พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรม มหาราชวัง ขณะที่วันที่สองของการเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป “พระองค์ภา” ที่ศาลาสหทัยสมาคม เหล่าทูตนานาชาติร่วมลงนามถวายความอาลัยไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับพสกนิกรทั่วสารทิศหลั่งไหลกราบสักการะพระศพเบื้องหน้าพระรูปต่อเนื่อง ด้านชาวบ้านเผยเหตุการณ์สุดประทับใจไม่รู้ลืมเมื่อ “พระองค์ภา” เสด็จทรงเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย-ดำนา เกี่ยวข้าว อย่างไม่ทรงถือพระองค์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มิ.ย.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วยครั้นเสด็จฯถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระประจำวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ครบ 4 จบแล้ว เจ้าพนักงานลากภูษาโยง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงทอดผ้าไตร แล้วเสด็จฯ กลับมาประทับพระราชอาสน์ พระราชาคณะ 1 รูป ถวายอดิเรก พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระสัปตปฎลเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าพระโกศพระศพ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับส่วนที่พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยตั้งแต่ช่วงเช้า มีบุคคลสำคัญ เอกอัครราชทูต อุปทูต กงสุลใหญ่ กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ กงสุล กงสุลกิตติมศักดิ์ จากประเทศต่างๆ อาทิ อินโดนีเซีย ลักเซมเบิร์ก สเปน โอมาน มอลตา มาลี ซานมารีโน มัลดีฟส์ คีร์กีซสถาน เยเมน อาร์เมเนีย สหราชอาณาจักร ชิลี ผู้แทนซาอุดีอาระเบีย เลโซโท ฯลฯ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยทยอยเดินทางมาลงนามถวายอาลัยขณะเดียวกันสมาชิกราชสกุล คณะบุคคล และประชาชนทุกหมู่เหล่าจากจังหวัดต่างๆ แต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาถวายสักการะพระศพ เบื้องหน้าพระรูปฯ ด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ราชสกุลจุฑาธุช ราชสกุลยุคล ราชสกุลอาภากร ราชสกุลเกษมสันต์ ราชสกุลลดาวัลย์ ราชสกุลภาณุมาศ ราชสกุลวรวุฒิ ราชสกุลวัชรีวงศ์ ราชสกุลศิริวงศ์ ราชสกุลนรินทรกุล คณะพระสหายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ รวมถึงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มาพร้อมกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการการเมือง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย คณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิชัยพัฒนา คณะผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย คณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหนองพระพิทยา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ฯลฯ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ตำรวจ ทหาร และสำนักงานเขตพระนคร รวมถึงจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกสำหรับในส่วนภูมิภาค เหล่าหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนแต่ละจังหวัด พร้อมใจจัดโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมเครื่องสักการะและเครื่องทองน้อยในสถานที่ของหน่วยงานให้ประชาชนได้ถวายสักการะและถวายความอาลัย รวมถึงจัดกิจกรรมถวายเป็นพระกุศล โดยที่ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นางสาวฑิพารัตน์ โชติพิทยานนท์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้ต้องขังหญิงกว่า 700 คน ร่วมกราบถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภาฯ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงดูแลและให้โอกาสแก่ผู้ต้องขัง ส่วนที่ตลาดญี่ปุ่น ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร ทางตลาดได้นำพระรูปสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภาฯ มาประดิษฐานบนโต๊ะหมู่ ส่วนเจ้าของร้านค้าทุกร้านพากันใส่เสื้อผ้าชุดดำมาขายของ โดยแต่ละร้านยังประดิษฐานพระรูปพระองค์ภาฯ ในพระอิริยาบทต่างๆที่บริเวณหน้าร้าน ส่วนประชาชนที่มาหาซื้อของส่วนใหญ่ก็ใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ เพื่อแสดงความอาลัย ไม่มีใครใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดด้านนายอุดม คำทองแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 บ้านบางนกวัก ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงความประทับใจในพระจริยวัตรของ “พระองค์ภา” ที่เสด็จมาทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563 อย่างไม่ทรงถือพระองค์ว่า พระองค์ทรงเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ทรงพระดำเนินเพื่อทอดพระเนตรสภาพน้ำที่ยังคงท่วมขังพื้นที่บ้านเรือนราษฎรด้วยความห่วงใยเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร พร้อมพระราชทานถุงยังชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย แก่ตัวแทนราษฎรในพื้นที่และราษฎรที่นำเรือมารอรับเสด็จ นอกจากนั้นยังได้ทรงให้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่และสะพานสำหรับเดินข้ามมายังอาคารเรียนแก่โรงเรียนบ้านบางนกวักอีกด้วยเช่นเดียวกับนางคำปุ่น ทัดเทียมหัด หนึ่งใน 16 บุคคลต้นแบบ โครงการคนต้นแบบรุ่นที่ 1 ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เล่าถึงความประทับใจอย่างมาก เมื่อครั้ง “พระองค์ภา” เสด็จมาดำนา เกี่ยวข้าว ที่ศูนย์การเรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียง ในพระราชดำริ บ้านเหล่าหลวงใต้ หมู่ 8 ตำบลวังทอง ว่าพระองค์ภาเสด็จมาครั้งแรกปี 2562 ที่โรงเรียนบ้านกำแมด ซึ่งทรงเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นที่ที่ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องต่างๆ เช่น การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เช่น ปลาดุก กบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงได้มีการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นที่เรียนรู้สำหรับประชาชน แล้วเสด็จมาที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ บางปีมาดำนา บางปีมาเกี่ยวข้าว แล้วแต่พระประสงค์ อย่างไม่ทรงถือพระองค์ ทรงเป็นกันเองกับทุกๆคน ประชาชนแม้อยู่ห่างๆ แต่สัมผัสได้ว่าพระองค์ท่าน ไม่ถือพระองค์ จิตใจดี และที่ประทับใจไม่รู้ลืมคือเมื่อพระองค์มาเกี่ยวข้าวแล้วหาบข้าว เดินจากแปลงนามาถึงศูนย์ศิลปาชีพสมเด็จย่า เป็นระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่