โหมดลองวีกเอนด์ เทศกาลหยุดยาวฉลองมหาสงกรานต์ปีใหม่ไทย สาดน้ำคลายร้อน ผ่อนดีกรีอุณหภูมิทะลักปรอท ดับอาการเครียด ลดภาวะซีเรียสของประชาชนคนไทยที่กำลังตกอยู่ในห้วง “วิบากกรรมหมู่” ร่วมกับพลเมืองชาวโลกจังหวะเบรกดีกรีระอุเดือด ห้วงพักรบสงครามตะวันออกกลาง“คาวบอยไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับทางการอิหร่าน เห็นชอบข้อเสนอประเทศเป็นกลาง นำโดยปากีสถาน ตุรกี และรวมถึงพญามังกรจีน ตกลงหยุดยิงชั่วขณะเป็นเวลา 2 สัปดาห์เปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ให้กองเรือพาณิชย์ ไฟเขียวให้เดินเรือบรรทุกน้ำมันลากแนวรบอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่โต๊ะเจรจาสงบศึกท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวโลก ตอบรับข่าวดีกันคึกคัก แม้จะปักใจอะไรได้ไม่มากนักกับฟอร์มยึกยักของคู่กรณี แบบที่ไม่ทันไร กองทัพอิหร่านก็กลับมาประกาศปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งทั้งที่เปิดได้ไม่กี่ชั่วโมงโยงเป็นเงื่อนปมต่อรองกองทัพอิสราเอลให้หยุดถล่มเลบานอน“คาวบอยทรัมป์” ประสานเสียงกับกองทัพยิว ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์จำกัดวงเจรจาเฉพาะอิหร่าน ไม่ได้ครอบคลุมพันธมิตรเตหะรานสันติภาพเลือนรางบนเส้นขนาน ต่างฝ่ายต่างชูธงไปกันคนละทางลำพังสหรัฐฯแท็กทีมอิสราเอลคุยกับอิหร่านไม่นานก็วงแตก นับถอยหลังลุยแหลกกันไปข้าง ความหวังในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่มีทางอย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนของสถานการณ์จริงๆมันคือจุดที่นานาชาติหมดความอดทนกับวิกฤติพลังงานหนักสุดในประวัติศาสตร์โลก มหาอำนาจอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อาเซียน ไม่เว้นแม้แต่พญามังกรจีนก็กระอักเพราะต้องพึ่งพาการขนส่งพลังงานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจุดรวม “สหบาทา” ตามสัญญาณล่าสุดในที่ประชุมยูเอ็น เว้นจีนกับรัสเซียที่ใช้สิทธิวีโต้ตามฟอร์มถ่วงดุลมหาอำนาจ นอกนั้นเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับมติไฟเขียวนานาชาติจัดตั้ง “กองกำลังติดอาวุธ” คุ้มกัน “ช่องแคบฮอร์มุซ” เคลียร์เส้นทางสะดวกให้เรือพาณิชย์ขนส่งน้ำมันคืนสู่ภาวะปกติไม่ยอมให้ “อิหร่าน” ตั้ง “ด่านลอย” รีดไถค่าผ่านทางต่อไปแน่และก็อย่างที่รัฐบาลสิงคโปร์โชว์เข้มเป็นเบอร์แรกๆของโลก ประกาศกร้าวไม่มีทางยอมจ่ายค่าด่านลอยให้อิหร่านรีดไถ เพราะยึดหลักการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิทธิของทุกชาติ ไม่ใช่ “เอกสิทธิ์” ของรัฐชายฝั่งตัวเล็กแต่เสียงดัง ผู้นำเมืองลอดช่องวิสัยทัศน์กว้างไกล คงอ่านทะลุช็อตไม่ช้าก็เร็ว ประชาคมโลกต้องกู้ภาวะ “น้ำมันช็อต”สิงคโปร์ออกตัวก่อนใคร ทั้งการเปิดแผนการบริหารให้พลเมืองเตรียมตั้งรับวิกฤติพลังงานล่วงหน้า ต่อเนื่องกับการชิงยกระดับเป็นประเทศแถวหน้าในภาวะโลกคับขันพลเมืองมั่นใจได้ในศักยภาพของผู้นำและทีมบริหารผิดกันเลยกับสถานะของไทย ปรากฏการณ์แบบที่กลุ่มบริษัทบางจากฯต้องแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวการยอมจ่ายค่าผ่านด่านช่องแคบฮอร์มุซให้กองทัพอิหร่านเพื่อแลกกับการปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันที่เพิ่งเข้าเทียบท่าแหลมฉบังอ้างประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศไทยเจรจาตรงกับเตหะรานไม่ได้จ่ายค่าต๋งแต่อย่างใดมาตรฐานแบบไทยๆคาบลูกคาบดอก