รัฐอ่อนแอ ภาพสะท้อนที่บ่งบอกว่าอำนาจรัฐในปัจจุบันไม่เข้มแข็ง เหตุการณ์รุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ ใช้เวลาไล่เลี่ยกัน 51 จุด แสดงว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายมองเห็นแล้วว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของเขาไม่มีน้ำยา จึงกล้าก่อเหตุอย่างอุกอาจเปิดเผยตัวแบบไม่ไยดี คือคิดจะทำอะไรก็ทำ อันสะท้อนความหละหลวมมีช่องโหว่ให้กระทำการได้ง่ายๆการข่าวที่ไร้ประสิทธิภาพคิดจะก่อเหตุตรงไหนก็ทำได้เลย!ที่ชัดเจนที่สุดคือนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ไม่มีอะไรคืบหน้า การเจรจาสันติสุขก็ไม่ได้ดำเนินการ ปล่อยให้เป็น ไปตามสภาพที่ดำรงอยู่กลุ่มผู้ก่อการร้ายจึงเปิดปฏิบัติการอย่างไม่ไว้หน้าหากมองภาพรวมของประเทศก็พอจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลแทบไม่มีศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินแม้แต่น้อยปล่อยให้ข้าราชการทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลเองก็มีปัญหาทั้งเรื่องฮั้ว สว. การโกงสอบท้องถิ่น ที่คาราคาซังจนทำให้เกิดปัญหา ทำให้ขาดการยอมรับจากประชาชนเพิ่มมากขึ้นว่าไปทุกมุมเหลี่ยมมีแต่เรื่องเสื่อมเสียนายกรัฐมนตรีก็ได้โฉบไปเฉี่ยวมาไม่ได้เอาจริงเอาจังสักเรื่อง ดีแต่ใช้โวหารคุยโม้ว่าเสถียรภาพมั่นคงแต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ควรจะเป็น!ต้องให้ฝ่ายค้านออกมาเสนอแนะ หรือสอนให้ทำงานมากกว่าหาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ไม่ปรับกระบวนการ ทำงานใหม่ โอกาสที่จะอยู่ยาวต่อไปคงมีไม่มากนักเพราะเสียงข้างมากก็จริงแต่ไม่ได้แก้ไขปัญหา...ประชาชนก็เบื่อได้เหมือนกันอย่าทำเป็นเล่นไปขนาดกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ก็ยังรู้เลย จึงไม่ได้เกรงกลัว หรือให้ราคาแม้แต่น้อย จะก่อเหตุที่ไหนอย่างไรก็ได้ฝ่ายค้านลับดาบให้ดีก็แล้วการซักฟอกรัฐบาลในอีกไม่นานนี้ หากวางแผนและเก็บข้อมูลให้ดีๆอาจทำให้รัฐบาลร่อแร่ได้เหมือนกันเพราะลำพังแค่ข้อมูลเรื่องเก่าๆก็ขึงพืดได้แล้วในเชิงบริหารก็ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะผลักดันงานต่างๆได้พูดง่ายๆว่าไม่ตายคาสภาก็อาจจะโดนประชาชนขับไล่นอกสภาได้แทบไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลเสียงสนับสนุนมากขนาดนี้จะไปไม่ได้ไกลอย่างที่ควรจะเป็นก็เพราะการนำของนายกรัฐมนตรีไม่ดีพอ...ไม่ได้สร้างคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเลยที่สำคัญคือไม่มีโอกาสที่จะใช้ความชาตินิยมมาช่วยได้เนื่องจากกัมพูชายังไม่พร้อมที่จะรบด้วย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม