4 ทรชนบุกอุ้มสาวชาวจีนจากกรุงเทพฯ บังคับขึ้นรถเก๋ง ใช้เคเบิล ไทมัดมือเหยื่อ ยึดโทรศัพท์มือถือ พามุ่งหน้าชายแดนแม่สอด จ.ตาก เจอด่านตำรวจเมืองกำแพงเพชรเรียกค้น โชเฟอร์เร่งเครื่องแหกด่าน เหยื่อฉวยจังหวะรถชะลอ เปิดประตู โดดหนีตาย ส่วนคนร้ายไปได้ไม่ไกล ถูกตำรวจยิง สกัดยางแตก ล็อกตัวไว้ได้ 2 คน อีก 2 คนเผ่นหาย ระดมกำลังปิดล้อม จับได้คาวัด คาดเป็นแก๊งค้ามนุษย์ หวังส่งเหยื่อข้ามฝั่งเมียนมาให้กลุ่มจีนเทาขบวนการ สแกมเมอร์เมืองไทยฉาวโฉ่อีกแล้ว หลังหญิงจีนโดนอุ้มจากโรงแรมในกรุงเทพฯ เตรียมพาข้ามแดนไปเมียนมา โชคดีหนีรอดเงื้อมมือได้ทัน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.จักรเพชร เครือช้า สวป.สภ.เมืองกำแพงเพชร นำกำลังสายตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันอาชญากรรมอยู่บนถนนราชดำเนิน (ป้อมจุฬา) อ.เมืองกำแพงเพชร ได้มีรถเก๋งนิสสัน เทียน่า สีดำ ทะเบียน ฎฉ 578 กรุงเทพมหานคร ขับชะลอความเร็วเข้าด่านตำรวจได้ส่องไฟฉายตรวจสอบพบว่าในรถมีชายฉกรรจ์ 4 คน 2 คนแรกเป็นคนขับและคนนั่งคู่กันมาด้านหน้า ส่วนที่เบาะหลังมีชายอีก 2 คน นั่งประกบหญิงสาวผิวขาวแต่งตัวดี สวมชุดเดรสสีชมพู รองเท้าผ้าใบสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำ มีผ้าห่ม คลุมศีรษะ และมีสายเคเบิลไทสีดำ มัดข้อมือทั้งสองข้าง หญิงคนดังกล่าวพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ตำรวจส่งสัญญาณให้คนขับจอดรถเข้าข้างทาง เพื่อ ตรวจสอบ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องแหกด่านออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าเขตตัวเมืองกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่รีบแจ้งสกัดจับพร้อมขึ้นรถไล่ติดตามไปทันทีกระทั่งรถแล่นมาถึงหน้าร้านแว่นตา ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร หญิงชาวจีนอาศัยจังหวะรถชะลอความเร็ว เปิดประตูรถทิ้งตัวลงมาบนถนนแล้วกลิ้งเข้าข้างทาง ก่อนลุกขึ้นวิ่งไปเคาะประตูร้านเสริมสวยเพื่อขอความช่วยเหลือ ตำรวจและพลเมืองดีตามมาทันได้ช่วยพาส่ง รพ.กำแพงเพชร เพื่อทำแผลบริเวณตาตุ่มจากการตกกระแทกพื้นถนน และตรวจร่างกายทันทีขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผกก. สภ.เมืองกำแพงเพชร ทราบเหตุ สั่งการให้กำลังสายตรวจ ไล่สกัดรถยนต์คนร้ายให้ได้โดยเร็วก่อนหลบหนีออกนอกพื้นที่ เจ้าหน้าที่ติดตามอย่างกระชั้นชิดจนมาถึงพื้นที่ ต.ลานดอกไม้ อ.เมืองกำแพงเพชร ตำรวจตัดสินใจใช้ปืนยิงสกัดใส่รถจนยางแตกไปต่อไม่ได้ คนร้ายทิ้งรถวิ่งหนีเข้าข้างทาง ตำรวจไล่จับตัวไว้ได้ 2 คน ทราบชื่อนายสมเกียรติ ถาแก้ว อายุ 41 ปี และนายกิตติพร วิญญา อายุ 24 ปี คนขับรถ ทั้งสองเป็นชาว อ.แม่สอด จ.ตาก ส่วนอีก 2 คนหนีไปได้น.ส.เหมย (นามสมมติ) วัย 29 ปี หญิงสาวจีนผู้เสียหายที่อยู่ในอาการอ่อนล้า ตื่นกลัว ปากเจ่อ มีแผลฟกช้ำตามร่างกาย ให้ข้อมูลผ่านล่ามจีนว่า ตนเป็นครูอยู่เมืองฉงชิ่ง กำลังศึกษาปริญญาโท ตั้งใจไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ ระหว่างนั้นได้พูดคุยโทรศัพท์กับชาวจีนคนหนึ่งที่รู้จักกันผ่านโซเชียล พักอาศัยอยู่ในสิงคโปร์ อ้างตัวเป็นไกด์นำเที่ยว ชวนให้แวะมาเที่ยวเมืองไทยก่อนไปสิงคโปร์ ตนสนใจตอบตกลง นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงบ่าย และเข้าพักโรงแรมใกล้สนามบิน เพราะไกด์คนดังกล่าวบอกว่าช่วงเย็นจะส่งรถไปรับพาท่องราตรีกรุงเทพฯหญิงจีนผู้เสียหายให้ข้อมูลต่อว่า ต่อมามีรถเก๋งมารับที่โรงแรม ในรถมีชายคนขับเพียงคนเดียว พอขึ้นรถมาสักพัก คนขับจอดรับชายอีก 3 คนขึ้นรถมาด้วย ตนเห็นท่าไม่ดีโทร.บอกเพื่อน แต่ถูก 1 ใน 2 ชายที่นั่งประกบอยู่เบาะหลัง ใช้ศอกกระแทกใส่หน้าจนปากเจ่อ และแย่งโทรศัพท์มือถือไป พร้อมใช้สายเคเบิลไทมัดมือทั้งสองข้าง ใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะสั่งให้นั่งเงียบๆ รถแล่นมาเรื่อยๆไม่รู้ว่าถึงที่ไหน รู้แต่มืดแล้ว ตนพยายามมองลอดผ้าคลุมศีรษะสังเกตสิ่งต่างๆ กระทั่งมาถึงด่านตรวจ คนขับชะลอความเร็ว ตนเห็นตำรวจ รีบส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนขับเร่งเครื่องแหกด่านหนี ช่วงที่รถชะลอตัวอีกครั้ง ตัดสินใจกระแทกประตูรถจนเปิดออก แล้วกลิ้งตัวลงจากรถวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวและอยากกลับบ้านที่ประเทศจีนต่อมา ร.ต.ท.สุทัศน์ บดีรัฐ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ร่วมสอบปากคำนายสมเกียรติ และนายกิตติพร สองผู้ก่อเหตุเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายและแรงจูงใจในการอุ้มหญิงสาว ชาวจีนครั้งนี้ ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ พมจ.กำแพงเพชร เข้ามาดูแลผู้เสียหาย เบื้องต้นนำตัวหญิงสาวเข้าพักในโรงแรมพร้อมเฝ้า ระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดนายกิตติพร คนขับรถผู้ก่อเหตุให้การกับพนักงาน สอบสวนอ้างว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 1 หมื่นบาทจากนายสมเกียรติ ให้ขับรถพานายสมเกียรติ ผู้ว่าจ้างและชายชาวแม่สอดอีก 2 คน ออกจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ไปรับชาวจีนจากกรุงเทพฯ พามาส่งที่แม่สอด ก่อนถึงโรงแรม ทั้ง 3 คนขอลงรอข้างทาง หลังรับหญิงจีนขึ้นรถแล้ว ได้จอดรับทั้ง 3 คนขึ้นรถตามนัด เมื่อขึ้นรถมาสักพัก นายสมเกียรติที่นั่งประกบสาวจีน ใช้ศอกกระแทกหน้าและจับผู้หญิงมัดมือ ตนถามว่าทำไมทำเช่นนั้น นายสมเกียรติบอกว่าอย่ายุ่ง ขับรถไปอย่างเดียว ระหว่างทางผ่านด่านตรวจถึง 4 ด่าน แต่ไม่ถูกเรียกตรวจ จนมาถึงด่านตรวจกำแพงเพชร ถูกเรียกตรวจ นายสมเกียรติสั่งให้ขับรถหลบหนีจนถูกจับกุมได้ในที่สุดต่อมาช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ชุดสืบสวน ภ.จ. กำแพงเพชร และชุดสืบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร จับตัวผู้ก่อเหตุที่หลบหนีทั้งสองรายได้ ขณะแอบซ่อนตัวอยู่ในวัดกัลปพฤกษ์ ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง กำแพงเพชร ทราบชื่อนายสุชาติ แก้วยะ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 304 หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก และนายกิตติศักดิ์ หรือว้า เฮงวัฒนสกุล อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 2 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก นำตัวไปสอบปากคำขยายผลที่ สภ.เมืองกำแพงเพชรจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่า มีผู้ว่าจ้างให้อุ้มตัวสาวจีนไปส่งยังพื้นที่ อ.แม่สอด แต่ผู้ต้องหายังให้การไม่ตรงกัน ในส่วนของใครทำหน้าที่อะไร และใครเป็นคนทำร้ายนักท่องเที่ยวตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนสันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คน อยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ มีคนจีนในขบวนการล่อลวงหญิงสาวชาวจีนให้มาเที่ยวเมืองไทย ก่อนให้ทั้ง 4 คน บุกไปอุ้มตัวจากโรงแรม พามาชายแดนแม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งตัวเหยื่อไปให้กลุ่มจีนเทาแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา แต่ยังไม่รู้จุดประสงค์แน่ชัดว่าต้องการให้เหยื่อทำหน้าที่อะไร อยู่ระหว่างสอบสวนให้กระจ่าง เบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดกับนายกิตติพรคนขับรถ หลังตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่