วนไม่พ้นระบบ “ยัดไส้”เอกชนต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเองตัวใครตัวมัน ภายใต้โจทย์สถานการณ์คับขัน ปัญหาหนักหนาสาหัสระดับโลก แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กลับไม่ได้อยู่ในวิสัยที่สร้างความอุ่นอกอุ่นใจให้ประชาชนคนไทยได้เท่าที่ควรสภาพปั่นป่วน เทียบนานาประเทศผจญวิกฤติพร้อมกัน แต่เมืองไทยเฉียดใกล้โซนมิคสัญญีมากกว่าเมืองอื่น ผู้คนแตกตื่นแย่งกันเติมน้ำมันดีเซลหมดปั๊ม ความเชื่อมั่นรัฐบาลภูมิใจไทยเกลี้ยงถังจังหวะมาถึง จุดยืนยันชัดเจนว่า มีไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติ แก๊งชั่วอาละวาดจริงๆตามการไล่ล่าของกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไล่ตรวจ ตามแกะรอยจนพบจุดพิรุธคาตา“รอยรั่วเบ้อเริ่มเทิ่ม” ระหว่างทางขนไปส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบเบื้องต้น 57 ล้านลิตร หรืออาจถึงระดับ 70-80 ล้านลิตร จากการลักลอบขนถ่ายลงเรือลอยลำไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา มาเลเซีย อีกส่วนก็ใส่รถน้ำมันวิ่งออกนอกเส้นทางไปซ่อนในคลังเถื่อนพฤติการณ์เหมือนกันน่าจะมีอีกหลายจุดที่ยิ่งตรวจยิ่งเจอขบวนการกักตุนน้ำมันมโหฬาร มันต้องแก๊งระดับชาติเท่านั้นทำได้ไม่ใช่แบบที่ “นายกฯอนุทิน” ประสานเสียง “โกเกี๊ย” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม หัวขบวนทีม ศบก.โบ้ยให้ชาวบ้านตื่นตูมเอาแกลลอนมากักตุนจนน้ำมันขาดจากระบบขนส่งปกติ หรือมั่วนิ่มโยนไฟใส่โรงกลั่นยักษ์ของผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่กักตุนไว้เก็งกำไรจำนนด้วยหลักฐานแวดล้อม ยากจะเคลียร์ชนวนเชื่อมโยงสภาพ “การเมืองมั่วน้ำมัน” รัฐบาลภูมิใจไทยไม่สามารถสลัดตัวออกจากเงา “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พฤติการณ์ถอนทุนเลือกตั้ง ซ้ำเติมชาวบ้านที่กำลังยากลำบาก“เครดิตความเชื่อมั่นติดลบหนัก” ตั้งแต่เริ่มต้นกระตุกสังคมหวาดระแวง ยากจะกู้เครดิตความโปร่งใสในการจัดการวิกฤติน้ำมันที่ตกขีดแดง “เกลี้ยงถัง”รัฐบาลไร้พลังในการปลุกประชาชนให้ร่วมกันฝ่าวิบากกรรมหมู่กระแสกู่ไม่กลับ ไม่อาจกู้ด้วยการ “ชดเชยค่าเสียหาย”อารมณ์ประชาชนโดนไอ้โม่ง “ลักหลับ” 2–3 รอบ กอบโกยไปบานตะไท จึงไม่ค่อยอินหรือยินดียินร้ายกับสไตล์ “เสี่ยขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ป้ายแดง โชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่ออกตัว เรียกผู้บริหารโรงกลั่นเข้าห้องปิดประตูตีแมวทุบให้ลดค่าการกลั่นลิตรละ 2 บาท บีบให้เฉือนเนื้อโปะราคาน้ำมันจับ “โรงกลั่น” แก้ผ้าขึงพืดประจานกลางแจ้ง เสมือนหนึ่งเป็นผู้ร้ายปล้นชาวบ้านฟอร์มบู๊เอามัน ลีลาทุบไปเคลียร์ไป สูตร “ลุงกำนันพุนพิน” พ่วงตำรา “ครูใหญ่เขากระโดง”ลีลา “เสี่ยขิง สุดซอย” กะฟัน 2–3 เด้ง ได้ทั้งกระแส ได้ทั้งกล่อง แต่หนีไม่พ้นสายตาคนรู้ทัน มองเกมทุบโรงกลั่นแฝงเหลี่ยมเบี่ยงปมไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่กำลังลามไหม้เขากระโดงเปิดข่าวใหม่กลบข่าวเก่า พรางเป้าไปที่เอกชน ลดแรงกระแทกรัฐบาลโดยคิดไม่ทันหรือแผนจงใจแกล้งทำไม่รู้ วิธีการกลบปัญหาเก่าด้วยการก่อปัญหาใหม่แบบ “สุกเอาเผากิน” สไตล์การเมืองมั่วน้ำมัน โดยไม่ฟังเสียงเตือนกูรูผู้เชี่ยวชาญในวงการพลังงานมันเสี่ยงถึงขั้นทำวงจรธุรกิจโรงกลั่นพังยับ ทำลายระบบ เศรษฐกิจประเทศผลเสียหายระยะยาวธุรกิจพลังงานเมืองไทยจะเจ๊งหนัก หากถึงจุดที่นักลงทุน โดยเฉพาะต่างชาติรับไม่ไหวกับการที่รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงกลไกธุรกิจให้ผิดเพี้ยนจากกลไกปกติเอะอะไล่ทุบ “ค่าการกลั่น” ลุยหั่นตัวเลข “ประกันความเสี่ยง”เบี่ยงแรงกดดันทางการเมืองไปให้ภาคเอกชนรับบาป ในภาวะที่โรงกลั่นต้องแบกรับวิกฤติสงครามอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง “ตลาดดูไบ” สวิงขึ้นลงแบบรายชั่วโมง ปัจจัยพลิกผันในช่องแคบฮอร์มุซ ไหนจะจุดขึ้นๆลงๆความต้องการน้ำมันในประเทศที่ไม่แน่นอน สารพัดเบี้ยบ้ายรายทางค่าประกันความเสี่ยงในการกลั่น เผลอๆ อาจมากกว่า 7–8 บาท ซะด้วยซ้ำเมื่อกระทรวงพลังงานบีบให้เฉือนเนื้อ โรงกลั่นเจอการเมืองมั่วน้ำมันแบบไทยๆ รู้เลยว่าขาดทุนแน่ๆแล้วใครมันจะโง่ถมเงินในทะเล สุดท้าย ก็ลดหรืออาจถึงจุดหยุดกลั่น น้ำมันเกลี้ยงปั๊มของจริง วันนั้นคนที่ลำบากสุดซอยก็หนีไม่พ้นประชาชนตาดำๆปลายทาง “ลูกมั่ว” หลับตานึก มโนฉากทัศน์เลวร้ายได้ล่วงหน้ากับสภาพไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติ ฉุดความเชื่อมั่นรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” น้ำมันเกลี้ยงถังตั้งแต่ยังไม่ทันออกตัวรอบใหม่ไหนจะเต็มไปด้วยก๊วน “ครม.ลูกเทพ” มือใหม่หัดขับ แต่ฟอร์มร้อน ออกตัวเอี๊ยด เบิร์นยางไหม้ในจังหวะ “เดอะแบก” หลังแอ่น โดนใช้งานหนักเกินเสี่ยง “หลังหัก”“นิด้าโพล–สวนดุสิตโพล–พระปกเกล้าโพล” สะท้อนตัวเลขตรงกันประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่น แถมยังไม่ให้กำลังใจดรีมทีมรัฐมนตรีคนนอกของรัฐบาล ทั้ง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในการประคองเศรษฐกิจจากวิกฤติพลังงานโลกโดนเพลิงน้ำมันเผาเครดิตวอดเป็นหน้ากลอง ต้องปลุกพระพึ่งตัวช่วยพิเศษกันขนานใหญ่ สถานการณ์แบบที่ผู้นำสายมูอย่าง “นายกฯอนุทิน” ต้อง “ปิดวาจา” หนีไมค์ ไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าวไม่ชัวร์ว่าเป็นเหลี่ยม “แก้เคล็ด” หรือพูดไม่ออกบอกไม่ถูกณ จุดที่ “ลูกเกรียน” ยังไงก็พลิ้วไม่ออก มุกตลกบริโภคชักกร่อยสภาพแบบที่ “นายกฯอนุทิน” อ่านโพยแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ร่ายยาวจนต้องพักเบรกจิบน้ำแก้คอแห้ง ย้ำวาทกรรม “พูดแล้วทำพลัส” นับ 10 รอบ แต่คนดูทางบ้านส่วนใหญ่กลับพยักหน้าตาม “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ชำแหละ รัฐบาลก๊วนอำนาจ 5 คลัสเตอร์แฉขบวนโหนแห่อำนาจอนุรักษ์ที่นิยมที่อุ้มสม “นายกฯอนุทิน”ทั้งนักการเมืองบ้านใหญ่ ทีม “นายใหญ่” พรรคเพื่อไทยที่หมอบราบคาบ ลูกหาบในแก๊งโพยฮั้ว สว.น้ำเงิน ไปจนถึงการยึดกุมสภาพองค์กรอิสระ คุมกลไกคัดเลือก กกต. ป.ป.ช. ไปจนถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก๊วนสีน้ำเงินล็อกอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เอื้อแผนลากยาวอำนาจแต่บังเอิญขาดซึ่งศรัทธามหาชนโดนไอ้โม่งปล้นน้ำมัน ลากเข้าจุดเสี่ยงลูกผีลูกคน.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม