คนที่น่าจับตามองในเวลานี้คือ มิไคโล เฟโดรอฟ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอูเครน อายุเพียง 35 ปี ผู้เคยเป็นคนในรัฐบาลของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีอย่างเต็มตัว เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ เชี่ยวชาญเทคโนโลยี และมีบทบาทนำเทคโนโลยีมาใช้ในสงครามโดยเฉพาะระบบสื่อสาร ดาวเทียม และโดรนเมื่อรัสเซียบุกอูเครนใน พ.ศ.2565 เฟโดรอฟเป็นคนติดต่ออีลอน มัสก์ ขอให้เปิดใช้ระบบ Starlink ในอูเครนอย่างรวดเร็ว ต่อมา Starlink กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบสื่อสารของกองทัพอูเครนในสนามรบเซเลนสกีแต่งตั้งเฟโดรอฟเป็นรัฐมนตรีกลาโหม แต่หลังดำรงตำแหน่งเพียงประมาณ 6 เดือน ก็ถูกปลดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2569 การปลดครั้งนี้กลับสร้างปัญหาให้เซเลนสกีมากกว่าที่คิด ผู้คนออกมาประท้วงในกรุงเคียฟและเมืองต่างๆ เรียกร้องให้เฟโดรอฟกลับมารับตำแหน่งการสำรวจของ Rating Group เมื่อ 20–21 กรกฎาคม 2569 พบว่าความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อเฟโดรอฟเพิ่มจาก 35% เป็น 65% ขณะที่เซเลนสกีอยู่ที่ 59% พูดง่ายๆก็คือ เซเลนสกีสร้างคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง18 สิงหาคม พ.ศ.2569 เฟโดรอฟออกวิดีโอความยาว 9 นาที เรียกร้องให้อูเครนกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง แม้ประเทศยังอยู่ในภาวะสงครามนี่เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะตั้งแต่รัสเซียบุกเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 อูเครนอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกและไม่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเซเลนสกีซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2562 ครบวาระเดิมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2567 แต่ยังดำรงตำแหน่งโดยอ้างว่าประเทศอยู่ในภาวะสงครามเฟโดรอฟให้เหตุผลว่า ประชาธิปไตยไม่ควรกลายเป็นตัวประกันของรัสเซีย เพราะสิ่งหนึ่งที่อูเครนกำลังต่อสู้เพื่อรักษาไว้ ก็คือการเป็นประเทศยุโรปที่เสรีและเป็นประชาธิปไตยผลสำรวจของ SOCIS ที่เก็บข้อมูลระหว่าง 28 กรกฎาคม-2 สิงหาคม พ.ศ.2569 พบว่าหากเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก เซเลนสกีจะได้ 22.3% วาเลรี ซาลูชนี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ 21.4% ส่วนเฟโดรอฟได้ 13.1%ตัวเลข 13.1% อาจดูไม่มาก แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่การเลือกตั้งรอบสอง หากเฟโดรอฟสามารถผ่านเข้ารอบสองและต้องแข่งขันกับเซเลนสกี ผลสำรวจให้เฟโดรอฟชนะถึง 63.8% ขณะที่เซเลนสกีได้เพียง 36.2%คู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดอาจไม่ใช่เซเลนสกี แต่คือซาลูชนี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตอูเครนประจำสหราชอาณาจักร และมีคะแนนความไว้วางใจสูงถึง 70% มากกว่าเฟโดรอฟเสียอีกอีกปัญหาคือ จะจัดการเลือกตั้งอย่างไรในขณะที่ขีปนาวุธและโดรนยังตกใส่เมืองต่างๆ ทหารหลายแสนคนอยู่แนวหน้า ดินแดนบางส่วนอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย และประชาชนหลายล้านคนกระจัดกระจายอยู่ต่างประเทศจึงต้องแยกให้ออกระหว่างคำถามสองข้อ ข้อแรกอูเครนควรเลือกตั้งในเวลานี้หรือไม่ กับข้อสองหากวันหนึ่งมีการเลือกตั้งเฟโดรอฟมีโอกาสเป็นประธานาธิบดีหรือไม่ สำหรับคำถามข้อหลัง ผมตอบว่า มีครับ และมีมากเสียด้วยที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เฟโดรอฟกำลังเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อระดมเงินสนับสนุนโครงการเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ แม้แหล่งข่าวใกล้ชิดจะยืนยันกับรอยเตอร์สว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การไปขอแรงสนับสนุนทางการเมือง และไม่มีแผนพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯก็ตามผู้อ่านท่านผู้เจริญบางครั้งคู่แข่งทางการเมืองเกิดจากคนที่เราเคยแต่งตั้งด้วยมือของเราเอง เซเลนสกีเคยดึงเฟโดรอฟขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี และต่อมาก็เป็นคนปลดเฟโดรอฟออกจากกระทรวงกลาโหมวันนี้อดีตรัฐมนตรีวัย 35 ปีคนนั้นกำลังพูดถึงการเลือกตั้ง และตัวเลขสำรวจบางชุดบอกว่า หากเขาได้ยืนอยู่บนเวทีรอบสุดท้ายตรงข้ามกับเซเลนสกี เขาอาจเป็นฝ่ายชนะประวัติศาสตร์การเมืองมีเรื่องทำนองนี้อยู่เสมอครับ วันที่ผู้นำสั่งให้ใครคนหนึ่งเก็บข้าวของออกจากห้องรัฐมนตรี บางทีเขาอาจไม่ได้กำลังไล่ชายคนนั้นออกจากอำนาจ แต่กำลังส่งเขาไปเตรียมตัวอยู่ในห้องที่ใหญ่กว่าเดิมห้องของประธานาธิบดีอูเครน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม