เมื่อ iPhone ราคาเกือบ 8 หมื่นบาทเข้ามาอยู่ในตลาด จากจอพับ 7.6 นิ้วถึงชิป 2 นาโนเมตร Apple เติมของใหม่ทั้ง iPhone, Watch และ AirPods พร้อมขยับราคาไปอีกระดับ ทำให้ “ราคาของความใหม่” กลายเป็นอีกเรื่องที่ต้องจับตาผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอปเปิลเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ราคาในไทยเริ่มต้น 79,900 บาท สูงสุด 127,900 บาท พร้อมปรับราคา iPhone 18 Pro ขึ้น 5,000 บาท และ iPhone 18 Pro Max ขึ้น 4,000 บาท ขณะที่ชิป A20 Pro เพิ่มประสิทธิภาพ CPU และ GPU ด้าน Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 เพิ่ม RAM เป็น 4GB ส่วน AirPods 5 เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์การเปิดตัวครั้งนี้ครอบคลุมทั้ง iPhone จอพับ ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Apple Watch รุ่นใหม่ และ AirPods 5 พร้อมการอัปเกรดฟีเจอร์ AI และสุขภาพ แต่สำหรับผู้ใช้ไทย การใช้งานยังมีข้อจำกัดจากการรองรับภาษา โดย ภาษาไทยยังไม่อยู่ในภาษาที่ Apple Intelligence รองรับ กางจอ 7.6 นิ้ว เปิด 2 แอปพร้อมกัน ไม่มีถาดซิมสำหรับ iPhone Duo แอปเปิลเลือกใช้ดีไซน์พับแนวนอน เมื่อพับตัวเครื่องมีหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว และเมื่อกางออกจะได้หน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว โดยรองรับการเปิดแอป 2 ตัวพร้อมกันแบบ Side-by-Side รวมถึงเปิดแอปเดียวกัน 2 หน้าต่าง และสร้าง App Pair เพื่อเรียกชุดแอปที่ใช้งานร่วมกันได้ในครั้งเดียวตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro และโมเดม C2 พร้อมระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขณะที่กล้องหลังเป็นกล้องคู่ 48MP ประกอบด้วยกล้องหลักและ Ultra Wide โดยไม่มีเลนส์ Telephoto ส่วนกล้องด้านในติดตั้งแบบฝังใต้หน้าจอ ทำให้พื้นที่แสดงผลไม่มีรอยเจาะกล้องแอปเปิลยังเพิ่มฟีเจอร์ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของจอพับ เช่น Duo Preview เปิดให้ผู้ถูกถ่ายเห็นภาพตัวเองผ่านหน้าจอด้านนอกก่อนกดชัตเตอร์, Smart Take ใช้ AI ตรวจสอบว่าคนในภาพเข้าเฟรมครบหรือไม่ และ Kid Cue ใช้แอนิเมชันช่วยดึงความสนใจเด็กก่อนถ่ายภาพ ขณะที่ FaceTime Duo สามารถใช้กล้องจอนอกระหว่างสนทนาได้ด้านโครงสร้าง แอปเปิลใช้วัสดุ Nano-texture Polymer และกระบวนการเลเซอร์ระดับพิกเซล เพื่อลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับบริเวณกลางหน้าจอดูกลมกลืนขึ้น แม้ยังสามารถมองเห็นรอยพับได้ในบางมุมและสภาพแสงสำหรับผู้ซื้อในไทยมีอีกจุดที่ต้องรู้คือ iPhone Duo รองรับ eSIM เท่านั้น ไม่มีถาดใส่ซิมจริง และรองรับ Apple Pencilราคาเริ่มต้นรุ่น 256GB อยู่ที่ 79,900 บาท รุ่น 512GB ราคา 87,900 บาท รุ่น 1TB ราคา 103,900 บาท และรุ่นท็อป 2TB ราคา 127,900 บาท โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในไทยวันที่ 16 ต.ค. เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ต.ค.ราคาของ Duo ยังสร้างภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจน เมื่อ MacBook Neo ราคา 24,900 บาท รวมกับ iPhone 17 ราคา 34,900 บาท และ iPad ราคา 16,900 บาท อยู่ที่ 76,700 บาท ต่ำกว่า iPhone Duo เพียง 3,200 บาทPro Max ดันราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาทด้าน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงเป็นรุ่นเรือธง แต่ปีนี้ผู้ซื้อไทยต้องจ่ายเพิ่ม โดย iPhone 18 Pro เริ่มต้น 48,900 บาท จาก 43,900 บาทในรุ่นก่อน เพิ่มขึ้น 5,000 บาท ส่วน Pro Max เริ่มต้น 52,900 บาท จาก 48,900 บาท เพิ่มขึ้น 4,000 บาททั้งสองรุ่นเริ่มต้นที่ความ จุ 256GB และมีตัวเลือก 512GB, 1TB ไปจนถึง 2TB ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ความจุสูงสุดระดับนี้มีให้เลือกทั้ง Pro และ Pro Max พร้อมสีเบอร์กันดี เกลเซียร์ ซิลเวอร์ และแบล็กสเปกหลักที่เข้ามารับกับราคาที่สูงขึ้นคือ ชิป A20 Pro ขณะที่กล้องหลัก 48MP เพิ่มระบบ Variable Aperture ปรับรูรับแสงได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ ƒ/1.48 ถึง ƒ/4.0 พร้อมโหมด Pro สำหรับปรับสปีดชัตเตอร์ White Balance และรูรับแสงด้วยตัวเอง รวมถึง Histogramแอปเปิลยังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความร้อนด้วยระบบ Vapor Chamber ที่มีพื้นที่ระบายความร้อนเพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วน iPhone 18 Pro Max ระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นสูงสุด 15% และรองรับชาร์จเร็ว 50% ภายใน 15 นาทีสำหรับ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน ยังไม่ได้เปิดตัวในรอบนี้ โดยมีกำหนดมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2570 ทำให้การเปิดตัวรอบนี้ของแอปเปิลเน้นไปที่รุ่น Pro และ iPhone Duo ซึ่งต่างขยับขึ้นไปเล่นในตลาดระดับพรีเมียมมากขึ้น ชิป A20 Pro ผลทดสอบแรกทะลุ 4,700ผลทดสอบ Geekbench 6 เบื้องต้นที่ทยอยออกมาหลังการเปิดตัว iPhone 18 Pro พบว่าชิป A20 Pro ทำคะแนน Single-core ได้ 4,719 คะแนน และ Multi-core 12,677 คะแนน ขณะที่ iPhone 18 Pro Max ทำได้ 4,725 และ 12,575 คะแนนตามลำดับเมื่อเทียบกับ A19 Pro ตัวเลขเบื้องต้นชี้ว่า ประสิทธิภาพ CPU เพิ่มขึ้นราว 21-28% ส่วน GPU เพิ่มขึ้นประมาณ 38-40% ทำให้ A20 Pro กลายเป็นอีกจุดที่น่าจับตาของ iPhone รุ่นใหม่ นอกเหนือจากการปรับปรุงด้านกล้องและระบบระบายความร้อนA20 Pro ใช้กระบวนการผลิต 2 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU 6-core, GPU 7-core และ Neural Engine 32-core พร้อม Neural Accelerators ใน CPU และเพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำขึ้น 50% ซึ่งแอปเปิลระบุว่าออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งงานประมวลผลหนักและฟีเจอร์ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม ตัวเลข Geekbench ชุดนี้ยังเป็น ผลทดสอบระยะแรกจากเครื่องจำนวนน้อย จึงยังไม่ควรถือเป็นค่าประสิทธิภาพสุดท้าย การทดสอบเครื่องจำหน่ายจริง โดยเฉพาะการเล่นเกมและการประมวลผลต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเป็นตัววัดสำคัญว่าแรงขึ้นบนกระดาษจะรักษาประสิทธิภาพได้มากน้อยเพียงใดเมื่อใช้งานจริง Apple Watch ใหม่ อัปเกรด RAM เพิ่มเท่าตัวหลังงานเปิดตัว รายละเอียดฮาร์ดแวร์ของ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 เผยว่าทั้งสองรุ่นเพิ่ม RAM เป็น 4GB จากเดิม 2GB หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยไม่มีการปรับราคาเพิ่มตามข้อมูลที่เปิดเผยการเพิ่มหน่วยความจำครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการรองรับฟีเจอร์ AI บน Apple Watch โดยเฉพาะ Siri Recap และ Live Rewind ที่ต้องประมวลผลข้อมูลบนอุปกรณ์ร่วมกับ iPhone ทำให้ RAM ที่เพิ่มขึ้นเข้ามารองรับการทำงานรูปแบบใหม่มากขึ้นด้านฟีเจอร์สุขภาพ Readiness นำข้อมูลจากกิจกรรม สัญญาณชีพ และการนอนหลับมาประเมินเป็นคะแนน 0-10 เพื่อให้ผู้ใช้ดูความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน และใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะพัก ฟื้นตัว หรือออกกำลังกายต่อส่วน Apple Watch Ultra 4 รองรับการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 50 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 84 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ราคาเริ่มต้น 29,900 บาทอย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์สุขภาพยังมีข้อจำกัดตามแต่ละประเทศ โดย Hypertension Notifications หรือฟีเจอร์แจ้งเตือนความดันโลหิตสูง ซึ่งใช้แจ้งเตือนสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง ยังไม่พร้อมใช้งานในบางประเทศรวมถึงไทยในช่วงเปิดตัว เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐก่อน AirPods 5 เติม ANC–แปลภาษาAirPods 5 เพิ่มระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ในดีไซน์ Open-ear พร้อมระบบ Live Translation ผ่าน Apple Intelligenceราคาไทยเริ่มต้น 4,790 บาท และรุ่นที่มาพร้อมเคสชาร์จไร้สาย 5,490 บาท ใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC หรือ 22 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคส Live Translation ในระบบ Apple Intelligence สามารถช่วยแปลบทสนทนาข้ามภาษาแบบเรียลไทม์ผ่าน iPhone แต่สำหรับผู้ใช้ไทยยังมีข้อจำกัดสำคัญคือ ยังไม่รองรับภาษาไทยการเปิดตัวรอบนี้ทำให้ Apple Intelligence ขยายบทบาทไปยัง iPhone, AirPods, Apple Watch และ Mac มากขึ้น แต่การใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับทั้งภาษาและฮาร์ดแวร์สำหรับตลาดไทย ภาษาไทยยังไม่อยู่ในกลุ่มภาษาที่รองรับ ขณะที่ฝั่ง Mac ฟีเจอร์ AI บางส่วนมีข้อกำหนดด้านชิปที่สูงกว่าการติดตั้งระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปmacOS 27 “Golden Gate” เองรองรับ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon ตั้งแต่ M1 ขึ้นไป แต่ฟีเจอร์ Siri AI บางส่วนต้องการฮาร์ดแวร์ระดับ M3 ขึ้นไปตามข้อมูลในชุดข้อมูลนี้นั่นทำให้การมาถึงของ AI ในอุปกรณ์แอปเปิล รอบนี้ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกเครื่องจะได้ ความสามารถเท่ากัน แม้จะสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการรุ่นเดียวกันได้ก็ตามดีเดย์ 14 ก.ย. OS ใหม่ลงเครื่องหลังเปิดตัวฮาร์ดแวร์ แอปเปิลเตรียมปล่อยระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ให้ผู้ใช้ทั่วไปในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ทั้ง iOS 27, iPadOS 27, watchOS 27, tvOS 27, visionOS 27 และ macOS 27 Golden Gate การอัปเดตครั้งนี้จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเปิดตัวรอบใหญ่ เพราะผู้ใช้จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแอปเปิล ก่อนสินค้าจอพับ Duo จะวางจำหน่ายจริงในเดือน ต.ค.งาน “Surprise and Shine” ถือเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ครั้งแรกภายใต้การนำของ จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากทิม คุก เมื่อวันที่ 1 ก.ย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม