หลังจากอีหลักอีเหลื่อ มาเกือบ 2 เดือน ในที่สุดกองทัพเรือก็ประกาศผลการคัดเลือกโครงการจัด หาเรือฟริเกตลำใหม่อย่างเป็นทางการโดยตัดสินให้ “บริษัทฮันฮวา–โอเชียน” สัญชาติเกาหลีใต้เป็น ผู้ชนะการประมูลด้วยราคา 16,930 ล้านบาทต่ำกว่าราคากลาง 70 ล้านบาทขาดตัว“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า มูลค่าเรือฟริเกตลำใหม่ของราชนาวีไทย 16,930 ล้านบาท เป็นแพ็กเกจรวมระบบอาวุธประจำเรือ อุปกรณ์ประจำเรือ การฝึกอบรม ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยและภาษีมูลค่าเพิ่มครบครันพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า การคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกตลำใหม่ยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นเรื่องสำคัญโดยพิจารณาด้านขีดความสามารถทางยุทธการ ความเหมาะสมต่อภารกิจ และความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานบวกการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ระบุไว้ในสัญญา“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าโครงการต่อเรือฟริเกตลำใหม่ของกองทัพเรือไทยมีบริษัทสเปน บริษัทตุรกี บริษัทสิงคโปร์ และ 2 บริษัทเกาหลีใต้ เข้าแข่งขันกันสุดลิ่มทิ่มประตูแต่สุดท้าย หวยล็อกออก “บริษัทฮันฮวา” ผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะโครงการแม้จะมีข่าวลือกันหูอื้อว่า ระบบอาวุธ ระบบเรดาร์ และระบบตรวจจับใต้น้ำของบริษัทฮันฮวา ด้อยกว่าบริษัทคู่แข่งบางรายแต่เมื่อกองทัพเรือเลือกจิ้มบริษัทฮันฮวา–โอเชียน ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของกองทัพเรือเพราะกองทัพเรือจะเป็นผู้ใช้เรือฟริเกตลำนี้โดยตรงกองทัพเรือต้องเลือกเรือฟริเกตที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมาใช้งานข้อสำคัญเรือฟริเกตแต่ละลำมีราคาแพงระยับกองทัพเรือต้องมั่นใจว่าเงินภาษีประชาชนจะต้องเกิดประโยชน์คุ้มค่าในระยะยาวเพราะเรือฟริเกตแต่ละลำต้องประจำ การระยะยาวเกิน 30 ปีถึง 40 ปี จึงปลดประจำการ“แม่ลูกจันทร์” หวังว่า กองทัพเรือจะได้รับเรือฟริเกตลำใหม่ป้ายแดงมา เสริมกำลังทางทะเลโดยเร็ว (ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี)เพราะวิกฤติขัดแย้งทางทะเลกับกัมพูชาไม่น่าไว้วางใจ“แม่ลูกจันทร์” หวังต่อไปว่า รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะเร่งจัดงบต่อเรือฟริเกตลำที่ 2 เพื่อเสริมใยเหล็กให้กองทัพเรือโดยเร็ว!!เนื่องจากแผนยุทธการทางน้ำจำเป็นต้องใช้เรือฟริเกตประจำการ 8 ลำปัจจุบันมีเรือฟริเกตใช้งานได้เพียง 3 ลำแถมเรือฟริเกต 2 ลำ อายุใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปีมีเพียงเรือหลวงภูมิพลลำเดียวที่อายุใช้งาน 7 ปี“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ที่กองทัพเรือจะเบรกโครงการจัดหาเรือดำน้ำจีนเพิ่มอีก 2 ลำ เพื่อโยกงบ 25,000 ล้านบาทไปจัดหาเรือฟริเกตใหม่อีก 2 ลำแทนอย่างไรก็ดี...แม้จะมีเรือฟริเกตลำใหม่อีก 2 ลำ ก็ยังไม่เพียงพอต่อการปกป้องอธิปไตยทางทะเลกองทัพเรือยังต้องการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเพิ่มอีก 10 ลำ และจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเพิ่มอีก 8 ลำ เรือกวาดทุ่นระเบิดเพิ่มอีก 3 ลำ และเรือยกพลขึ้นบกเพิ่มอีก 3 ลำ ฯลฯเนี่ย...มันเป็นหยั่งงี้ซะด้วยซีโยม.แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม