ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ “สึนามิ” การเมืองกำลังโถมใส่รัฐบาลทุกด้านทั้งในสภาและนอกสภา หากตั้งรับไม่ดีก็ไปไม่รอดเหมือนกัน 2 วันอันตราย...14 ก.ย.69 กกต.นัดหมายลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน ที่ถูกกล่าวหาผลจะเป็นอย่างไรยังคาดเดาไม่ได้ความน่าจะเป็นมี 3 ทางรุนแรงคือผิดทั้งหมดต้องส่งศาลทุกคนปานกลางผิดบางส่วนที่ไม่เกี่ยวกับแกนนำพรรค และ สว.ยังมีเสียงมากในสภารอดหมดคือทุกคนไม่มีความผิดไม่ต้องส่งศาลอยู่ที่ว่า กกต.จะเลือกแนวไหนเท่านั้น28 ก.ย.69 ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดเรื่องบัตรเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาว่ามีความผิดหรือไม่ กรณีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหากชี้ว่าผิดเรื่องใหญ่เชียวล่ะ! คือการเลือกตั้งโมฆะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าอาจจะผิดเฉพาะการเลือกระบบปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้น ก็จะเลือกตั้งใหม่เฉพาะระบบปาร์ตี้ลิสต์ระบบเขตไม่ต้องเลือกตั้งใหม่นี่เป็นเพียงแค่การคาดการณ์... ของจริงยังไม่รู้ได้ทว่าความเป็นไปของทั้ง 2 วันนี้ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ว่ากันว่า กกต.อาจจะเลื่อนลงมติไปก่อนหากเสียงคัดค้านจากนอกสภามาแรงรอให้ศาลรัฐธรรมนูญกวาดทีเดียวไปเลยหรือถ้ามั่นใจแม่แรงนักอาจจะตัดสินไปเลยเพื่อจะได้จบกันไปเลยมิฉะนั้นก็จะเป็นหอกข้างแคร่ทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะจะถูกแซะอยู่ตลอดเวลาอันนี้ต้องดูสถานการณ์กันวัน ต่อวันมองมุมอื่นๆหาก กกต.ตัดสินไปแล้วแรงต้านไม่มากนัก ศาลรัฐธรรมนูญอาจยกประโยชน์ชี้ว่าการเลือกตั้งไม่มีปัญหาทุกอย่างก็จบรัฐบาลก็อยู่ต่อไปได้ต่างๆเหล่านี้รู้กันดีว่าศาล รัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องอะไรแล้วต้องดู 2 ด้าน คือนิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์ว่าภาวะอย่างนี้ควรจะใช้สูตรอะไร...เพื่อให้บ้านเมืองสงบประเทศเดินหน้าต่อไปได้ปัญหาของประเทศไทยอย่างหนึ่งก็คือองค์กรอิสระไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างชื่อ เหมือนกับต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำชี้แนะจากอำนาจพิเศษนี่แหละที่ทำให้เกิดปัญหาคือความไม่น่าเชื่อถือสรุปแล้วก็คือความเป็นไปในทางการเมืองนั้นไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็นแต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลนั้นเป็นของใคร?ทุกอย่างต้องเดินตามลายแทงนี้หากผู้มีอำนาจตัวจริงไม่ยอมรัฐบาลนี้ก็อยู่ไม่ได้อาศัยกลไกขององค์กรอิสระจัดการเปลี่ยนแปลงผลจากปัญหาการเมืองเรื่องฮั้ว สว.จะเป็นตัวบอกว่าอะไรเป็นอะไร“อนุทิน ชาญวีรกูล” จะอยู่ต่อไปได้หรือไม่?นั่นแหละคือคำตอบ!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม