวนการฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ว่า เรื่องนี้ไม่มีหลักฐาน แต่เป็นเรื่องที่ไปถามนักการเมืองคนไหนก็รู้กันหมดว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เป็น สส.ฝ่ายค้าน แต่ขอไม่ระบุว่าพรรคไหน ในพรรค ปชน.ก็ถูกทาบทาม คิดว่าต้นตอคือการใช้เงินเพื่อซื้อ สส.ให้อยู่ครบองค์ประชุม ให้โหวตเป็นครั้งคราว โดยไม่ต้องย้ายพรรค ควรเลิกแล้วไปสู้กันในการเลือกตั้งครั้งต่อไป วันนี้พวกเราพ่ายแพ้พวกคุณชนะ ไม่ต้องมาพยายามหาพลพรรคเพิ่มกันแบบนี้ เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง ไม่ได้ซื้อเจตจำนงทางการเมือง ไม่ได้ซื้อความตั้งใจ และเจตนาของคนได้ อย่าเข้าใจผิดว่าเงินคุณมันใหญ่มากพอจะซื้อคนที่เข้ามาด้วยเจตนาของการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าคนที่เป็น สส.พรรค ปชน. สิ่งเดียวที่ต้องมีคือการยืนหยัดซื่อสัตย์กับประชาชน และมีเจตจำนงทางการเมือง ไม่ได้บอกว่าวันนี้ในพรรคมีเกลือเป็นหนอน หรือมีงูเห่า ที่ผ่านมามีตัวอย่างชัดเจนว่าคนเป็นงูเห่าและทรยศประชาชน สุดท้ายหมดอนาคตทางการเมือง“ภราดร” เปิดไทม์ไลน์ถกงบปี 70ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม.วันที่ 16 มิ.ย. จะเสนอการรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบจะจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม และเสนอเข้า ครม.ใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 23 มิ.ย. เพื่อบรรจุวาระการประชุม แจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป คาดว่าเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระแรกช่วงวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ส่วนวาระที่ 2-3 คาดเป็นช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. มั่นใจทันใช้วันที่ 1 ต.ค. เมื่อถามว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. เตรียมตรวจสอบงบประมาณปี 70 รวมถึง พ.ร.บ.โอนงบปี 2569 นายภราดรตอบว่า ดี จะได้ช่วยกันตรวจสอบการใช้จ่ายของภาครัฐ หากตรงไหนยังเป็นไขมันต้องช่วยกันตัดลดลงไป เมื่อถามว่างบประมาณบางกระทรวงอย่างกระทรวงดีอี จะทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าหรือไม่ นายภราดรตอบว่า ไม่ ไทม์ไลน์ยังคงเป็นไปตามเดิม เสร็จทันวันที่ 1 ต.ค.นี้สว.เดินล่าชื่อ สส.ขอเสียงแก้ รธน.ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของวุฒิสภาว่า ยกร่างเนื้อหาแล้วเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเดินสายนำเสนอให้พรรคการเมืองพิจารณา เพื่อขอรายชื่อสนับสนุนให้ครบ 140 เสียง มีพรรคที่ลงชื่อสนับสนุนแล้ว คือ พรรคประชาธิปัตย์มีสส.ลงนามให้เกือบทั้งพรรค สัปดาห์หน้าเตรียมนัดคุยกับพรรคประชาชน และยังนัดหมายพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย ขอเสียงสนับสนุนด้วย คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชัดเจนว่าได้รายชื่อครบหรือไม่ หากสุดท้ายรวบรวมรายชื่อได้ไม่ครบอาจหาช่องทางอื่น เพื่อนำเสนอเนื้อหาต่อสาธารณะต่อไป ส่วนเนื้อหากำหนดให้มีสภาการมีส่วนร่วมของประชาชน 200 คน มาจากประชาชนเลือกทั้งหมด และมีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเป็นผู้เลือกปลุกปลดล็อก รธน.60 เจ้าปัญหาขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีภาคประชาชน WeVis ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดสัมมนา Dream Con with Policymakers ก้าวต่อไปของรัฐธรรมนูญไทยในสายตารัฐสภา เพื่อร่วมหารือกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมีตัวแทนจากพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และ สว. เข้าร่วม นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา กล่าวเปิดงานว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหาเรื่องเนื้อหาและที่มา จึงต้องหาทางออกให้กติกาประเทศเกิดขึ้นได้ตามเจตจำนงของประชาชน ตามผลการออกเสียงประชามติที่เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม แม้จะมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อจำกัดก็ต้องช่วยกัน ทั้งนี้ภายในงานได้จัดสำรวจความเห็นการแก้รัฐธรรมนูญให้ผู้เข้าร่วมงานเลือกหัวข้อความสนใจที่อยากให้แก้ไข พบว่าประเด็นเกี่ยวกับระบบยุติธรรมการตรวจสอบประเด็นโครงสร้างอำนาจและการเมืองการปกคอง และประเด็นคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ได้รับความสนใจที่สุดสว.ฉลุย “นพดล” นั่งเลขาฯกฤษฎีกาวันเดียวกันมีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเลือกเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอชื่อนายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดำรงตำแหน่ง โดยเป็นการประชุมลับ แต่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายคัดค้านว่า การประชุมลับเป็นการปิดประตูตีแมว ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสำคัญสมควรที่ สว.จะทำลับๆ ล่อๆหรือไม่ พร้อมยกต้นเหตุจากการฮั้วเลือก สว. ทำให้ พล.อ.เกรียงไกรพยายามตัดบทจนเกิดการโต้แย้งกันไปมา น.ส.นันทนากล่าวว่า “ถ้าสะเทือนใจ ไม่พูดก็ได้” สุดท้ายที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบนายนพดล ด้วยคะแนน 147 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 22ประชุม สมช.ถกกลไก UNCLOSที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วม นายอนุทินแถลงหลังการประชุมว่า มีการหารือกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องกลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) และเรื่องโดรนต่างๆ เมื่อถามว่าได้รับรายงานเรื่องรถถังกัมพูชาประชิดแนวชายแดนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่มี กัมพูชาจะทำอะไรในดินแดนของเขาเราไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง เราเฝ้าระวังชายแดนของเรามีความพร้อมเต็มที่ ไม่ให้ใครเข้ามารุกรานอธิปไตยของเรา ให้ความเชื่อมั่นว่าไม่มีใครล่วงล้ำหรือบุกรุกดินแดนของเราได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่