ตะวันออกกลางใกล้เห็นสันติภาพ หลัง “สหรัฐฯ- อิหร่าน” บรรลุข้อตกลงการเจรจายุติความขัดแย้ง โดย “ทรัมป์” ประกาศชัดจัดทำร่างเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์เสร็จสิ้นแล้ว พร้อมยกเลิกมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเล เปิดการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ ปลดล็อกเส้นทางขนส่งน้ำมัน ลั่นให้เรือทุกลำสตาร์ตเครื่องยนต์รอได้เลย ด้านสื่อนอกร่วมประโคมข่าวดี รวมถึงเปิดร่างบันทึกข้อตกลง 12 ข้อ เหลือแค่รอพิธีลงนามสองฝ่ายที่สวิตเซอร์แลนด์ 19 มิ.ย.นี้ ขณะที่ผู้นำอิสราเอลยังแทงกั๊ก ไม่ผูกมัดตัวเองกับร่างบันทึกฯดังกล่าว จ่อตรึงทหารไว้ในเลบานอน ลุยกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไปกระบวนการเจรจาหย่าศึกระหว่างสหรัฐ อเมริกา-อิหร่าน ใกล้บรรลุความจริงแล้วในที่สุด หลังเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ทั้งสองรัฐบาลคู่ขัดแย้งได้ยอมตกลงรับร่างบันทึกความเข้าใจที่จัดทำร่วมกันเพื่อปูทางสู่การยุติความขัดแย้งเป็นที่เรียบร้อย โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า ร่างเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์จัดทำเสร็จสิ้น ขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย และในการนี้จึงขอประกาศเปิดการสัญจรอย่างเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกับยกเลิกมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลของกองทัพสหรัฐฯ เรือทุกลำสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ น้ำมันจงไหลไปขณะที่นายเชห์บาฟ ชาริฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ในฐานะตัวกลางประสานงานไกล่เกลี่ย อธิบายเพิ่มเติมว่า ร่างบันทึกความเข้าใจที่มีการเจรจาเงื่อนไขกันมายาวนาน ได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่านแล้วในวันที่ 15 มิ.ย. ทั้งสองฝ่ายประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน การลงนามรับรองบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ จะมีขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ พวกเราขอขอบคุณสหรัฐฯ และอิหร่านที่มุ่งมั่นใช้กระบวนการทางการทูตหาทางออกจากความขัดแย้ง พร้อมขอบคุณเหล่าพี่น้องที่เข้ามาช่วยกันทำหน้าที่กาวใจเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยไม่ว่ากาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย หรือตุรกี ในสัปดาห์นี้รัฐบาลตัวกลางจะช่วยอำนวยความสะดวกต่อในเรื่องการจัดหารือเพื่อลงรายละเอียดทางเทคนิคและพิธีลงนามรับรองบันทึกความเข้าใจ โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน และนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นตัวแทนการลงนามที่สวิตเซอร์แลนด์สำหรับรายละเอียดของร่างบันทึกความเข้าใจที่ได้รับการยินยอมจากทางสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งหมด 12 ข้อ ได้แก่ 1.หยุดยิงถาวรทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน 2.สหรัฐฯจะมีความตั้งใจอย่างจริงจังว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอิหร่าน 3.ยกเลิกมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลและเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 30 วัน 4.กองทัพสหรัฐฯถอนกำลังออกจากพื้นที่รอบๆ ประเทศอิหร่าน 5.ระงับมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน และเปิดทางให้อิหร่านเข้าถึงรายได้ 6.เงินฟื้นฟูอิหร่าน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 9.6 ล้านล้านบาท จะมาจากเงินทุนของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร 7.การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย จะใช้เวลา 60 วันหลังจากนี้ และจะมุ่งเน้นการหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์และการปลดล็อกคว่ำบาตรร่างบันทึกความเข้าใจสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังมีเงื่อนไขต่อไปว่า 8.อิหร่านมีความยึดมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้กรอบสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ 9.สหรัฐฯจะไม่เติมทหารเข้ามาในภูมิภาคหรือใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ ต่ออิหร่านตลอดระยะเวลาการเจรจา 10.สหรัฐฯจะคืนสินทรัพย์อิหร่านที่อายัดไว้ จำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 768,000 ล้านบาทภายในช่วงที่มีการเจรจากัน 11.คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) จะมีการจัดตั้งกลไกกำกับดูแลข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย และให้การสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และ 12.โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และมาตรการของอิหร่านในการสนับสนุนเครือข่ายความมั่นคงต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะไม่มีการหยิบยกมาหารือแต่อย่างใดวันเดียวกัน หนังสือพิมพ์มาอาริฟในอิสราเอลรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้โทรศัพท์บอกประธานาธิบดีสหรัฐฯว่า อิสราเอลไม่ได้มองว่าตัวเองถูกผูกมัดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และอิสราเอลมีแผนที่จะตรึงทหารไว้ในเลบานอน พร้อมกับปฏิบัติการทางทหารต่อกองกำลังติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่อไป ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า ทีแรกทางการอิหร่านได้แจ้งสหรัฐฯ ว่า จะไม่ยอมรับเงื่อนไขบันทึกความเข้าใจ และจะดำเนินการโจมตีอิสราเอลระลอกใหม่ แต่นายทรัมป์ได้เกลี้ยกล่อมอิหร่านในนาทีสุดท้าย และเติมเงื่อนไขไปว่าสหรัฐฯจะยกเลิกมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลในทันที จึงทำให้อิหร่านยอมยั้งมือและยอมรับร่างบันทึกความเข้าใจอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่