ศรัทธาความเชื่อเกี่ยวกับ “หนุมาน”...คือที่สุดแห่งความฉลาดหลักแหลม ชัยชนะ และพลังชีวิตที่ไม่มีวันดับสูญ อีกทั้งในมิติด้านวัฒนธรรม...หนุมานไม่ได้เป็นเพียงตัวละครในวรรณคดีรามเกียรติ์ แต่คือ “สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ” ที่มีมิติทางไสยศาสตร์เข้มข้น“หนุมาน” ได้ชื่อว่ามีกายอมตะ ลมหายใจแห่งพระพาย ว่ากันในทางไสยศาสตร์ พลังของหนุมานคือ “พลังแห่งธาตุลม”...บุตรพระพาย ซึ่งเป็นธาตุที่เคลื่อนไหว ไร้รูปร่าง แต่ทรงพลานุภาพ จึงมี “เคล็ดวิชาหนุมานประสานกาย” เชื่อกันว่าหากบริกรรมคาถาหัวใจหนุมานขณะเกิดบาดแผล...ลมที่พัดผ่านกายจะช่วยสมานแผลและคืนชีวิตให้ทันที เหมือนตำนานที่ว่าถูกอาวุธตายแล้วเพียงแค่ลมพัดก็ฟื้นขึ้นมา อีกทั้งยังมี “กายเพชร” ขนเป็นเพชร เขี้ยวเป็นแก้ว สื่อถึงความคงกระพันขั้นสูงสุด ที่ศาสตราวุธใดๆในสามโลกก็มิอาจระคายผิว“8 กร แผลงฤทธิ์...หาวเป็นดาวเป็นเดือน” นี่คือปางที่เข้มข้นที่สุดในทางมหาอำนาจและไสยเวทย์ มักใช้ในการลงยันต์หลังหรือสร้างวัตถุมงคลชั้นสูง ความหมายทางธรรมคือการแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ ข่มขวัญศัตรูและอุปสรรคทั้งปวง ส่วนนัยทางไสยศาสตร์ ผู้ที่บูชาปางนี้มักเป็นผู้ที่ต้องคุมคน...มีบริวาร หรือต้องแข่งขันชิงชัย เพราะเป็นปางที่ “ไม่มีใครสะกดอยู่” อีกทั้งยังได้ชื่อว่ายอดนักรัก ด้วยว่า “หนุมานเจ้าชู้”...แม้จะเป็นทหารเอกที่เคร่งครัดต่อหน้าที่ แต่ในมิติความเชื่อไทย หนุมานคือยอดนักรัก ที่มีภรรยาครอบคลุมทุกชนชั้น วิชาหนุมานจึงเด่นเรื่อง “เสน่ห์หน้านาง”ใครเห็นก็รักเอ็นดู เหมือนที่พระรามรักหนุมานดั่งลูก อีกทั้งยังเก่งด้านการเจรจา ใช้ปฏิภาณไหวพริบจนสำเร็จ เช่น ตอนถวายแหวนนางสีดา จึงเป็นที่นิยมในหมู่พ่อค้าแม่ค้าและนักเจรจากล่าวกันว่า...สำหรับผู้ที่สักยันต์หรือครอบครูหนุมาน อาจจะมีปรากฏการณ์ลี้ลับที่เรียกว่า “ของขึ้น” เมื่อได้ยินเสียงสวดคาถาหรือกลองหน้าพาทย์ จะมีอาการตัวสั่น กระโดดโลดเต้น และมีพละกำลังมหาศาล ผิดมนุษย์ โดยมีข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดคือ...ห้ามด่าทอบุพการี เพราะหนุมานเป็นลูกกตัญญูอย่างยิ่ง อีกทั้งยังห้ามกินของเหลือจากคนอื่น...ถือเคล็ดกินแต่ของสดใหม่ มิฉะนั้น “ของจะเสื่อม”หนึ่งในเรื่องเล่าที่แสดงถึงขีดสุดของพลังคือตอนที่หนุมานเนรมิตกายใหญ่ยักษ์อมพลับพลาที่ประทับของพระรามไว้เพื่อป้องกันไมยราพมาลักพาตัว ในทางไสยศาสตร์จึงมีการสร้างตะกรุดหรือผ้ายันต์ “หนุมานอมพลับพลา” เชื่อว่าสามารถ “อมดวง”...คุ้มครองดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ และ ป้องกันคุณไสยฝ่ายดำไม่ให้เข้าถึงตัว การบูชาหนุมานหนุนดวงตามวันเกิด เชื่อกันว่าเป็นการรับพลังแห่ง “ความว่องไว ชัยชนะ เมตตามหานิยม” แน่นอนว่า การเลือกบูชาปางให้สอดคล้องกับพื้นดวงวันเกิด จะช่วยเกื้อหนุนพลังงานยิ่งอาทิ วันอาทิตย์...หนุมานแผลงฤทธิ์ 8 กร เสริมอำนาจ บารมี ให้คนเกรงขาม และช่วยเรื่องตบะเดชะ, วันจันทร์...หนุมานอมพลับพลา เสริมความเมตตา คุ้มครองดวงชะตาให้ราบรื่น, วันอังคาร...ดวงสมพงษ์ที่สุด หนุมานเชิญธง (ออกศึก) เสริมชัยชนะ การแข่งขัน ความมุ่งมั่นวันพุธ...หนุมานถวายแหวน เสริมด้านการเจรจา ปฏิภาณไหวพริบ การได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่, วันพฤหัสบดี...หนุมานประสานกาย/นั่งสมาธิ เสริมสติปัญญา ความคงกระพัน เป็นสิริมงคล, วันศุกร์...หนุมานเจ้าชู้ (เสพรัก) เสริมเมตตามหานิยม เสน่ห์ ความราบรื่นในความสัมพันธ์วันเสาร์...หนุมานปราบไมยราพ เสริมพลังเอาชนะอุปสรรคที่หนักหน่วง แก้ดวงตก ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์ว่ากันด้วยเรื่องเครื่องสังเวยและของบูชา จำไว้ว่าหัวใจสำคัญคือความสะอาด ผลไม้โปรดคือกล้วยน้ำว้า, มะพร้าวอ่อน, น้ำสะอาด 1 แก้ว (ห้ามขาด),ดอกดาวเรือง/มะลิ, ธูป 5 ดอก เทียน 1 คู่ฤกษ์ยามมงคล วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี ช่วงเช้าเวลา 09.09 น. (ความมั่นคง) หรือ 10.45 น. (ความยิ่งใหญ่) สำหรับผู้ที่มีหนุมานติดตัว ก่อนออกจากบ้านให้ตบหน้าอกหรือต้นแขนเบาๆ 3 ครั้ง พร้อมบริกรรมหัวใจหนุมาน “หะ นุ มา นะ” เป็นการปลุกครูให้ตื่นมาคุ้มครองตลอดวันคาถาหัวใจหนุมาน “ยะตะมะอะ หะนุมานะ นะสังสะตัง”...สวดภาวนาเพื่อเรียกสมาธิ พลังงาน และความเชื่อมั่นก่อนกระทำการใหญ่ตอกย้ำพลังของหนุมานคือ “พลังแห่งธาตุลม” ซึ่งเป็นธาตุที่เคลื่อนไหวและไม่มีรูปร่างแต่ทรงพลานุภาพ...ศรัทธาความเชื่อ “พิธีบูชาครู”...นักแสดงโขนตัวลิง โดยเฉพาะบทหนุมาน ต้องมีการฝึกฝนและถือเคล็ดลับที่เข้มงวด...การรำหน้าพาทย์ เป็นเพลงหน้าพาทย์ระดับสูงที่ใช้สำหรับวานรเทพ นักแสดงต้องมีความคล่องตัวและพละกำลังมหาศาล ที่สำคัญคือ...การถือสัจจะ เชื่อกันว่าผู้ที่สวมหัวโขนหนุมานหรือสักยันต์หนุมาน ห้ามด่าทอบุพการี ห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น และห้ามลอดไม้ค้ำกล้วย...ตามเคล็ดความเชื่อโบราณ มิฉะนั้น “ของจะเสื่อม” หรือเกิดอาการ “ของขึ้น” จนคุมสติไม่ได้...สุดท้ายนี้มีข้อควรระวังพิเศษสำหรับ “คนวันอังคาร” เนื่องจากมีธาตุไฟแรงและดวงสมพงษ์กับหนุมาน (ธาตุลม) มากที่สุด...ลมจะช่วยกระพือไฟ ทำให้คุณเก่งกาจแต่ว่องไวมาก แต่...อาจทำให้กลายเป็นคน “ใจร้อน” หรือ “มุทะลุ” ได้ง่าย จึงควรฝึกสมาธิควบคู่ไปด้วยเพื่อให้พลังนั้นสมดุล “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รักยมคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม