ใน “ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า 2569–2593” (PDP 2026) ที่ คณะอนุกรรมการจัดทำแผน มีมติเห็นชอบเมื่อ 17 ส.ค.69 มี 4 แนวทาง เพื่อจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ทุกแนวทางได้บรรจุ “แผนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก” (Small Modular Reactor:SMR) ไว้ในแผน มีกำลังการผลิต 9,000 เมกะวัตต์ เสริมด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Storage System:BESS) อีกราว 54,500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในสิ้นปี 2569SMR เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 1 โรง หรือ 1 SMR ผลิตไฟฟ้าได้ 300 เมกะวัตต์ ตามแผนพีดีพี 2026 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกจะต้องส่งไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2580 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า ถือว่าเร็วมาก แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ได้ยังไม่มีใครรู้คุณพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ให้ความเห็นว่า โรงไฟฟ้า SMR หนึ่งโรงผลิตไฟฟ้าได้เพียง 300 เมกะวัตต์ ในแผนวางกำลังการผลิตไว้ 9,000 เมกะวัตต์ จะต้องใช้โรงแรงไฟ SMR ถึง 30 โรง จึงไม่มั่นใจว่าได้มีการเตรียมความพร้อมมากน้อยเพียงใด เพราะ 10 ปีข้างหน้า กว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกได้ ต้องมีการเตรียมพร้อมหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของ กฎหมาย การกำกับดูแล ต้นทุน โดยเฉพาะเรื่อง “การยอมรับจากประชาชน” ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก ดังนั้นจึงถือว่าความไม่แน่นอนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ยังมีอยู่ ในความเห็นส่วนตัวมองว่าจะต้องระมัดระวังสักหน่อยมีข่าวจาก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า คุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้จัดเตรียมร่างกฎหมายไว้แล้วนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ สนง.ปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า “ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดชอบทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ...” ได้ผ่านประชาพิจารณ์แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ ร่างกฎหมายนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล ภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยความรับผิดชอบทางแพ่งจากความเสียหายทางนิวเคลียร์ และอนุสัญญาชดเชยเพิ่มเติม สำหรับความเสียหายทางนิวเคลียร์ โดยนิยาม “ความเสียหายทางนิวเคลียร์” จะครอบคลุมทั้ง ความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เป็นผลต่อเนื่อง ตลอดจนค่าใช้จ่ายสำหรับมาตรการฟื้นฟูและมาตรการป้องกันผมเห็นข่าวแล้วยังงง กระทรวง อว.ไปแอบทำประชาพิจารณ์ที่ไหนเมื่อไหร่ ทำไมไม่มีใครรู้เรื่อง เพิ่งรู้ว่าผ่านประชาพิจารณ์แล้วกำลังจะเข้าสภาจาก นพ.รุ่งเรือง นี่แหละแม้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR จะมีความปลอดภัยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ แต่ก็มีปัญหาเรื่อง การใช้น้ำหล่อเย็น และ “กากนิวเคลียร์” ที่เป็น “ขยะพิษร้ายแรง” ซึ่งเป็นส่วนที่อันตรายที่สุด และได้รับการต่อต้านจากประชาชนทั่วโลกมากที่สุด ถ้ากักเก็บไม่ดี จะมี “สารกัมมันตภาพรังสี” รั่วไหลออกมา ซึ่งเป็น อันตรายต่อชีวิตคนและสัตว์และสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างที่ยังเห็นอยู่ก็คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ในประเทศยูเครน ที่เกิดเหตุระเบิดในปี 2529 คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายจากสารกัมมันตรังสี วันนี้เวลาผ่านไป 40 ปีแล้ว พื้นที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลกว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร ยังปิดตายมาจนถึงวันนี้ ยังมีความเสี่ยงจากสารกัมมันตรังสีนิวเคลียร์ผมเคยเขียนถึง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เวียดนาม ในต้นปี 2556 ซึ่งเวียดนามประกาศจะสร้างในปี 2557 ที่เมืองนินห์ถ่วน ห่างจาก จ.อุบล 800 กม. จำนวน 4 โรง โรงละ 1,000 เมกะวัตต์ รวม 4,000 เมกะวัตต์ แต่จนถึงวันนี้ผ่านไป 12 ปี ก็ยังไม่ได้สร้าง และญี่ปุ่นก็ล้มเลิกแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวียดนามไปแล้วเมื่อ ธ.ค.2568 ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่า “ระบบไทยไทย” หรือ Thailand Only การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ว่าแบบไหน ล้วนมีความเสี่ยงสูงทั้งสิ้น โดยเฉพาะ “สถานที่เก็บกากนิวเคลียร์” ซึ่งจะเป็น สถานที่อันตรายที่สุด เพราะจะต้องเก็บให้มิดชิดปิดตายไปจนชั่วกัลปาวสานจนโลกแตกดับ ถ้าเกิดการ “ทุจริต” ขึ้นแบบไทยไทย คนไทยจะเสี่ยงตายกันไม่รู้กี่สิบล้านคน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม