“รัฐบาลเตหะราน” ยกทัพผู้แทนชุดใหญ่ 71 คน บินถึงอิสลามาบัด นั่งโต๊ะถกสันติภาพกับพญาอินทรี สหรัฐฯส่ง “เจ.ดี.แวนซ์” รองประธานาธิบดีเป็นหัวหอกการพูดคุย รัฐบาลปากีฯ เจ้าภาพจัดสถานที่ประชุมลับ 3 แห่งเพื่อความปลอดภัย ทั้งสองฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไขยากปฏิบัติ “อิหร่าน” บอกต้องหยุดโจมตีเลบานอน และคืนสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้กว่า 6 พันล้านดอลลาร์ แลกการรับประกันเส้นทางเดินเรือปลอดภัยผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อเมริกามีเป้าหมายสำคัญต้องการให้ปล่อยตัวเชลยชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 คน ด้าน “อิสราเอล-เลบานอน” เตรียมจับเข่าคุยเช่นกันที่กรุงวอชิงตัน สัปดาห์หน้า“สงครามหรือสันติภาพ” คำถามที่ชาวโลกเฝ้ารอคำตอบ ยังต้องลุ้นระทึกจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า การเจรจาสงบศึกระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน จะเป็นข่าวดีเพื่อหยุดการสู้รบ คืนสันติสุขให้โลก คลี่คลายวิกฤติพลังงาน หรือจะเป็นข่าวร้ายนำไปสู่สงครามรอบใหม่ ที่ใหญ่และสยดสยองกว่าเดิม ตามคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า หากการเจรจาล้มเหลวจะถล่มอิหร่านให้แหลกสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ถึงความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน มีรัฐบาลปากีสถานภายใต้การนำของนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เป็นเจ้าภาพ ณ กรุงอิสลามาบัด คณะผู้แทนอิหร่านชุดใหญ่จำนวน 71 คน นำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา เดินทางถึงฐานทัพอากาศนูร์ข่าน เมืองราวัลพินดี เมื่อเวลา 05.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายการทูตและนิวเคลียร์ นำโดยนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายความมั่นคงจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) และนายนาสเซอร์ เหมมาตี ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน สะท้อนว่าอาจมีการหารือเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจนอกจากนี้ คณะผู้แทนอิหร่านยังสร้างจุดสนใจด้วยการวางรูปภาพและกระเป๋าของเด็กๆ ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ ที่โรงเรียนในเมืองมีนาบไว้บนที่นั่งว่างบนเครื่องบิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำความสูญเสียของพลเรือนและใช้เป็นประเด็นกดดันทางการเมืองก่อนเริ่มการเจรจานายกาลิบาฟเปิดเผยเมื่อเดินทางถึงปากีสถานว่า อิหร่านเข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ด้วยความปรารถนาดีแต่ไร้ซึ่งความเชื่อใจต่อสหรัฐฯ และย้ำว่าจะตกลงกันได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯแสดงความจริงใจและคืนสิทธิอันชอบธรรมให้แก่ประชาชนอิหร่านอย่างครบถ้วน หลังจากก่อนหน้านี้ได้เคยประกาศผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า 1.ต้องมีการหยุดยิงในเลบานอน และ 2.ต้องคืนสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ด้านคณะของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ ทู ถึงฐานทัพอากาศ นูร์ข่าน เมื่อเวลา 10.30 น. พร้อมคณะเจรจา ได้แก่ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดี และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้มีทีมงานกว่า 100 คน เดินทางมาเตรียมความพร้อมล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ นอกเหนือจากประเด็นหยุดยิง สหรัฐฯยังมีเป้าหมายสำคัญในการเจรจาขอปล่อยตัวชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 รายที่ถูกคุมตัวอยู่ในอิหร่าน สำหรับรูปแบบและสถานที่เจรจา สื่อท้องถิ่นปากีสถานรายงานว่า การเจรจาจะเริ่มขึ้นหลังเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใช้สถานที่ลับ 3 แห่งที่ไม่ใช่โรงแรมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด การเจรจาอาจยืดเยื้อถึงวันที่ 13 เม.ย. ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ระบุว่า ในขั้นต้นจะเป็นการเจรจาแบบทวิภาคีแยกกัน (Shuttle Diplomacy) ปากีสถานจะสลับคุยกับฝั่งสหรัฐฯและอิหร่านแยกกัน เพื่อลดความตึงเครียดหากต้องเผชิญหน้ากันโดยตรง ในขณะที่ความขัดแย้งยังสูง แต่หากเงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายเริ่มลงตัว จะขยับไปสู่รูปแบบสามฝ่าย (Trilateral) ที่เป็นสัญญาณว่าข้อตกลงใกล้จะบรรลุผล รัฐบาลปากีสถานย้ำว่าจะรับบทผู้อำนวยความสะดวกในทุกด้าน แต่การจะเลือกคุยในรูปแบบใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจที่สุดก่อนการเจรจาเริ่มขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูงจากฝั่งอิหร่านว่า มีสัญญาณเชิงบวกที่เป็นก้าวสำคัญเกิดขึ้นก่อนการเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและอิหร่าน ข้อตกลงเบื้องต้น สหรัฐฯตกลงที่จะปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์และธนาคารต่างประเทศอื่นๆ แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่าอาจมีมูลค่าถึง 6,000 ล้านดอลลาร์ แหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับการรับประกันเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ฝั่งอิหร่านมองว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความจริงจังในการหาข้อตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าวด้านนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานา ธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวขณะขึ้นเครื่องแอร์ฟอร์ซ ทู โดยส่งสัญญาณเตือนว่า หากอิหร่านเต็มใจเจรจาด้วยความจริงใจ สหรัฐฯก็พร้อมจะยื่นมือสร้างมิตรภาพ แต่หากคิดจะมาปั่นหัว หรือใช้เล่ห์เหลี่ยมตุกติก ทีมเจรจาชุดนี้จะไม่อ่อนข้อหรือประนีประนอมด้วยอย่างแน่นอน แวนซ์ยังเปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้แนวทางที่ชัดเจนมากในการรับมือครั้งนี้ และส่วนตัวคาดหวังผลลัพธ์ในทิศทางบวก แม้ว่าที่ผ่านมาตนจะมีจุดยืนที่ระมัดระวังเรื่องการส่งทหารไปทำสงครามต่างแดนมาโดยตลอดก็ตามนายมาจิด ทัคต์ ราวันชี รมช.ต่างประเทศ อิหร่าน ได้แถลงจุดยืนต่อคณะทูตต่างประเทศในกรุงเตหะราน ยืนยันว่าอิหร่านจะใช้แผนเงื่อนไข 10 ประการ เป็นบรรทัดฐานหลักในการเจรจา แม้จะพร้อมใช้วิธีทางการทูต แต่จะไม่ยอมรับการเจรจาที่ตั้งอยู่บนข้อมูลเท็จเพื่อการหลอกลวง หรือการเจรจาที่จงใจปูทางไปสู่การโจมตีทางทหารครั้งใหม่ พร้อมย้ำชัดว่าอิหร่านไม่ต้องการข้อตกลงหยุดยิงที่เปิดโอกาสให้ศัตรูฉวยโอกาสกลับไปสะสมอาวุธได้อีก และได้ย้ำกับประเทศตัวกลางว่า หากต้องการให้หยุดรบ ต้องมีหลักประกันที่มั่นใจได้ว่าอิหร่านจะไม่โดนหักหลังหรือถูกถล่มซ้ำ มิฉะนั้นอิหร่านก็พร้อมจะรบต่อไปสำหรับประเด็นสำคัญในการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีหัวข้อหลักที่น่าสนใจ ประกอบด้วยด้านความมั่นคงทางทะเล สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่ถูกปิดนับแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ขณะที่อิหร่านต้องการให้ยอมรับอธิปไตยเหนือเขตน่านน้ำและเสนอเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง แม้สหรัฐฯจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว แต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดการทำ “กิจการร่วมค้า” (Joint Venture) เพื่อบริหารจัดการค่าธรรมเนียมร่วมกันแทนด้านโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายผลิตอาวุธนิวเคลียร์และต้องการสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ทว่านายทรัมป์ย้ำจุดยืนแข็งกร้าวว่าจะไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยเด็ดขาด และพร้อมใช้มาตรการคว่ำบาตรกดดันต่อไป นอกจากนี้ อิหร่านพยายามผลักดันให้ข้อตกลงหยุดยิงครอบคลุมถึงพื้นที่เลบานอน เพื่อยุติการโจมตีจากอิสราเอลที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 2,000 ราย แต่อิสราเอลและสหรัฐฯยังคงยืนกรานว่าการหยุดยิงจะไม่รวมถึงปฏิบัติการต่อกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ท้ายที่สุด อิหร่านเรียกร้องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและต้องการหลักประกันว่าสหรัฐฯ จะไม่เปิดฉากโจมตีอีกในอนาคต โดยหวังให้เกิดการยุติความขัดแย้งอย่างถาวร มากกว่าเพียงการหยุดยิงชั่วคราวระยะเวลา 2 สัปดาห์สำหรับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ รัฐบาลอิสราเอลยืนยันจะเข้าร่วมการเจรจาอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลเลบานอน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ในวันที่ 14 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เลบานอนต้องการให้การประชุมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการหยุดยิงและนำไปสู่การเจรจาโดยตรง ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธการใช้คำว่า “หยุดยิง” กับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ยืนยันว่าเป้าหมายหลักคือการปลดอาวุธกลุ่มเฮซบอลเลาะห์และสร้างความสงบสุขในภาพรวมเท่านั้นส่วนความสูญเสียในเลบานอน กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า นับตั้งแต่กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 2 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,888 ราย และบาดเจ็บกว่า 6,000 คน โดยเฉพาะการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่มีการระดมทิ้งระเบิดกว่า 100 ครั้ง ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในวันเดียวสูงถึง 357 ราย ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ฮาอาเร็ตซ์ของอิสราเอลรายงานว่า อิสราเอลอาจตกลงระงับการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตตามคำขอของสหรัฐฯ อ้างว่าไม่เหลือเป้าหมายทางทหารแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ส่วนกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ยังคงยกระดับการตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งฝูงโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและกลุ่มยานพาหนะของกองทัพอิสราเอลอย่างต่อเนื่องส่วนสถานการณ์ในเลบานอนยังคงตึงเครียด ในช่วงเวลาเดียวกับการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน กองทัพอิสราเอลการโจมตีในเขตเนบาตีเยห์ พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเนินเขาและเป็นศูนย์ กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ใกล้เขตชายแดนอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครป้องกันพลเรือน กลายเป็นประเด็นกระทบโดยตรงต่อการเจรจา อาจทำให้อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯและอิสราเอลว่า ไม่จริงใจต่อข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เพิ่งประกาศไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่