กลับมาสร้างความเสียวสยอง สุดสะพรึงกันต่อ เฌอปราง อารีย์กุล อดีตผู้จัดการวง BNK48- นักแสดงสาวมากความสามารถ พาเดินทางครั้งใหม่ในภาพยนตร์ไสยศาสตร์ สยองขวัญ “พนอ” ภาค 2 ค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น เป็นการทำงานที่หนักหน่วง แต่ได้ประสบการณ์แปลกใหม่โดนตุ๊กแกกัดแถมทำงานแบบชีพจรลงเท้าสุดๆ บินไปกลับกรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น เพื่อเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) ที่ประเทศญี่ปุ่น ราวกับระยะทางอยู่แค่ปากซอย แต่ก่อนชมหลอนจับจิตจับใจ 15 ม.ค.นี้ในโรงภาพยนตร์ “มาลัยไทยรัฐ” วีกนี้เลยสาวเฌอสาย สตรอง มาเสิร์ฟความสดใสพร้อมแฟชั่น สวยว้าว! ให้แฟนๆหายคิดถึงกัน พอถามถึงการทำงานของพนอ 2 ทำเอาสาวเฌอถึงขั้นเอ่ยปากทันที “เหนื่อยมากค่ะ แต่ประทับใจเพราะเราตั้งใจทำเต็มที่กับมัน ใช้ทั้งร่างกายและจิตใจ พอเราลงเต็มที่ก็จะเหนื่อย ร่างกายกับความ รู้สึกเราไปด้วยกับตัวละคร เป็นการแสดงแต่เราอยากถ่ายทอดออกมาให้มันดีที่สุด” ภาคนี้ เห็นว่ามีอะไรให้ทำเยอะ “ใช่ค่ะ ภาคแรก มันเป็นปฐมบทช่วงเขายังเด็กมากๆ ยังไม่รู้เล่นของ เป็นยังไง แต่รอบนี้มีจังหวะที่โตมาแล้วและไม่มีความทรงจำเดิม เป็นคนสดใสคนนึง แต่ ต้องมีความพนอ ต้องตีความเยอะมาก พนอที่ไม่เคยผ่านเรื่องร้ายๆมาเขาเป็นยังไง” ต้องเล่นเป็นคนสูญเสียความทรงจำเป็นยังไงบ้าง “ง่ายค่ะ พนอจะเป็นมนุษย์ปกติแต่ความยากของเฌอคือเป็นพนอแบบไหน สวมนามชื่อฟ้า จะเป็นฟ้าจริงๆ สดใสร่าเริง สิ่งที่ฟ้ากับพนอเหมือนกันคือความหวังต่อโลกนี้ โลกนี้ยังมีโอกาสอยู่ ถ้าพนอเป็นเฌอมองว่าไม่น่ารอด มันโหดร้ายมากจริงๆ แต่เขายังมีพลังก้าวต่อ เขายังสู้ เขาไม่ยอมแพ้กับชะตาที่เขาเจอ” ด้วยความเป็นละครแนวไสยศาสตร์ ท่องคาถาด้วย เฌอได้เจอเหตุการณ์อะไรแปลกๆเกิดขึ้นบ้างไหม “ไม่ได้เจออะไรเลยจริงๆ ถ้ามีก็คงตอนเด็กๆ 4-5 ขวบ เดินผ่านกำแพงเห็นเงาสูงเท่าตึก 4-5 ชั้น จำจนถึงทุกวันนี้ โตมาที่เขาเรียกว่าเปรตหรือเปล่า เฌอเคยเดินป่า ใช้ชีวิตไม่มีไฟฟ้าใช้ชีวิตคนเดียว อะไรที่น่ากลัวคนไม่อยู่แต่เฌอไปอยู่มาหมดแล้ว อยู่วัดร้างในภูเขาก็นอนมาแล้ว พูดไม่ได้เชื่อ 100% แต่ไม่ลบหลู่” ต้องเผชิญกับสิงสาราสัตว์ด้วย กลัวมั้ย “ใช่ค่ะ ต้องเล่นกับจักรวาลลองของ ใช้เอฟเฟกต์เหมือนจริง แต่ไม่กลัว เพราะที่บ้านมีตุ๊กแก ตัวเท่าศอก สีดำแดง น่ากลัวกว่ากองที่เอามาใช้อีก ขาวส้ม น่ารักเฉยเลย (ยิ้ม) แต่คนอื่นกลัวหมด จังหวะโดนกัดเพราะน้องหงุดหงิด ใครจะไปโดนตุ๊กแกกัดง่ายๆในชีวิตประจำวัน อย่างน้อยมีประสบการณ์แปลกใหม่ดี โดนตุ๊กแกกัดจะรับมือพวกนี้ง่าย เฌอค่อนข้างใช้ชีวิตคลุกดินคลุกฝุ่นมาเยอะ” ช่วงถ่ายพนอเห็นว่าเธอต้องบินไปกลับกรุงเทพฯ–ญี่ปุ่น “ช่วงที่ถ่ายเดือนแรกยังอยู่ไทยก็ยังหนักอยู่ เบรกไป 2 อาทิตย์ก็บินกลับไปเรียน เฌออะเมซิ่งกับตัวเองมาก ไม่นึกว่าจะได้บินทุกอาทิตย์ 3 วันอยู่ไทย 4 วันอยู่ญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 6 อาทิตย์ติดกัน ดูเหมือนรวยมาก (หัวเราะ) แต่จริงๆต้องขอบคุณไฟว์สตาร์ที่ช่วยซัพพอร์ต ไม่คิดว่าจะต้องบินไปกลับขนาดนี้” การใช้ชีวิตที่โน่นคนเดียวเป็นอย่างไรบ้าง “ใช้ชีวิตคนเดียวมาสักพักแล้วไม่ได้รู้สึกแตกต่างพออยู่นานได้เข้าใจระบบของญี่ปุ่นมากขึ้นเฌอค่อนข้างใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตั้งแต่เข้าวงแล้ว ช่วงแรกๆอยู่บ้านพอที่ทำงานมีที่พักก็เลยไปอยู่บริษัท ขี้เกียจเดินทาง เราโตแล้วไม่อยากรบกวนพ่อแม่ด้วย” ตอนนี้ขับรถเองไหม “ให้เพื่อนช่วยขับให้ ตั้งบริษัทของตัวเองจ้างคนช่วยตรงนี้เราจะได้เต็มที่กับการทำงานเพราะเรารู้ว่าเราไม่ไหว ตัดทิ้งที่ไม่จำเป็นออกไปให้มากที่สุดเพราะขับรถก็เหนื่อยนะ ถามว่าทำได้ไหมทำได้เคยทำมาแล้ว แต่พอมีคนทำให้เราทำให้มีเอเนอร์จีในการทำงานมากขึ้น” ยอมใจบินไปๆกลับๆ ทำได้ยังไงก่อน “มีคนทำได้ยิ่งกว่าเราอีก บิวกิ้นนั่นก็สุดเหมือนกันนะ เขาดูไม่ได้หายไปไหน” เฌอก็ไม่ได้รู้สึกหายไปไหนเห็นทำงานอยู่เมืองไทยเลย “ใช่ๆ ทุกคนไม่รู้สึกเฌอบินไปเที่ยว แค่เฌอไม่ได้ออกอีเวนต์ ไม่ได้ออกไปเจอคนขนาดนั้นถือว่าพักแต่เรียนด้วยนะ แค่ไม่ต้องเครียดเรื่องเกรดขนาดนั้นแต่ความเป็นมนุษย์เฌอจะทำให้ดีเท่าที่ตัวเองไหว จะไม่อดนอน จัดการชีวิตได้อยู่ ไม่ได้มีชีวิตแบบกินข้าวกับเพื่อน กลับมาเมืองไทยไม่ได้เจอเพื่อน หลังจากนี้ตารางเรียนที่ญี่ปุ่นจะแน่นมาก ก่อนที่จะกลับมาถ่ายซีรีส์ แต่ระหว่างถ่ายซีรีส์ก็เรียนออนไลน์นะ อยากให้มันจบ ไม่เคยทำด้านนี้มาก่อน บิสซิเนสแค่อยากไปต่อยอดในอนาคตให้เราสบายใจ เลี้ยงคนของเราได้”.ขอบคุณเสื้อผ้า : Jaspal (ยัสปาล)เครื่องประดับ : เวิลด์ ครัสตัลตากล้อง : จักริน กองดอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่